โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เลือกตั้ง 2569 : เกาะติดบรรยากาศ รับสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ - เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ

PPTV HD 36

อัพเดต 28 ธ.ค. 2568 เวลา 05.30 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2568 เวลา 17.30 น.
บรรยากาศ

การรับสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ และแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติจะเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 28 – 30 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 – 16.30 น. และวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 – 16.00 น. ที่ห้องประชุมแกรนด์ บอลรูม วายุภักษ์ ชั้น 4 และห้องประชุมวายุภักษ์ ฮอลล์ ชั้น 5 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ขั้นตอนการรับสมัครจะแบ่งออกเป็น 5 จุด โดยจุดที่ 1 ตรวจเช็กเอกสาร จุดที่ 2 จับสลากหมายเลขพรรคการเมืองสำหรับใช้หาเสียงและลงคะแนน จุดที่ 3 ชำระเงินค่าธรรมเนียมการสมัคร จุดที่ 4 ออกใบรับสมัคร และจุดที่ 5 ตรวจรับเอกสารนโยบายการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมือง

“ธรรมนัส” พอใจเบอร์ 42 มองเป็นเลขมงคล ย้ำทำมากกว่าพูด ประกาศชัดไม่ร่วมพรรคทำลายเสาหลักประเทศ

ที่บริเวณโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางมาสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และจับสลากหมายเลขพรรค โดยพรรคกล้าธรรมได้หมายเลข 42 ซึ่งร้อยเอกธรรมนัสระบุว่า พอใจกับหมายเลขดังกล่าว และมองว่าเป็นเลขมงคลของพรรค โดยยืนยันว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องตัวเลขเป็นพิเศษ เนื่องจากพรรคกล้าธรรมเป็นพรรคที่ประชาชนรู้จักอยู่แล้ว

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า หมายเลข 42 สร้างกำลังใจให้กับทีมงานในการเดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้ง ส่วนแผนการลงพื้นที่หาเสียงนั้น จะให้หัวหน้าพรรคและประธานยุทธศาสตร์พรรคเป็นผู้หารือ โดยพรรคเตรียมจัดเวทีปราศรัยใหญ่รวม 17 เวที ส่วนจะเริ่มต้นที่จังหวัดใด จะมีการพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง พร้อมย้ำว่า ตนเองเป็นนักการเมืองที่เติบโตจากฐานราก จึงมีความจำเป็นต้องเดินสายช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ทุกเวที แต่ยืนยันว่าไม่ได้หลีกเลี่ยง และพร้อมมอบหมายบุคคลอื่นไปทำหน้าที่แทนในบางโอกาส

ด้านนางปวีณา หงสกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม กล่าวเสริมว่า หมายเลข 42 ถือเป็นลัคกี้นัมเบอร์และบรรยากาศการเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากอดีต มีความเปลี่ยนแปลง สนุกสนาน และอบอุ่นมากขึ้น พร้อมย้ำจุดยืนของพรรคว่าเป็นพรรคของนักปฏิบัติ ทำงานจริง ทำมากกว่าการใช้คำพูดหรือวลีทางการเมือง

เมื่อถามถึงนโยบายเด่นของพรรค ร้อยเอกธรรมนัสระบุว่า เป็นนโยบายที่จับต้องได้และทำได้จริง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาของประชาชนฐานราก กลุ่มเกษตรกร และปัญหาที่ดินทำกิน โดยมุ่งผลักดันให้ที่ดินของประชาชนมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย การเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. ให้เป็นโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร รวมถึงการพัฒนาระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับความถนัดของผู้เรียน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับงานด้านสังคม การดูแลกลุ่มเปราะบางทุกเพศทุกวัย โดยมีนางปวีณาเข้ามาช่วยขับเคลื่อนในประเด็นดังกล่าว รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ตลอดจนการพัฒนาสวัสดิการสังคม

ร้อยเอกธรรมนัส ยังย้ำจุดยืนทางการเมืองว่า จะไม่ร่วมกับพรรคการเมืองที่มีแนวคิดต่อต้านหรือทำลายเสาหลักของบ้านเมือง พร้อมยืนยันจุดยืนดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เข้าสู่การเมือง และย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต้องอยู่บนพื้นฐานของการรักษาเสาหลักของประเทศ

สำหรับการประเมินจำนวนที่นั่งของพรรคกล้าธรรม ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องเป็นผู้ตัดสินใจ ยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์จำนวน สส. ที่พรรคจะได้รับ พร้อมย้ำหลักการประชาธิปไตยว่า ต้องให้เกียรติการตัดสินใจของประชาชนเป็นสำคัญ

ส่วนคำถามเรื่องการจับขั้วทางการเมือง ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า ยังเร็วเกินไป และจากประสบการณ์ในแวดวงการเมือง พบว่าหลายพรรคมักจับมือกันก่อนเลือกตั้ง แต่หลังเลือกตั้งกลับเกิดความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ ซึ่งพรรคกล้าธรรมยืนยันว่าจะไม่เดินแนวทางเช่นนั้น

“ยศชนัน” ชี้ “เพื่อไทย” จับได้เบอร์ 9 สื่อสารง่าย เป็นสิริมงคล “จุลพันธ์” เผย เคยได้ในสมัยไทยรักไทย ทำแลนด์สไลด์ได้ 377 เสียง

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย

นายยศชนัน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการจัดสลาก ได้หมายเลข 9 ว่า เป็นเบอร์ที่ดี และเป็นสิริมงคลสื่อสารง่าย ซึ่งจะเป็นส่วนที่ช่วยทำให้เราสามารถสื่อสารกับพี่น้องประชาชนได้ง่าย เป็นเลขที่จำง่าย พร้อมชูทาสัญลักษณ์ในการทำหมายเลข 9

นายจุลพันธ์ กล่าวเสริมว่า เป็นเบอร์ที่ดี และปี 2548 พรรคไทยรักไทย เคยจับได้เบอร์ 9 มาแล้ว สมัยนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซี่งได้ถึง 377 เสียง

ส่วนครั้งนี้จะแลนด์สไลด์เหมือนครั้งที่ผ่านมาหรือไม่นายสุริยะ กล่าวว่า ยิ่งได้กำลังใจมากขึ้น และได้ที่นั่ง 200 ก็คงยืนยันว่าได้แน่ แต่ไม่มากกว่านั้น เดี๋ยวจะไม่มีเพื่อน

