สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 14 ม.ค. 69
1. สรุปสถานการณ์น้ำ และสภาพอากาศวันนี้ : ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวบริเวณประเทศไทยตอนบน ส่วนภาคใต้ตอนบนมีอากาศเย็นในตอนเช้า เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนมีกำลังอ่อนลง สำหรับภาคใต้ตอนล่างมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน
คาดการณ์ : วันที่ 15 - 19 ม.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้เริ่มมีกำลังอ่อนลง โดยในช่วงวันที่ 15 - 17 ม.ค. 69 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง สำหรับภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน
2. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม : ปริมาณน้ำรวม 85% ของความจุเก็บกัก (68,123 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 76% (44,002 ล้าน ลบ.ม.)
3. คุณภาพน้ำ ณ จุดเฝ้าระวัง แม่น้ำสายหลัก
น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค แม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
น้ำเพื่อการเกษตร แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
4. ข่าวประชาสัมพันธ์ : วานนี้ (13 ม.ค. 69) นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่าภาพรวมสถานการณ์น้ำปีนี้ไม่น่ากังวล เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนสะสมจากปีก่อนจำนวนมาก ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มีปริมาณน้ำเกือบเต็มความจุ โดยข้อมูล ณ วันที่ 12 ม.ค. 69 พบว่าปริมาณน้ำรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 68,297 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าปี 2568 จำนวน 6,763 ล้าน ลบ.ม. เพียงพอต่อการจัดสรรน้ำทุกกิจกรรม
อย่างไรก็ตาม สทนช. ยังคงเฝ้าติดตามความผันผวนของสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และประเมินสภาพอากาศ โดยเฉพาะการคาดการณ์พายุ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569 ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เห็นชอบแล้วอย่างเคร่งครัด โดยให้ สทนช. ประสานร่วมกับการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และประปาหมู่บ้านที่อยู่ในความดูแลของท้องถิ่น เร่งประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค พร้อมทั้งสำรวจแหล่งน้ำต้นทุนในพื้นที่ข้างเคียงเพื่อสนับสนุนน้ำ
ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้ สทนช. ได้เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงรุกอย่างเต็มที่ และในวันที่ 14 ม.ค. 69 สทนช. กำหนดลงพื้นที่เพื่อร่วมประชุมและติดตามพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง ปี 2568/2569 ด้านอุปโภคบริโภค ในเขตการประปาส่วนภูมิภาค สาขาจุน หน่วยบริการเชียงคำ จ.พะเยา เนื่องจากพบว่า เป็นพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำด้านอุปโภคบริโภค เพื่อป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากการขาดแคลนน้ำให้ได้มากที่สุด
สำหรับการเตรียมความพร้อมสถานการณ์ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เน้นย้ำให้เฝ้าระวังและเตรียมแผนเผชิญเหตุในพื้นที่เสี่ยง เพื่อบูรณาการกับหน่วยงานและท้องถิ่นในการเตรียมความพร้อมของเครื่องจักรเครื่องมือและกำลังพลให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที และขับเคลื่อนแผนงานแก้ไขในระยะต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 13 ม.ค. 69