โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. ออกเกณฑ์นำเงินเข้าประเทศเกิน 2 แสนดอลลาร์ฯ ต้องแจงที่มา เริ่ม 29 ธ.ค. 68 หวังสกัดบาทแข็ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 15.48 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 08.48 น.

ธปท. ออกประกาศกำหนดบุคคลธรรมดา-นิติบุคคลในประเทศที่นำเงินเข้าประเทศเกิน 200,000 ดอลลาร์ฯ ต้องรายงานแหล่งที่มา-วัตถุประสงค์ในการนำเงินเข้า มีผล 29 ธ.ค. 2568 หวังสกัดบาทแข็งค่า ยันไม่กระทบธุรกรรมขนาดเล็ก

26 ธ.ค. 2568 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีเงินตราต่างประเทศไหลเข้าออกประเทศในปริมาณสูง ส่งผลให้สถาณการณ์ค่าเงินบาทมีความผันผวนสูง ธปท. จึงเพิ่มความเข้มงวดในการนำเงินเข้าประเทศ โดยจะมีการตรวจเอกสารการนำเงินเข้าประเทศสำหรับกรณีที่มีการโอนเงินจำนวนมากแต่ไม่สามารถระบุที่มาหรือวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนได้

โดยวันนี้ได้ลงนามในประกาศ เรื่อง การซักซ้อมวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการทำธุรกรรมเงินตรา ต่างประเทศกับลูกค้า เพื่อขอตรวจสอบเอกสารการนำเงินเข้าประเทศ โดยจะกำหนดให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่นำเงินเข้าประเทศเกิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องรายงานแหล่งที่มาของรายได้และวัตถุประสงค์ในการนำเงินเข้าอย่างชัดเจน โดยมีผลตั้งแต่ 29 ธ.ค. 2568

“ประกาศจะมีการระบุว่าการนำเงินเข้าประเภทไหนที่ต้องรายงานบ้าง เช่น บุคคลธรรมดา และ นิติบุคคลในประเทศ หรือ Resident Corporate โดยแบงก์จะเป็นผู้ตรวจเอกสาร ยืนยันว่าประกาศนี้จะไม่กระทบต่อผู้ที่มีธุรกรรมขนาดเล็ก เช่น การนำเงินกลับจากการทำงานต่างประเทศ หรือธุรกรรมการค้าปกติที่มีเอกสารยืนยันชัดเจน”

ทั้งนี้ มาตรการครั้งนี้ถือว่าเป็นการปรับตัวที่สำคัญอีกครั้ง เนื่องจากตั้งแต่ปี 2540 ธปท. มุ่งเน้นการตรวจสอบเฉพาะขาเงินออกเพราะกังวลเรื่องเงินดอลลาร์ฯ ไหลออกนอกประเทศแต่ในบริบทปัจจุบัน ความได้เปลี่ยนมาอยู่ที่เงินไหลเข้าเพราะส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

นายวิทัย เปิดเผยว่า สำหรับสาเหตุที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก

1. ปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งในปีนี้อ่อนค่าลงประมาณ 10% นอกจากนี้ยังมีเรื่องของดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่เป็นบวกมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงให้เงินบาทมีทิศทางแข็งค่าขึ้น

2. กระแสเงินทุนไหลเข้า (Flow) เป็นการนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยของชาวต่างชาติ (Non-resident) ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้

“ตอนนี้เราไม่เห็นสัญญาณของการเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินเหมือนเมื่อก่อนที่เงินไหลเข้ามาในตราสารหนี้ระยะสั้น แต่ตอนนี้เป็นการเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว ซึ่งเราไม่สามารถใส่มาตรการ เช่น เรื่องภาษีเพื่อปิดกั้นเรื่องนี้ได้เพราะมีผลต่อตลาดทุน”

นอกจากนี้สิ่งที่กดดันที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากธุรกรรมการซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชัน โดยกลไกที่เกิดขึ้นคือเมื่อนักลงทุนเก็งกำไรขายทองเป็นเงินบาทผ่านแอปฯ ร้านทองจะต้องนำทองไปขายต่อในตลาดต่างประเทศเพื่อรักษาสถานะ (Square Position) ทำให้ได้เงินดอลลาร์มา และต้องนำดอลลาร์นั้นมาขายเพื่อแลกเป็นเงินบาทกลับคืนมา ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นโดยตรง