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า สำหรับเลข 9 สามารถสื่อสารได้ง่าย อย่างน้อยในปีปีหน้า เราต้องพาประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน เรื่องของความขัดแย้งต่าง ๆ เราต้องก้าวผ่านเป็นส่วนสำคัญ นโยบายของเรามีมากกว่า 9 ข้อ แต่จะพยามสื่อสารให้สอดคล้องกับตรงนี้เพื่อจะได้จำได้

ส่วนแผนการหาเสียงของแคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีจะไปรวมกันหรืออย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคได้มีการกำหนดเวทีหลักไว้เรียบร้อยทั่วประเทศ และจะมีเวทีขนาดกลาง และเวทีดีเบตต่าง ๆ ซึ่งเวทีใหญ่ ทางแคนดิเดตทั้งสามท่าน จะไปร่วมกันทั้งหมดเป็นทีมใหญ่ แต่เวทีขนาดกลาง และเวทีดีเบตอาจจะกระจายตัวกันออกไปเป็นครั้งคราว ซึ่งเราจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มีค่ามากที่สุด โดยการไปพบปะกับพี่น้องประชาชน ทำความเข้าใจในเรื่องนโยบาย และแนวความคิดเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี ฝากเพื่อไทยเบอร์ 9 ด้วย

เมื่อถามถึงผลนิด้าโพลในจังหวัดนครราชสีมา ที่คะแนนตกลงไป แม้ครั้งก่อนจะได้ สส. ถึง 12 เขต เมื่อเห็นโพลกับการทำพื้นที่แล้วกระทบความรู้สึกบ้างหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ดูจากคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยตอนนี้ 26% หมายความว่าเรื่องการเลือกพรรค ยังมองว่าพรรคเพื่อไทยเป็นตัวเลือกคะแนนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกผู้ใดยังสูงมาก ซึ่งยังเป็นโอกาสสำหรับทุกพรรคการเมือง รวมถึงเพื่อไทยด้วย และเรื่องคนที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายยศชนัน เพิ่งเปิดตัวมา การทำโพลบางครั้งก็มีการทำไว้ก่อน แต่ก็ขึ้นมาในระดับที่น่าพอใจ หากรวมของเพื่อไทยด้วย ก็ไม่แพ้เขาหรอก ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยรับในผลที่เกิดขึ้นจากผู้ที่ออกมา แต่อย่างไรก็ตาม ก็เป็นกำลังใจ และขับเคลื่อนให้พวกเราทำงานให้หนักขึ้น เพื่อที่พี่น้องประชาชนไม่ใช่เฉพาะจังหวัดนครราชสีมา แต่คือทั่วประเทศ

ส่วนยังมั่นใจรักษาท้้ง 12 เขตในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาได้หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวส่า จังหวัดนครราชสีมา ทางเลขาธิการพรรคไปเปิดตัวผู้สมัคร สส. ไปเมื่อวานนี้ และประกาศแล้วว่าเราจะยกจังหวัด

ส่วนก่อนจับหมายเลข มีภาพการคุยกันกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยเรื่องไรกันบ้าง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ทักทายกันตามปกติข องคนรู้จักกัน

ขณะที่นายยศชนัน กล่าวเสริมว่า มีส่วนหนึ่งเราชื่นชมในเรื่องเกี่ยวกับสันติสุข และเรื่องการที่พี่น้องประชาชนตรงชายแดน จะได้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ เป็นส่วนที่เราก็พยามที่จะช่วยในเรื่องนี้ และเป็นเรื่องที่ต้องให้กำลังใจกัน

ส่วนได้พูดคุยเรื่องการจับมือร่วมรัฐบาลครั้งหน้าหรือไม่ นายยศชนัน ย้ำว่า เป็นการให้กำลังใจกันในเรื่องนี้ สำหรับเรื่องจับมือได้พูดไปตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วว่าเป็นเรื่องที่เราต้องถามพี่น้องประชาชน หากใครสามารถทำนโยบายไปในแนวทางเดียวกับเราได้ เราก็ยินดีที่จะร่วมงานด้วยในอนาคต

“เท้ง-ไหม-ต้น” ทำมือสัญลักษณ์หมายเลข 46 เบอร์ “พรรคประชาชน”

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 เปิดเผยหลังจากจับหมายเลขพรรคกสรเมืองเสร็จสิ้น ว่า ได้เบอร์แล้วก็จะทำการประชาสัมพันธ์ให้รับทราบเบอร์ และจะไปหาเสียงหมายเลขนี้เลยทันที และฝากให้ประชาชนติดตาม ทั้งหมายเลขผู้สมัครสส.เขต ของพรรค และหมายเลขพรรค โดยในวันที่ 11 มกราคม 2569 พรรคประชาชนจะเปิดตัวทีมผู้บริหาร ขณะเดียวกันพรรคยังเปิดเว็บไซต์รับบริจาค ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ทางผู้สมัครสส.เขตและบัญชีรายชื่อ ขอประชาชนช่วยสนับสนุน

นายณัฐพงษ์ยังชี้แจงถึงกรณีที่สส.บัญชีรายชื่อที่มี 99 คน ว่า หนึ่งคนที่หายไปขอถอนตัวจากการเป็นผู้สมัคร โดยชี้แจงว่าเป็นขั้นตอนตามปกติ เมื่อผู้สมัครทราบลำดับ อาจจะมีข้อจำกัดส่วนตัวจึงขอถอนตัวออก

"ก็ดีครับ พี่วิโรจน์จากเลข 100 เป็น 99 ก็สวยดี"

ส่วนนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 3 ประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่อยู่ต่างประเทศลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร หรือประชาชนไม่สะดวกไปใช้สิทธิ์ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ให้ลงทะเบียนก่อนใช้สิทธิ์ เลือกตั้งนอกเขตและในเขต ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์

ทั้งนี้หลังการจับฉลากเลือกเบอร์ของพรรค ทั้ง 3 คนของพรรคประชาชน ทำมือสัญลักษณ์เลข 46 หมายเลขที่พรรคประชาชนจับได้

“รังษี” ชี้เศรษฐกิจไทยวิกฤตรอบ 100 ปี ต้องใช้นโยบายยาแรง

พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า พรรคเศรษฐกิจมีนโยบายเศรษฐกิจ ปัญหาใหญ่คือหนี้ 55 ล้านบาท 3 ก้อน ต้องแก้ด้วยมีโครงการระดับโลก คือรถไฟความเร็วสูง กับโอเชียนลิงก์ เชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน

