โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ดันธุรกรรมทะลุ 2 พันล้านรายการ เร่ง AI โตตลาดเกิดใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ม.ค. เวลา 15.10 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. เวลา 08.10 น.

แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล หนุนธุรกรรมดิจิทัลข้ามพรมแดนกว่า 2 พันล้านรายการในปี 2568 เร่งขยายโซลูชันการชำระเงิน การค้า และการเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในตลาดเกิดใหม่หลักทั่วโลก มุ่งช่วยผู้ประกอบการกว่า 150 ล้านราย โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี เข้าถึงระบบเศรษฐกิจดิจิทัลได้ง่ายขึ้น

14 ม.ค. 2569 - แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยข้อมูลปี 2568 หลังจากสนับสนุนธุรกรรมดิจิทัลข้ามพรมแดนมากกว่า 2 พันล้านรายการ ให้แก่ผู้ประกอบการทั่วโลกกว่า 150 ล้านราย โดย 90% เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในตลาดเกิดใหม่หลัก ได้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา โดยบริษัทได้เดินหน้าพัฒนาและขยายขอบเขตโซลูชันทางการเงินและพาณิชย์ดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ให้มีความหลากหลายและตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

ดักลาส ฟีกิน ประธาน แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ในตลาดเกิดใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก การนำ AI และเทคโนโลยีใหม่มาใช้อย่างน่าเชื่อถือและขยายผลได้จริง จะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการทุกขนาด พร้อมย้ำว่าอุตสาหกรรมฟินเทคจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการ “เข้าถึงเทคโนโลยี” ไปสู่การสร้างการเติบโตที่แท้จริง

"ในตลาดเกิดใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก การนำ AI และเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งานจริงอย่างน่าเชื่อถือและสามารถขยายผลได้ จะช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อย ถึงเวลาแล้วที่ผู้พัฒนาฟินเทคจะต้องเปลี่ยนการเข้าถึงเทคโนโลยี ให้กลายเป็นการขับเคลื่อนการเติบโตที่แท้จริง เราจะทุ่มเททำงานอย่างหนักยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการและชุมชนสามารถเข้าถึงโซลูชันการชำระเงินดิจิทัล การเงิน การค้า และการเชื่อมโยงข้ามพรมแดนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ง่ายขึ้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง พร้อมทั้งเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น"

การเข้าถึงดิจิทัลอย่างทั่วถึง ขับเคลื่อนการเติบโตให้ทวีคูณ

  • การชำระเงินคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับเอสเอ็มอีในตลาดเกิดใหม่
  • ร้านค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์สามารถรองรับการชำระเงินได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งผ่าน QR Code โทรศัพท์มือถือ และบัตรได้ผ่าน Alipay+ และ Antom
  • ด้วยความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งทั่วทั้งทวีปเอเชีย แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จะขยายการเชื่อมโยงนี้ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางและลาตินอเมริกา
  • Alipay+ จะยังช่วยส่งเสริมการพัฒนา e-wallet และซูเปอร์แอปในตลาดอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศการชำระเงินและฟินเทคในระดับท้องถิ่น

การเข้าถึงบริการธนาคารและแหล่งเงินทุน ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับเอสเอ็มอี:

  • Bettr ได้ขยายบริการสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีและบุคคลทั่วไปกว่า 30 ล้านราย และกำลังขยายการดำเนินงานไปทั่วภูมิภาคลาตินอเมริกา หลังจากที่ได้เข้าไปลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน R2 ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการให้สินเชื่อแบบฝังตัว (embedded lending) ชั้นนำในลาตินอเมริกา

นวัตกรรมที่เชื่อถือได้และใช้งานได้จริง

แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล มุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี FinAI ที่เชื่อถือได้ ในปี 2568 บริษัทได้เปิดเผยซอร์สโค้ด (open-source) โมเดล AI ที่พัฒนาขึ้นเองในชื่อ Falcon Time-Series Transformer (TST) ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX risk management) ของสายการบิน AirAsia และสามารถลดต้นทุนการป้องกันความเสี่ยง (hedging costs) ได้สูงถึง 40%

