โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

‘Kiyomizu Dera: “วัดน้ำใส” งานสถาปัตยกรรมใหญ่เชิงวัฒนธรรมของเมืองเกียวโต’

GM Live

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เว็บไซต์ว่าด้วยเรื่องราวของผู้ชาย เทรนด์ บทสัมภาษณ์ บทวิเคราะห์ธุรกิจ รถยนต์ Gadget สุขภาพ อัพเดทก่อนใคร

ถ้าหากใครไปท่องเที่ยวที่เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เชื่ออย่างยิ่งว่าหนึ่งในสถานที่ที่ห้ามพลาดไม่ไปไม่ได้ คงหนีไม่พ้น 'วัดน้ำใส' หรือ 'คิโยมิซุเดระ' อันเป็นสถานที่เลื่องชื่อ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละปี ซึ่งสถานที่แห่งนี้ ไม่เพียงแต่จะมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ยังถือได้ว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมโบราณชั้นเยี่ยม ที่สามารถใช้เป็นกรณีศึกษาของงานก่อสร้างแบบยั่งยืนได้อีกแห่งหนึ่งด้วย

วัดคิโยมิซุเดระ (Kiyomizu-dera) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “วัดน้ำใส” คือหนึ่งในสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของเมืองเกียวโต และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไม่ควรพลาด วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาฮิงาชิยามะ รายล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงาม โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่ทิวทัศน์รอบวัดเปลี่ยนสีสันอย่างน่าประทับใจ ความงดงามของสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความสวยงามทางสายตา แต่ยังแฝงไว้ด้วยประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของพุทธศาสนาที่สืบทอดมายาวนานกว่าพันปี

ประวัติของวัดคิโยมิซุเดระเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 778 ในช่วงปลายยุคนารา โดยพระภิกษุเอ็นชิน (Enchin) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากน้ำศักดิ์สิทธิ์ของน้ำตกโอโตวะ (Otowa-no-taki) ที่ไหลไม่ขาดสาย วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระโพธิสัตว์กวนอิม (คันนง) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเมตตา ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา วัดได้รับการบูรณะซ้ำหลายครั้งจากเหตุไฟไหม้และภัยพิบัติ แต่ยังคงรักษาโครงสร้างและจิตวิญญาณดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์

จุดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่ทำให้วัดคิโยมิซุเดระมีชื่อเสียงระดับโลก คืออาคารหลักที่สร้างด้วยไม้ทั้งหลังโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว ระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่ยื่นออกจากหน้าผาเป็นเอกลักษณ์สำคัญ เปิดมุมมองกว้างสู่เมืองเกียวโตและผืนป่าโดยรอบ โครงสร้างไม้ที่ซับซ้อนและแข็งแรงสะท้อนถึงภูมิปัญญาด้านวิศวกรรมของช่างญี่ปุ่นโบราณ ซึ่งสามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ให้ทนทานต่อกาลเวลาได้อย่างน่าทึ่ง

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญคือ น้ำตกโอโตวะ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “คิโยมิซุ” หรือ “น้ำใส” น้ำตกแห่งนี้แบ่งออกเป็นสามสาย เชื่อกันว่าผู้ที่ดื่มน้ำจากแต่ละสายจะได้รับพรที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จด้านการศึกษา ความรัก หรือสุขภาพที่ดี ความเชื่อเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างพุทธศาสนา ความศรัทธาพื้นบ้าน และวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่ผูกพันกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง

ในเชิงประวัติศาสตร์ วัดคิโยมิซุเดระมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรมของเกียวโตมาอย่างยาวนาน วัดแห่งนี้ถูกกล่าวถึงในเอกสารและวรรณกรรมหลายยุคสมัย รวมถึงสุภาษิตญี่ปุ่นที่ว่า “กระโดดจากเวทีคิโยมิซุ” ซึ่งหมายถึงการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต สะท้อนถึงอิทธิพลของวัดต่อความคิดและภาษาของสังคมญี่ปุ่นในอดีต

ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรม วัดคิโยมิซุเดระจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก วัดน้ำใสไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว หากแต่เป็นพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของความศรัทธา ความพยายามของมนุษย์ และความงดงามที่เกิดจากการอยู่ร่วมกันระหว่างศิลปะ ธรรมชาติ และกาลเวลาอย่างกลมกลืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...