นอกจากนี้ จะมีการเซ็นเอ็มโอยูกับจีนภายใน 1 เดือน และจะมีเอ็มโอยูพ่วง เรื่องความร่วมมือการท่องเที่ยวไทย-จีนการ และความร่วมมือการซื้อสินค้าเกษตรและการส่งออก ทั้งสองโครงการจะทำให้รายได้ประชาชนเพิ่มขึ้น 3 เท่า ตามการประเมินของธนาคารโลก และทำให้จีดีพีโตขึ้น 3 เท่า จะทำให้ภาคบริการ แรงงาน การท่องเที่ยว กลับมาทั้งหมด

"การที่ประเทศเรามีวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในรอบ 100 ปี ต้องใช้ยาแรง ใช้โครงการระดับโลก" พลเอก รังษี กล่าว

เซอร์ไพรส์! "เจษฎ์ โทณะวณิก" เป็นแคนดิเดตนายกอันดับ 1 พรรครักชาติ

เมื่อเวลา 07.15 น.ที่เซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (รช.)ได้นำสมาชิกมาสมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งมีนายเจษฎ์ โทณะวณิก ประธานคณะ นิติศาสตร์วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย ร่วมเดินทางมาด้วย

โดยนายเจตฎ์ เปิดเผยว่า ยอมรับว่าเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันดับที่ 1 ของพรรครักชาติ แต่ไม่ได้เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรครักชาติ

“ธรรมนัส” นำทัพกล้าธรรมสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เผยเชิญ “ปวีณา” เพราะเคมีตรงกัน

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เดินทางมาสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมเข้าร่วมการจับสลากหมายเลข เดินทางมากับภรรยาและลูกชาย พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อในนามพรรคกล้าธรรม

ด้านร้อยเอกธรรมนัสให้สัมภาษณ์ว่า พรรคมีความพร้อมเต็มที่สำหรับการเลือกตั้ง ส่วนหมายเลขที่ได้จากการจับสลากนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะหัวใจอยู่ที่ความพร้อมและการทำงานของพรรค ทั้งนี้ พรรคกล้าธรรมได้ส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อครบทั้ง 100 คน

ส่วนกรณีการดึงตัว นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี รวมถึงอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง เข้ามาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า เห็นถึงบทบาทการทำงานด้านสังคมของนางปวีณาที่ทำมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

พรรคจึงมีมติเชิญเข้ามาเป็นที่ปรึกษา เพื่อดูแลและขับเคลื่อนงานด้านสังคมและสวัสดิการ โดยเฉพาะการดูแลพี่น้องประชาชนในหลากหลายมิติ พร้อมย้ำว่าเป็นบุคคลที่ทำงานจริง มีแนวคิดและแนวทางการทำงานสอดคล้องกับพรรค จึงสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

ร.อ.ธรรมนัสเปิดเผยว่า การเชิญ นางปวีณามาร่วมงานนั้น เพื่อเป็นที่ปรึกษาดูแลพี่น้องเรื่องสังคม เนื่องจากเห็นท่านทำงานอย่างจริงจัง เป็นคนคล้าย ๆ กัน เคมีตรงกันเลยไปเชิญท่านมา

ร.อ.ธรรมนัสบอกอีกว่า จะมีการเชิญบุคคลที่มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ โดยจะยังมีบุคคลจากหลากหลายภาคส่วนทยอยเข้ามาร่วมงานกับพรรคอย่างต่อเนื่อง

“อนุทิน” นำทัพผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ลั่นพร้อมเลือกตั้งมาตั้งแต่ มิ.ย.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เช่น นายวราวุธ ศิลปอาชา นายเอกณัฎ พร้อมพันธุ์ นายชลัฐ รัชกิจประการ นางพิชชารัตน์ เลาหะพงศ์ชนะ นางสาวนันทนา สงฆ์ประชา นาวสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ นายศุภชัย ใจสมุทร นายนิกร จำนง นายสันติ พร้อมพัฒน์ และนายธนกร วังบุญคงชนะ นั่งรถเมล์ไฟฟ้า ออกจากที่ทำการพรรค เพื่อมาลงรับสมัครเลือกตั้ง สส. ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซนเตอร์ แจ้งวัฒนะ

โดยผู้สื่อข่าวสอบถามคำพูดของนายอนุทิน ที่บอกว่าวันนี้ "นอนมา" นายอนุทิน พูดติดตลกว่า "นอนมา แต่ไม่มีพระนำ"

ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยจะมีเพิ่มกว่า 2 คนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า น่าจะโอเคแล้ว

จากนั้น เวลา 07.23 น.นายอนุทิน พร้อมผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ได้เดินทางมาถึงสถานที่รับสมัคร โดยได้กล่าวถึงความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยว่า พรรคภูมิใจไทย พร้อมตั้งแต่เดือนมิถุนายนแล้ว และวันนี้ไม่ค่อยรู้สึกตื่นเต้น เพราะมาหลายรอบแล้ว

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึง รานชื่อ 10 ลำดับสส.บัญชีรายชื่อของพรรค นายอนุทิน กล่าวว่า อีก 17 นาทีก็รู้แล้ว

เมื่อถามว่า คาดหวังได้สส.บัญชีรายชื่อจำนวนเท่าไร นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็ต้องคาดหวังให้ได้มากที่สุด แต่ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน แต่มั่นใจว่าที่ผ่านมา เราก็ทำงานได้ดี

“อนุทิน” ชี้ “เท้ง” ไม่มีนโยบายหาเสียงแก้ ม.112 ทำประชาชนสบายใจลดความขัดแย้งในสังคม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้สัมภาษณ์โอกาสการจับมือกับพรรคประชาชนหลังเลือกตั้งหลัง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุจะไม่มีนโยบายหาเสียงแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า เมื่อวานตนก็พูดชัดไปแล้ว

เมื่อถามว่า แต่หัวหน้าพรรคประชาชนบอกว่าจะมีในกฎหมายนิรโทษกรรม ถือเป็นเงื่อนไขในการจับมือร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยไม่แตะเรื่องนี้ ว่าจะเป็นเรื่องการแก้กฎหมายอาญา รัฐธรรมนูญ หรือเรื่องนิรโทษกรรม ที่เกี่ยวข้องกับการแตะมาตรา 112

เมื่อถามว่า กรณีหัวหน้าพรรคประชาชนระบุจะไม่ใช้นโยบายมาตรา 112 หาเสียง เป็นผลดีหรือผลเสียต่อสังคมอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าพรรคไหนไม่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ประชาชนส่วนใหญ่ก็มีความสบายใจขึ้น และจะไม่มีประเด็นหาเสียงสร้างความขัดแย้งในสังคม