“ในช่วงที่เงินบาทแข็งค่าหนัก ยอดขายดอลลาร์ฯ ที่เกิดจากการค้าทองคำสูงถึง 40-60% ของยอดขายดอลลาร์ทั้งหมดในประเทศ”

อย่างไรก็ตามประเทศไทยเป็นไม่กี่ประเทศที่ไม่มีการควบคุมการซื้อขายธุรกิจทองคำ ซึ่งธปท. ได้เสนอให้กระทรวงการคลังหาเจ้าภาพเข้ามาดูแล โดยสิ่งที่ธปท. ดำเนินการได้ คือ อยู่ระหว่างการขออำนาจแก้ไขประกาศกระทรวงการคลัง เพื่อให้สามารถเข้าไปควบคุมธุรกรรมการซื้อขายทองคำที่ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนได้โดยตรง โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนและเริ่มเห็นผลในช่วงสัปดาห์ที่ 3 หรือ 4 ของเดือน ม.ค. 2569

โดยเกณฑ์ใหม่ที่จะออกมาจะมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้เทรดทองคำรายใหญ่ที่มีการซื้อขายปริมาณมากหรือเทรดหลายรอบต่อวันเพื่อเก็งกำไร การกำหนดวอลุ่มและรอบการซื้อขายเพื่อลดผลกระทบต่อค่าเงิน และ ขอความร่วมมือร้านทองรายใหญ่ให้ปรับตัวและช่วยกันดูแลไม่ให้เกิดการเก็งกำไรที่เกินควร

“การเก็งกำไรทองไม่ได้มีผลต่อเศรษฐกิจ ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจเติบโต ดังนั้นถ้าเราเห็นว่ามีผลกดดันค่าเงินบาทมากก็คงต้องเข้าไปดูเพราะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจชัดเจน ยืนยันว่ามาตรการนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการซื้อขายทองคำตามหน้าร้านทองปกติหรือการซื้อขายรายย่อยทั่วไปในแอปพลิเคชันออนไลน์”

3. ข้อจำกัดในการเข้าแทรกแซง (Intervention) โดยหลังจากที่ประเทศไทยได้ลงนามกับรัฐบาลทรัมป์ 1 เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วซึ่งห้ามไม่ให้ประเทศคู่ค้าใช้เครื่องมือเพื่อบิดเบือนค่าเงิน (Manipulate) เพื่อชิงความได้เปรียบทางการค้า ทำให้ธปท. สามารถเข้าแทรกแซงได้เพียงเพื่อลดความผันผวนเท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปซื้อขายดอลลาร์เพื่อกำหนดทิศทางราคาหรือตรึงราคาได้ ซึ่งข้อกำหนดนี้ยังถูกนำมาใช้ในการเจรจาภาษีที่ไทยได้รับมาที่ 19% ด้วย ซึ่งในครึ่งหลังของปี 2568 ที่ผ่านมาธปท. ก็ได้เข้าไปดำเนินการเรื่องการลดความผันผวนอย่างหนักหน่วงมาก

ส่วนกรณีที่สถานการณ์ค่าเงินบาทยังแข็งค่าขึ้นแม้ว่ากระทรวงการคลังและธปท. จะออกเกณฑ์เพื่อดูแลไปเมื่อ 23 ธ.ค. 2568 นายวิทัย เปิดเผยว่า มาตรการทั้งหมดที่ออกมาเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเนื่องจากหลายปัญหาเกิดขึ้นจากปัญหาเชิงโครงสร้าง

“เป้าหมายในการออกมาตรการทั้งหมดของเราคือต้องการลดความผันผวนของค่าเงินบาท ไม่ให้เกิดการขายธุรกรรมแรงๆ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่มีผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวมเลยและยังมีผลด้านลบต่อผู้ส่งออกด้วย”

ประกาศฉบับเต็ม : www.bot.or.th

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...