โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ศาลพัทยาออกหมายจับ หนุ่มจีนจี้เซลล์สาว! บังคับโอนเงิน ตร.เร่งล่าตัวดำเนินคดี

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากกรณี หญิงสาวชาวจีน ซึ่งรับงานประสานงานด้านอสังหาริมทรัพย์ รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด หลังถูกคนร้ายหลอกนัดดูบ้าน ก่อนใช้อาวุธมีดบังคับให้โอนเงิน จับมัดด้วยเทปกาวทั่วร่างกาย และทิ้งไว้ภายในรถยนต์หรูกลางป่า เหตุเกิดช่วงกลางดึกคืนวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา โดยโชคดีมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) พบความผิดปกติและเข้าช่วยเหลือไว้ได้ทัน ขณะที่คนร้ายหลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 มกราคม พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ธนา วิเศษชัย รอง ผกก.สส.ฯ ระดมกำลังชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ประชุมวางแผนเร่งคลี่คลายคดี เนื่องจากเป็นคดีอุกอาจ สร้างความหวาดกลัวและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

จากการสืบสวนพบว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว เป็นชาย อายุ 30 ปี สัญชาติจีน โดยล่าสุดศาลจังหวัดพัทยาได้อนุมัติหมายจับในข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย และกักขังหน่วงเหนี่ยว

การสอบสวนพบว่า คนร้ายมีการวางแผนล่วงหน้า โดยเริ่มจากการติดต่อผ่านเพจเฟซบุ๊กของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ อ้างต้องการดูบ้านในโครงการดังกล่าว ทางบริษัทจึงมอบหมายให้ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนักศึกษาที่มาเรียนภาษาไทยและรับงานประสานงานชั่วคราว ไม่มีอำนาจในการทำสัญญาหรือเป็นนายหน้า มาเป็นผู้พาไปดูบ้าน เมื่อวันที่ 10 มกราคม คนร้ายได้หลอกนัดผู้เสียหายให้ไปรับบริเวณหน้าเซ็นทรัลบีช ถนนเลียบชายหาดเมืองพัทยา เพื่อไปดูบ้านครั้งแรก เป็นการสร้างความคุ้นเคยและความไว้วางใจ

กระทั่งคืนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 19.00 น. คนร้ายติดต่อผ่านแอปพลิเคชันวีแชท อ้างว่าต้องการดูพื้นที่โดยรอบบ้าน ผู้เสียหายหลงเชื่อ ขับรถยนต์เบนซ์ไปรับคนร้ายบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ย่านพัทยากลาง ระหว่างเดินสำรวจรอบบ้าน คนร้ายฉวยโอกาสใช้อาวุธมีดจี้บังคับให้โอนเงิน ผู้เสียหายตกใจกลัวจึงโอนเงินให้จำนวน 6,966 หยวน หรือประมาณ 31,000 บาท

จากนั้นคนร้ายพยายามบังคับให้โอนเงินเพิ่ม แต่เมื่อผู้เสียหายไม่สามารถโอนได้อีก จึงใช้เทปกาวมัดร่างกายจนแน่น ก่อนอุ้มขึ้นรถและขับหลบหนี ระหว่างหลบหนี รถยนต์เสียหลักชนกำแพง ทำให้คนร้ายตกใจและรีบหลบหนี ทิ้งผู้เสียหายไว้ในรถ โชคดีมีเจ้าหน้าที่ อปพร.ผ่านมาเห็นความผิดปกติและเข้าช่วยเหลือไว้ได้ทัน

จากการตรวจสอบภายในรถ พบกระเป๋าหูหิ้วสีดำของคนร้ายตกอยู่ ภายในมีหนังสือเดินทาง โทรศัพท์มือถือ ปืนอัดลม กรรไกร และเงินสดจำนวน 360 บาท โดยผู้เสียหายยืนยันว่า หนังสือเดินทางดังกล่าวเป็นของคนร้ายจริง ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ

ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายยังหลบหนีอยู่ภายในประเทศ เนื่องจากไม่มีหนังสือเดินทางติดตัว พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนเพิ่มความเข้มงวด ป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ

ขณะเดียวกัน จากการประสานงานกับ พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี ตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผู้ต้องหาเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว 60 วัน และแจ้งที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Superball

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...