เมื่อถามว่า แม้จะไม่มีการใช้นโยบายมาตรา 112 หาเสียง แต่สำหรับผู้ที่ยังมีทัศนคติไม่ดีต่อมาตรา 112 จะมีวิธีทำความเข้าใจอย่างไรนาย อนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เอาเรื่องมาตรา 112 อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องอธิบาย

เมื่อถามว่า ทำไมคนถึงอยากเห็นพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรคประชาชนมากกว่าจับมือกับพรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า คงเคยเห็นว่าพรรคประชาชน เคยสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยก็เคยสนับสนุนพรรคเพื่อไทย จะมีโอกาสจับมือกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สุดท้ายต้องดูผลการเลือกตั้งก่อน เราต้องนำการตัดสินใจของประชาชน เพื่อมาหาแนวทางในการจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อถามว่า หากได้เป็นรัฐบาล จะเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง และต้องเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ พรรคภูมิใจไทยจึงมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมากกว่าหนึ่งคน

เมื่อถามว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยอยากได้เบอร์อะไร นายอนุทิน กล่าวว่า จับได้เบอร์อะไรก็เบอร์นั้น

เมื่อถามว่า ในพรรคได้มีการประเมินหรือไม่ว่าจะได้สส.บัญชีรายชื่อถึง 15 เสียงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มั่นใจว่าได้มากกว่าเดิม

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยได้สส.บัญชีรายชื่อ 3 คน นายอนุทิน ยิ้ม ก่อนตอบว่า “ครั้งนี้ได้มากกว่าเดิม”

“เท้ง” ไม่ปิดทางจับมือ “ภูมิใจไทย” หาก ปชน.เป็นพรรคอันดับ 1 ขีดเส้นห้ามมีรัฐมนตรีสีเทา

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 2 และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 3 นำทีมผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าสมัครรับเลือกตั้งที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ แจ้งวัฒนะ

นายณัฐพงษ์เปิดเผยว่า ตอนนี้ยิ่งมีความมั่นใจขึ้นทุกวัน เพราะ สส.บัญชีรายชื่อมาจากหลายแวดวง เมื่อเปรียบเทียบที่มาผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ไม่ได้มาจากโควตาของมุ้งการเมือง หากมองพรรคการเมืองอื่น ๆ บางพรรคอาจจะมีการย้ายพรรคไปรวมกันบ้าง มีการแบ่งโควตากันบ้าง แต่ยืนยันว่าผู้สมัครบัญชีรายชื่อพรรคประชาชนไม่ได้แบ่งโควตากันแบบนั้น เพราะประเมินผ่านความรู้ความสามารถ ส่วน สส.บัญชีรายชื่อตั้งเป้าสูงสุดที่จะทำให้พรรคประชาชนมีความเข้มแข็งมากพอดีในการจัดตั้งรัฐบาลและไม่ถูกฉีกสัญญาอีกต่อไป

เมื่อถามว่ากดดันหรือไม่ นายณัฐพงษ์บอกว่า ไม่ได้มีความกดดันตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชนถูกหลายหลายคนวิเคราะห์ทำได้มากกว่าเป้าที่ได้รับการวิเคราะห์มาโดยเสมอ ครั้งนี้มีความมั่นใจเป็นอย่างมากว่า จะได้คะแนนเสียงมากขึ้นแน่นอน

นายณัฐพงษ์ย้ำว่าไม่เคยดูถูกคะแนนเสียงของประชาชน ไม่มีพรรคการเมืองใดที่เป็นเจ้าของประชาชนตลอดไป แม้ตนเองและเพื่อน ๆ มีความมั่นใจขนาดไหน แต่จากวันนี้เป็นหน้าที่ของเราที่ลงไปพบปะประชาชนให้มากที่สุด

ส่วนนโยบายมาตรา 112 อนาคตจะเปิดทางหรือจับมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หากเป็นพรรคอันดับหนึ่ง นายณัฐพงษ์ระบุว่า นายอนุทินยอมรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายอนุทินได้มีการตั้งเงื่อนไขและบิดเบือนคำพูดของตนเองบนเวทีดีเบต เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ควรจะจบได้แล้ว เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้วว่าไม่ให้ใช้ในการหาเสียง นายอนุทิน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ควรนำมาใช้ในการหาเสียงต่อไป

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หากเราเป็นพรรคอันดับ 1 หรืออันดับ 2 ก็อยู่ที่เขาจะรับเงื่อนไขเราได้หรือไม่ เราตั้งเงื่อนไขไว้ว่าตัวรัฐมนตรีหากมีส่วนพัวพันกับเรื่องสีเทา ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด บ่อนการพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย หรือเครือข่ายสแกมเมอร์

เรายกหลักการที่ว่ามาตรฐานทางด้านการเมืองต้องสูงกว่ามาตรฐานด้านกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องรอหลักฐานหรือรอคดีถึงที่สิ้นสุด คนที่อยู่ในอำนาจควรแสดงความรับผิดรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามพรรคประชาชน ยังยึดในเงื่อนไขเดิมที่ได้ประกาศไปแล้วคือ จะไม่มี สส.พรรคประชาชนคนไหน โหวตให้แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย

เมื่อถามว่าหากเข้าสภาฯ แล้ว สามารถยืนยันได้หรือไม่ว่า จะไม่มีการผลักดันแก้มาตรา 112 นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าในเมื่อไม่เป็นนโยบายการหาเสียง ก็จะไม่เป็นนโยบายที่รัฐบาลจะแถลงต่อรัฐสภา

ส่วนในอนาคตจะมีการผลักดันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ระบุว่า การที่สังคมตกผลึกร่วมกันว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร ขึ้นอยู่กับเสียงสนับสนุนของพรรคประชาชน เชื่อว่าประชาชนที่จะเข้าคูหาให้ประชาชนในวันที่ 8 ก.พ.นี้ เรารู้ดีว่าจุดยืนของพรรคประชาชนคืออะไร ซึ่งได้สื่อสารไปหลายครั้งในสภาฯ ขณะที่การนิรโทษกรรมในมาตรา 112 จุดประสงค์ของการนิรโทษจะต้องนิรโทษกรรมให้กับคนทุกกลุ่ม เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่เกิดความเป็นธรรม สังคมก็จะเจริญก้าวหน้าต่อไม่ได้

สำหรับแคนดิเดตนายกฯ 3 คน จะเป็นบัญชีรายชื่อใน 3 อันดับแรก ซึ่งทุกอันดับใน 100 คนมีเซอร์ไพรส์แน่นอน บางส่วนจะเป็นทีมบริหารอยู่ในบัญชีรายชื่อ และทีมบริหารบางส่วนไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อ