นอกจากการลงทุนในนวัตกรรมฟินเทคที่ล้ำสมัยแล้ว แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจการค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีการกำกับดูแล เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้และขยายธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

  • Antom ซึ่งเป็นบริการรับชำระเงินสำหรับผู้ประกอบการระดับแฟลกชิป ปัจจุบันช่วยลดระยะเวลาการเชื่อมต่อระบบชำระเงินได้สูงสุดถึง 95% ด้วย Antom Copilot ซึ่งเป็นผู้ช่วยด้านการชำระเงินอัจฉริยะรายแรก นอกจากนี้ บริการ Antom Payment Orchestration (APO) ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเชื่อมต่อการรับชำระเงินได้ครบวงจรเพียงครั้งเดียว พร้อมระบบ Smart Routing เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการทำธุรกรรม โดยรวมแล้ว ลูกค้า Antom นอกประเทศจีนมีอัตราการเติบโตถึง 75%
  • ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญในแต่ละท้องถิ่นเข้ากับเครื่องมือ AI ที่ปรับเปลี่ยนได้ แพลตฟอร์มการชำระเงินแบบครบวงจร ได้แก่ 2C2P ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ MultiSafePay ในยุโรป ปัจจุบันรองรับธุรกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่สายการบินระดับภูมิภาค ธุรกิจ O2O ผู้นำอีคอมเมิร์ซ ไปจนถึง SME ในท้องถิ่น
  • EPOS360 แอปพลิเคชันสำหรับ SME ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้รวบรวมเครื่องมือ AI ที่ใช้งานได้จริงเข้ากับระบบ ณ จุดขาย (POS) การชำระเงิน บริการธนาคาร การเงิน และการจัดการการเติบโตของธุรกิจขนาดเล็ก
  • WorldFirst ได้ขยายขีดความสามารถ AI ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ในด้านการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน (FX) การควบคุมความเสี่ยง และการบริการลูกค้า สู่การเป็นบริการบัญชีดิจิทัลระดับโลกแบบครบวงจร (360 องศา) เพื่อนำเสนอเครื่องมือการชำระเงินและการจัดการทางการเงินในกว่า 200 ตลาด และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซกว่า 130 แห่ง

การนำ AI มาใช้ต้องตั้งอยู่บนรากฐานความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนลได้พัฒนา โมเดล SHIELD ซึ่งเป็น AI สำหรับบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 3-in-1 ที่สามารถบูรณาการข้อมูลได้หลากหลายมิติ ทั้งข้อมูลแบบกราฟ ลำดับ และตาราง เพื่อปกป้องทั้งลูกค้าและธุรกิจ โมเดลนี้มีความแม่นยำสูงถึง 95% ในการระบุธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง และสามารถเพิ่มอัตราความสำเร็จในการชำระเงินได้สูงสุดถึง 13.5%

การเชื่อมโยงและการชำระเงินแบบเรียลไทม์คือกุญแจสู่อนาคตการค้า

การทำงานร่วมกันของระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนที่หลากหลาย ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการค้า การท่องเที่ยว และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ปัจจุบัน Alipay+ เชื่อมโยงบัญชีผู้ใช้งานกว่า 1.8 พันล้านบัญชี จากพันธมิตรผู้ให้บริการชำระเงินระหว่างประเทศ 40 ราย เข้ากับร้านค้าในกว่า 100 ตลาดทั่วโลก ถือเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนด้านการชำระเงินมือถือข้ามประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยผนึกกำลังกับเครือข่าย QR แห่งชาติ 11 แห่งทั่วโลก นอกจากนี้ ด้วยความร่วมมือกับ Mastercard พันธมิตรของ Alipay+ อาทิ AlipayHK, GCash และ Kakao Pay ยังสามารถชำระเงินแบบแตะจ่ายผ่าน NFC ที่ร้านค้าที่รองรับ Mastercard ได้อีกด้วย

Platform Tech ของแอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนลยังช่วยให้การโอนเงินข้ามพรมแดนมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น โดยสามารถประมวลผลธุรกรรมผ่านบล็อกเชนได้มากกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ และกว่า 95% ของธุรกรรมดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ SWIFT เพิ่งบุกเบิกการชำระเงินแบบ 'ธนาคารสู่กระเป๋าเงินดิจิทัล' (bank-to-wallet) เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าธนาคารทั่วโลกสามารถส่งเงินโดยตรงไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลได้อย่างสะดวกสบาย