ทั้งนี้ หากเป็นรัฐบาลแล้ว แคนดิเดตและทีมบริหารจะลาออกจาก สส.เป็นสปิริตของผู้แทนที่มาจากพรรคประชาชน เราต้องการเปิดให้สภาฯ มีตัวเลือกและมีคนทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเต็มที่ เราคิดเรื่องนี้ไว้แล้วว่าจะมีการลาออกเพื่อขยับบัญชีรายชื่อให้เพื่อน ๆ ขึ้นมาทำหน้าที่ในสภาฯ ได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น

เมื่อถามว่า การที่พรรคประชาชนไปกาในช่องเห็นชอบให้แก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกิจกรรมของทาง iLaw หลายฝ่ายกังวลว่าอาจทำให้ผิดกฎหมายและไม่สามารถไปต่อได้ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคการเมืองทุกพรรคควรจะต้องรณรงค์ได้ ไม่ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ กับคำถามประชามติอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม

จริง ๆ กฎหมายประชาติได้บอกไว้ว่าการรณรงค์สามารถทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเมื่อวานที่มีความกังวลอยู่คือ การแสดงความเห็นที่ออกมาจากทาง กกต. เรื่องนี้เมื่อวานที่ตนตัดสินใจกาไป คืออยากยืนยันในจุดนี้และให้ กกต.มาให้ความชัดเจน อยากให้สื่อมวลชนไปถาม กกต. ด้วยว่าทำไมถึงออกมาให้ความเห็นแบบนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ส่วนความกังวลเกี่ยวกับคดี 44 สส. นายณัฐพงษ์ระบุว่า เราได้บริหารความเสี่ยงไว้หมดแล้ว นอกจากคดี 44 สส.ยังมีคดีอื่น ๆ ที่ผู้สมัคร สส.แบ่งเขตอาจจะเคยมีการแสดงความเห็นและถูกกระบวนการนิติสงคราม ซึ่งเราได้มีการย้ายบางคนมาลงสมัครในบัญชีรายชื่อแล้ว หากมีอุบัติเหตุทางการเมืองบัญชีรายชื่อสามารถลาออกเพื่อขยับขึ้นมาได้ อยากให้ความมั่นใจต่อประชาชน ไม่ต้องกังวล ส่วนนี้เราได้บริหารจัดการความเสี่ยงไว้หมดแล้ว หากพรรคประชาชนเราได้คะแนนเสียงมากที่สุด เราสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคประชาชนได้แน่นอน

“ยศชนัน” ลั่นไม่พกของขลัง แต่พกหัวใจมา จับได้เบอร์ไหนไม่สำคัญ

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และผู้ประสงค์ลงสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึงโรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ แจ้งวัฒนะ

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าเล็งตัวเลขไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องตัวเลขไม่เป็นไร วันนี้ได้เลขไหนก็พร้อมที่จะทำงานให้กับประชาชนทุกคน

ส่วนได้พกของขลังเพื่อเป็นขวัญกำลังใจหรือไม่ นายยศชนัน กำมือวางที่หน้าอก ก่อนจะบอกว่า ใจอย่างเดียว มีใจกับทีมงาน รวมถึงเมื่อวานได้กำลังใจจากว่าที่ สส. เขต ทุกคนมีขวัญกำลังใจพร้อม และวันนี้ทีมปาร์ตี้ลิสต์พร้อม ซึ่งวันนี้มากันกว่า 30 คน

โดยกิจกรรมหลังจากได้เบอร์แล้ว ก็น่าจะเป็นการพบปะประชาชนในบริเวณใกล้เคียง สิ่งสำคัญที่สุด คืออยากให้วันนี้เป็นวันเริ่มต้นแห่งความหวังอีกครั้งหนึ่ง

นายยศชนันระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือประเทศไทยตอนนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า เป็นปีที่พวกเราจำเป็นต้องสามัคคีกัน ครั้งนี้นโยบายของพรรคเป็นไปในแนวทางที่ดูแลทั้งประชาชนรากหญ้า ซึ่งจำเป็นต้องทำ และอีกแนวทางหนึ่งคือการสร้างเศรษฐกิจใหม่สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้พี่น้องประชาชน

วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมเต็มที่ เราเคยทำสิ่งนี้มาเหลืออีกนิดเดียว เราจะสามารถทำให้สำเร็จ ขอโอกาสจากพี่น้องประชาชน ครั้งนี้พวกเราพร้อมที่มองปัญหาในสายตาพี่น้องประชาชน

ส่วนกรณีที่หลายคนมองว่า หลายนโยบายของพรรคเป็นนโยบายเดิม ที่นำมาสานต่อ จะมีนโยบายใดใหม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า มีนโยบายที่จะเปิดอีก 2 รอบ ซึ่งจะเป็นตัวตัดสิน เป็นคำตอบ และเป็นความหวัง ให้พี่น้องประชาชนว่าประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าได้อย่างแข็งแรง ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย

ส่วนจะเป็นนโยบายประชานิยมแบบเดิมหรือไม่นั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ถ้าประชาไม่นิยม มันก็ไม่เกิดประโยชน์ นโยบายที่พรรคเพื่อไทยทำ เป็นนโยบายที่ประชาชน จับต้องได้ และได้ประโยชน์กับประชาชน เชื่อว่าประชาชนต้องนิยมชมชอบแน่นอน

เมื่อถามว่าจะไม่มีปัญหาเหมือนรอบนโยบายดิจิทัล วอลเล็ต หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่มี เราผ่านประสบการณ์ที่เราเป็นรัฐบาล เรารัฐราชการที่แข็งแกร่ง วันนี้กลไกหนึ่งที่เราต้องทำคือการเปลี่ยนรัฐอุปสรรค ให้เป็นรัฐสนับสนุน ซึ่งไม่ใช่แค่การสนับสนุนใครก็ตามที่มาเป็นรัฐบาล แต่ต้องสนับสนุนให้บริการประชาชน ให้ดียิ่งขึ้นต้องมีการปรับปรุง ปฏิรูปโครงสร้างรัฐเช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่านโยบายที่ออกมาจะไม่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ และนายยศชนัน หันมองหน้ากัน ก่อนจะตอบว่า ครับ

ส่วนพรรคเพื่อไทย ได้วางแผนการหาเสียงเลือกตั้งอย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า ตอนนี้แคนดิเดตนายกฯ ทั้งสามคน รวมถึงผู้สมัคร สส. ของพรรคเพื่อไทย มีความเชี่ยวชาญต่างกัน และสามารถทำงานแทนกันได้ ซึ่งได้มีการวางแผนหาเสียงไว้ในแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว

ส่วนประเมินตัวเลข สส. บัญชีรายชื่อของพรรคไว้เท่าเดิมหรือไม่ ลดลงแค่ไหน นายสุริยะ เชื่อว่า มากกว่าเดิมแน่นอน เพราะนโยบายต่าง ๆ ของพรรคเพื่อไทย เมื่อเปิดไปแล้วประชาชนต้องชอบ เพราะเราทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน

ส่วนประเมินกระแสส่วนตัวของนายยศชนันอย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า เรามองตั้งแต่เกิด ซึ่งยังไม่สามารถเลือกตั้งได้ สิ่งสำคัญที่สุด เริ่มตั้งแต่พื้นฐานของเยาวชน เราพยายามสื่อสารตลอด ว่าอยากให้เป็นความหวัง มีความจำเป็นต้องทำนโยบายในส่วนนี้ เพื่อให้เยาวชนสามารถเติบโตมาได้อย่างดีที่สุด

ส่วนในเรื่องการทำงานก็ได้มีการสื่อสาร ในเรื่องการสร้างโอกาส สร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ โดยทำให้โอกาสใหม่ ๆ เข้ามา และอีกนโยบายคือการดูแลผู้สูงอายุ การดูแลคนเกษียณ ด้านการศึกษา สาธารณสุข ก็เป็นส่วนหนึ่งที่พรรคเพื่อไทยทำนโยบายมาตั้งแต่ไทยรักไทย

เมื่อถามว่าประเมินว่ารอบนี้ จะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า หลังจากที่เปิดชื่อนายยศชนัน เป็นแคนดิเดตเบอร์หนึ่ง และเดินสายออกรายการต่าง ๆ ก็ทำให้ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยต่างแย่งตัวกัน เพื่อชวนไปพบชาวบ้าน ตนจึงคิดว่าช่วงนี้นายยศชนัน ต้องฟิตร่างกายให้แข็งแรง เพื่อเตรียมตัวลงพื้นที่ และหาเสียง และหากได้รับเลือกจากประชาชนให้เป็นนายกรัฐ
มนตรี ต้องทำงานหนักกว่านี้

เมื่อถามถึงความพร้อมในการจับมือจัดตั้งรัฐบาล ระหว่างส้มกับน้ำเงิน พรรคเพื่อไทย จะจับมือกับพรรคไหน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่อยากให้มาโฟกัส ว่าใคร จะจับกับใคร เพราะวันนี้อย่าดูถูกประชาชนให้ประชาชนได้ตัดสินการเลือกตั้งจากนโยบาย จากตัวบุคลากรที่เขารักและชอบ และพรรคการเมืองที่เชื่อมั่น

ไปตัดสินคนอื่นในนาทีนี้คงยังไม่ได้ เหมือนที่นายยชนันท์บอกว่าประชาชนไม่มีเทา ถ้าประชาชนเลือกมา เราต้องเคารพ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเราไม่มีข้อจำกัดว่าจะจับ หรือไม่จับกับใคร แต่มีความเชื่อมั่น จะเดินหน้าสู่การเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ใครที่จะมาร่วมกับเรา ต้องศึกษาทำความเข้าใจนโยบายของพรรคเพื่อไทย และพร้อมสนับสนุนการทำงานนโยบายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ครั้งที่แล้วเราก็เจอบทเรียนที่มีพรรคร่วมที่อาจไม่สอดประสานในบางจุด ฝากทุกพรรคการเมืองถ้ามีเวลา ก็ศึกษานโยบายพรรคเพื่อไทย เพราะในอนาคต พอจัดตั้งรัฐบาล จะได้มาคุยกัน ว่าพร้อมที่จะทำงานร่วมกันหรือไม่

ก่อนย้ำว่า จุดยืนเพื่อไทยขณะนี้ไม่ได้ติดขัด ในการจับมือกับพรรคใด พรรคเพื่อไทยให้เกียรติประชาชน ในการเลือกตั้งต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินก่อน

ส่วนคำถามที่บอกว่กเป็นพรรคอันหนึ่ง จะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากทุกคนหรือไม่นั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนขอตอบเลยว่ามันอยู่ที่กระบวนการประชาธิปไตย เสียงอันดับหนึ่งได้สิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน เรายึดมั่นมาโดยตลอด ครั้งที่แล้วตอนปี 2562 พรรคเพื่อไทยก็ยึดมั่นเช่นเดียวกัน ได้ให้พรรคอันดับหนึ่ง ดำเนินการในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อจับไม่ได้ จึงเป็นลำดับที่สองดำเนินการ

แต่ไม่มีว่าเป็นพรรคอันดับหนึ่งแล้วทุกคนต้องยกมือให้ เป็นการเข้าใจหลักการประชาธิปไตยคลาดเคลื่อน ต้องมาคุยกันว่านโยบายไปด้วยกันได้หรือไม่

“หมอวรงค์” หวังจับเบอร์หมายเลขเดียวเพราะจำง่าย ชูปราบโกงเข้ม ยกเลิกแบงก์พัน–ห้าร้อย ตัดวงจรเงินสีเทา

ที่บริเวณโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี เดินทางมาสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมเข้าร่วมการจับสลากหมายเลข โดยเปิดเผยว่า พรรคไทยภักดีไม่ได้ส่งผู้สมัครบัญชีรายชื่อครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด แต่ส่งไว้ประมาณ 30 คน เนื่องจากตั้งเป้าหมายให้สอดคล้องกับศักยภาพของพรรค โดยหวังให้ได้จำนวนที่นั่ง สส. มากที่สุด ทั้งนี้ ผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน

สำหรับนโยบายหลักในการเลือกตั้งครั้งนี้ นพ.วรงค์ ระบุว่า พรรคไทยภักดียึดประเด็นปัญหาทุจริตและคอร์รัปชันเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานทางการเมือง โดยมีเป้าหมายเข้ามาจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมชูนโยบายที่พรรคมองว่าเป็นต้นแบบ อาทิ การกำหนดบทลงโทษสูงสุดในคดีทุจริต การไม่เปิดช่องให้ผู้กระทำผิดคดีทุจริตขอพระราชทานอภัยโทษ การเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถฟ้องร้องนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงที่ทุจริตได้โดยตรง รวมถึงนโยบายยกเลิกธนบัตรชนิดราคา 1,000 บาทและ 500 บาท เพื่อตัดวงจรเงินสีเทา