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดประกายความสำเร็จฟินเทคเพื่อการเข้าถึงอย่างครอบคลุม

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรในท้องถิ่นมานานกว่าทศวรรษ เอสเอ็มอีได้เห็นผลลัพธ์เชิงบวกที่วัดผลได้กับธุรกิจของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น

การพัฒนา FinAI ในระดับภูมิภาค

  • Alipay+ยังคงให้การสนับสนุนการพัฒนาแพลตฟอร์มมือถือที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ได้แก่ DANA (อินโดนีเซีย) GCash (ฟิลิปปินส์) TrueMoney (ประเทศไทย) และ TNG Digital (มาเลเซีย) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพลิกโฉมการทำธุรกรรมทางการเงินสำหรับผู้บริโภคและภาคธุรกิจหลายร้อยล้านราย
  • ในปี 2568 แอปพลิเคชันระดับภูมิภาค 3 ราย ได้เริ่มพัฒนาซูเปอร์แอปที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของตนเอง โดยได้รับการสนับสนุนจากแพลตฟอร์ม AI-as-a-Service ของแอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งรู้จักกันในชื่อGenAI Cockpit
  • Alipay+ Voyagerซึ่งเป็นตัวแทนบริการการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้เปิดตัวใช้งานสำเร็จแล้วใน 6 แอปพลิเคชันทั่วทวีปเอเชีย

การเชื่อมโยงระบบ (Interoperability)

  • Alipay+ได้ร่วมมือกับเครือข่ายการชำระเงิน QR แห่งชาติ 5 แห่งในอาเซียน โดยในสิงคโปร์และมาเลเซีย นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 2.7 เท่า และ 2 เท่า ตามลำดับ ผ่าน SGQR และ DuitNow QR ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แท้จริงให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี โดยเฉพาะในมาเลเซีย นักท่องเที่ยวสามารถใช้ e-wallet หรือแอปพลิเคชันธนาคารจากประเทศตนเองชำระเงินกับ SME กว่า 360,000 รายทั่วประเทศ ส่งผลให้เอสเอ็มอีเหล่านี้ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว
  • ซูเปอร์แอปชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นGCash เป็นรายแรกของโลกที่เริ่มผสานรวมการชำระเงินมือถือแบบ "wallet-to-card" ด้วยความร่วมมือ NFC ของ Alipay+ กับ Mastercard เพื่อรวมเครือข่าย QR ของร้านค้าและระบบ POS เข้าด้วยกัน

การค้าและพาณิชย์ (Trade and Commerce)

  • 2C2P ซึ่งอยู่ภายใต้ Antom มีปริมาณธุรกรรมสำหรับผู้ประกอบการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตถึง 38% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของภาคส่วนอีคอมเมิร์ซ สายการบิน ตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) และธุรกิจค้าปลีก และมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่นในประเทศไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
  • WorldFirstซึ่งได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ในมาเลเซียและประเทศไทย มีมูลค่าธุรกรรมเติบโตเกือบ 40% ในปี 2568 เนื่องจากผู้ประกอบการ SME ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมากขึ้นได้หันมาทำธุรกิจ อีคอมเมิร์ซระดับโลก
  • การเงินที่เข้าถึงได้ทุกคน (Inclusive Finance)
  • Bettrให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสินเชื่อแก่ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลชั้นนำ 4 รายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งส่งผลให้ฐานผู้ใช้งานเติบโตขึ้นถึง 184%
  • ANEXT Bankในสิงคโปร์ มีปริมาณธุรกรรมข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า โดยลูกค้าถึง 69% เป็นกลุ่มธุรกิจรายย่อย (Micro-businesses)

ฟีกิน กล่าวอีกว่า "ในขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัลทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังคงมุ่งเน้นการส่งเสริมการเข้าถึง และการสร้างการเติบโตร่วมกัน เราทำงานร่วมกับพันธมิตร ภาครัฐ และภาคธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าการเติบโตนั้นครอบคลุม ยั่งยืน และเชื่อมโยงทั่วโลก"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...