นอกจากนี้ นพ.วรงค์ เผยว่า พรรคไทยภักดี ยังเสนอแนวทางปฏิรูปตำรวจ โดยประกาศชัดว่าจะผลักดันการยกเลิกการตั้งด่านตรวจ ซึ่งมองว่าเป็นต้นตอของปัญหาวงจรส่วย และเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข

เมื่อถูกถามถึงหมายเลขที่อยากได้ในการจับสลาก นพ.วรงค์ ระบุว่า โดยส่วนตัวอยากได้หมายเลขตัวเดียว เพราะจำง่าย ไม่ซับซ้อน พร้อมกล่าวถึงบรรยากาศการสมัครในวันนี้ที่มีผู้สวมหน้ากาก หมอวรงค์จำนวนมาก ว่าเป็นสัญลักษณ์สะท้อนตัวตนของพรรคไทยภักดี ซึ่งยืนหยัดต่อสู้กับการทุจริตมาโดยตลอด และถือเป็นดีเอ็นเอของพรรคในการปราบปรามคอร์รัปชัน

นพ.วรงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคไทยภักดีวางจุดยืนชัดเจนว่าเป็นต้นแบบของการปราบโกง และขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันต่อสู้กับการทุจริต เพื่ออนาคตของประเทศ บ้านเมือง และสังคมไทยโดยรวม

“วันมูหะมัดนอร์” ชี้พรรคเล็ก–ใหญ่ไม่สำคัญ แต่อุดมการณ์ต้องชัด ยันพรรคประชาชาติไม่ทิ้งจุดยืน

ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 2 พรรคประชาชาติให้สัมภาษณ์ก่อนสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และยื่นรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่า ตนคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่สำคัญ ที่เราต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย จากที่เคยอยู่ในความมืดปฏิวัติรัฐประหารมา ซึ่งตนคิดว่าครั้งนี้ไม่มีอำนาจมืดแต่เป็นอำนาจของประชาชนโดยแท้ และประชาชนควรเป็นผู้ชี้ชะตาว่าประเทศไทยจะไปทางไหนต่อไป เราควรที่จะได้รัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง และมุ่งมั่นที่จะทำงานให้กับประชาชน

เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่เพราะขณะนี้พรรคเล็กได้มีการย้ายไปรวมกับพรรคใหญ่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า สำหรับพรรคอื่นตนไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ แต่สำหรับพรรคประชาชาติเรามีความมุ่งมั่นว่าเรามีจุดยืนของพรรคชัดเจน ไม่ใช่จะต้องยุบพรรคเพื่อไปรวมกับพรรคอื่น เราต้องการรักษาอุดมการณ์ของพรรค เพื่อพี่น้องประชาชน

"จะเล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญอยู่ที่อุดมการณ์ที่ชัดเจน บางครั้งพรรคใหญ่ก็ไม่สามารถรักษาอุดมการณ์ได้ มีความไม่ชัดเจนก็อาจจะทำงานไม่ได้ ที่ผ่านมาเรามีปัญหาเพราะความชัดเจนในการทำงานด้วยความสามัคคี ไม่ค่อยจะมี ซึ่งผมหวังว่า คราวนี้พี่น้องประชาชนควรตรึกตรองให้ดี ฉะนั้น พี่น้องประชาชนควรจะเลือกในการสร้างประชาธิปไตย เราอย่าไปลุ่มหลงในอำนาจของเงิน สิ่งเหล่านี้จะทำลายอำนาจของประชาชน และขอฝากว่าให้พี่น้องประชาชนใช้จิตวิญญาณของคนไทยสร้างประเทศของเราใหม่เพื่อประชาธิปไตยของประชาชนที่เข้มแข็ง " นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาชาติจะสามารถรักษาเก้าอี้ภาคใต้ไว้ได้หรือไม่เพราะหลายพรรคหวังปักธงภาคใต้ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ทุกคนมุ่งไปในทุกพื้นที่ แต่ตนคิดว่าประชาชนสามารถเลือกได้ ระหว่างคุณภาพหรืออำนาจของเงิน อิทธิพล

ตนมีความเชื่อมั่นว่าประชาชนผ่านการเลือกตั้งมาคงจะเลือกได้ และเชื่อมั่นว่าพรรคประชาชาติต้องโตกว่าเดิม โตด้วยคุณภาพ คุณธรรม และจิตวิญญาณของประชาชน อย่างไรก็ตาม เราอยากได้จำนวน สส. มากกว่าเดิม

แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับประชาชน อย่าไปตั้งเป้าเราต้องให้การตัดสินใจเป็นของประชาชน และเราต้องโตกว่าเดิมอย่างน้อย 2 เป็นพื้นที่ที่ไม่กว้างนักแต่ประจักษ์ ทั้งพ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 ก็ได้ เข้าร่วมรัฐบาลและ ทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน และพรรคเราสมาชิกมีจำนวนไม่มาก แต่ทุกคนทำงานในสภาอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่าจุดยืนของพรรคประชาชาติในการจัดตั้งรัฐบาลมีเงื่อนไขอะไรหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ต้องร่วมกับพรรคการเมืองที่ทำประโยชน์ให้กับประชาชนต่อไปข้างหน้าได้ และสามารถเอานโยบายของพรรคประชาชาติเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายรัฐบาลได้

เมื่อถามย้ำว่าจะจับมือหรือไม่จับมือกับพรรคใดบ้าง นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เรายังไม่สามารถบอกก่อนที่ตัวเลขคะแนนของพรรคการเมืองที่ผ่านการเลือกตั้ง โดยประชาชนตัดสินใจให้แล้ว เราไม่ใช่ผู้จัดตั้งรัฐบาลด้วยตัวเอง ต้องเป็นพรรคใหญ่อันดับ 1 เป็นคนจัดตั้งรัฐบาล แต่เรามีความเชื่อมั่นว่าพรรคไหนที่เป็นรัฐบาล ถ้าเป็นพรรคที่ประชาชนให้ความไว้วางใจและ สามารถทำงานให้กับประชาชนได้โดยเฉพาะขณะนี้ปัญหาหนักที่สุดคือปัญหาปากท้องของประชาชน พรรคไหนที่สามารถแก้ได้ในปัจจุบัน ก็คาดว่าจะได้รับเสียงจากประชาชน อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชาติยินดีที่จะไปร่วมเพื่อสร้างความเข้มแข็งความถูกต้องของการเมืองไทยในอนาคตได้

“สุชัชวีร์” ชอบเลข 9 เหตุคล้องชื่อพรรค ชูทีมผู้เชี่ยวชาญ แก้วิกฤตประเทศ

ที่บริเวณโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ เดินทางมาสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมเข้าร่วมการจับสลากหมายเลข โดยให้สัมภาษณ์ถึงหมายเลขที่อยากได้ว่า โดยส่วนตัวชอบหมายเลข 1 หรือหมายเลข 9 ก็ได้ ซึ่งสอดคล้องกับชื่อพรรคไทยก้าวใหม่ แต่ย้ำว่าหมายเลขใดก็ถือว่าดีเช่นกัน

สำหรับความพร้อมในการส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ นายสุชัชวีร์ ระบุว่า พรรคไทยก้าวใหม่มีผู้สมัครที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ มีความรู้ความสามารถในหลากหลายสาขา หลายคนเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่เดินทางกลับมาช่วยพัฒนาประเทศไทย เนื่องจากมองว่าสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงโดยยึดหลักวิชาการ ความเป็นมืออาชีพ และการทำงานเชิงสร้างสรรค์อย่างจริงจัง

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตในหลายด้าน ทั้งการศึกษา ภัยพิบัติ ความสามารถในการแข่งขัน และเศรษฐกิจ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการระดมกำลังสมองจากคนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ทันสมัยและสอดรับกับโลกยุคใหม่

ทั้งนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ได้ส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจำนวน 60 คน และยังสามารถส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตได้ครบทุกภาคทั่วประเทศ รวมถึงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งนายสุชัชวีร์ ระบุว่า ถือเป็นความสำเร็จเกินความคาดหมาย ภายใต้ระยะเวลาที่จำกัด

นายสุชัชวีร์ ย้ำด้วยว่า พรรคไทยก้าวใหม่มีจุดยืนชัดเจนในการทำงานทางการเมือง โดยพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย แต่ต้องยึดหลักวิชาการ ไม่บิดเบือน และไม่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนหรือผลประโยชน์ใดเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นทุนเทาหรือทุนดำ หากไม่คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่

ส่วนประเด็นการจับมือจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง นายสุชัชวีร์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาในการพูดถึงเรื่องดังกล่าว โดยขอทำหน้าที่ในช่วงการเลือกตั้งให้ดีที่สุดก่อน พร้อมย้ำว่าพรรคไทยก้าวใหม่ตั้งใจทำการเมืองเชิงสร้างสรรค์ เพื่อรับมือกับวิกฤตของประเทศในทุกมิติ และดึงคนเก่งมาร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย นำทีม ว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ขึ้นรถเมล์ไฟฟ้า สมัครรับเลือกตั้ง

บรรยากาศช่วงเช้าที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีการนัดหมายว่าที่ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย นัดรวมตัวที่ทำการพรรคในเวลา 05.30 น. นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยทั้ง 3 แคนดิเดตนายกฯ สวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีแดง โลโก้พรรค “เพื่อไทย ทำได้” ส่วนผู้สมัครสวมใส่สูทสีดำ

นายยศชนัน กล่าวว่า วันนี้เป็นวันเริ่มต้นที่เราจะสร้างความหวังให้กับพี่น้องประชาชน เพราะหลายคนที่อยู่ตรงนี้เป็นผู้ที่มีประสบการณ์มาก และเป็นที่พึ่งพาของประเทศชาติ ในยามที่เรามีภาวะวิกฤต

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่เราพร้อมที่จะบอกว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่ใช่แค่วันเลือกตั้งอย่างเดียว แต่เป็นวันที่เราจะเริ่มต้น ในการสร้างความหวังที่ดีขึ้น
ในการทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ การเมืองที่ไม่ใช่เพื่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็นการการเมืองเพื่อที่จะทำให้พี่น้องประชาชนกิน อยู่ดี และพลิกฟื้นวิกฤติทางเศรษฐกิจ และวิกฤตต่าง ๆ และมองผ่านสายตาของประชาชน ขอเป็นกำลังใจทุก ๆ คน ที่วันนี้เป็นวันเริ่มต้นแห่งความหวัง ของประชาชน

จากนั้นในเวลา 06.00 น.มีการปล่อยคาราวาน โดยแกนนำพรรคขึ้นรถเมล์ไฟฟ้าสีแดง พรรคเพื่อไทย ออกเดินทางไปยังเซ็นทาราศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ

ถึงคนแรก! "เสรีพิศุทธ์" ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 1

พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เดินทางถึงที่สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย โดยอยู่ในลำดับที่ 1 ซึ่งการเลือกตั้งในครั้งนี้ ตั้งเป้ากวาด สส. 28 ที่นั่ง

โดยหวังว่าการเดินทางมาเช้าวันนี้จะได้เบอร์สวย จำง่ายๆ ส่วน สส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคเสรีรวมไทย ส่งจำนวน 43 รายชื่อ ขณะที่นโยบายรอบนี้ เน้นไปที่การป้องกันประเทศ เช่น ปัญหาไทย-กัมพูชา ที่ยังแก้ไขไม่เด็ดขาด รวมถึงปัญหาในวงการสีกากี

ส่วนจะจับมือกับพรรคใครนั้น ขอรอดูผลการเลือกตั้งก่อน เนื่องจากยังพูดอะไรมากไม่ได้ ต้องขอดูคะแนนก่อน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวถึงปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง โดยมองว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ปัญหาดังกล่าวยังคงมีอยู่ และตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่าพรรคเสรีรวมไทยยึดหลักไม่โกง และเห็นว่าหน่วยงานปราบปรามการทุจริตควรทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งกว่านี้

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ก็เข้าคุกกันไปหมดแล้ว แต่เดี๋ยวก็จะมีเข้าไปอีก

ส่วนกระแสเปรียบเทียบบุคลิกกับ พล.อ.รังษี ว่าจะเป็นการแย่งคะแนนเสียงกันหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า ไม่มองว่าเป็นปัญหาใด ๆ พร้อมกล่าวว่า พล.อ.รังษี เป็นรุ่นน้อง และไม่ได้มีประสบการณ์ด้านการทหารในสนามรบโดยตรง พร้อมย้ำว่าไม่จำเป็นต้องท้าทายหรือแข่งขันกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริโภคปี 2569 พลิกนิยามซื้อ “รถคันใหม่” ไม่ได้มองแค่รุ่นรถและราคา

เลือกตั้ง 2569 : “เท้ง ณัฐพงษ์” นำทัพ สส.กทม. ทั้ง 33 เขต ประกาศหมายเลขผู้สมัคร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลือกตั้ง 2569 : เกาะติดบรรยากาศ รับสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ - เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...