เลือก สส.ไปแก้ รธน. ส่อง ‘ประชามติ 8 ก.พ. 69’
คอลัมน์ : สู่สนามเลือกตั้ง 2569
วันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 นอกจากเลือก สส.แล้ว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องออกเสียง ลงประชามติด้วยว่า ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่
รัฐธรรมนูญ 2560 ยกร่างโดย “คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน
เมื่อปี 2557 เกิดรัฐประหารล้มรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดย “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” หรือ คสช.
คสช.ตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน
แต่ร่างนี้ ถูกตีตกโดย สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เมื่อเดือน ก.ย. 2558 ด้วยเหตุว่า “เขาอยากอยู่ยาว”
จากนั้นคสช.ตั้งคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อเดือน ต.ค. 2558 กรรมการชุดนี้ ยกร่างรัฐธรรมนูญอีกฉบับเสร็จ ทำประชามติเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2559
ผ่านประชามติ ประกาศใช้ในเดือน เม.ย. 2560
ประชามติในครั้งนั้น มีข้อห้ามหลายเรื่อง ทำให้มีผู้ถูกดำเนินคดีกว่า 200 คน
ผลประชามติ เห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วยตัวเลข 61.35% หรือ 16.8 ล้านเสียง ไม่เห็นชอบ 38.65% หรือ 10.5 ล้านเสียง
มีประชาชนออกเสียงไม่เห็นด้วยหลายจังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ 5 จังหวัด
อีสาน ไม่เห็นด้วย 15 จังหวัด เห็นชอบ 5 จังหวัด
ภาคใต้ 3 จังหวัด ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ไม่เห็นด้วย ด้วยตัวเลขกว่า 60%
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชาติ ซึ่งมีฐาน สส.ส่วนหนึ่งอยู่ในพื้นที่ไม่รับรัฐธรรมนูญ 2560 กล่าวถึงการทำประชามติรอบนี้อย่างน่าสนใจ
หัวหน้าพรรคประชาชาติชี้ว่า วันที่ 8 ก.พ. 2569 นี้ มีความน่าเป็นห่วงเพราะประชาชนยังเข้าใจน้อย องค์กรที่รับผิดชอบ ไม่ให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ข้อดี ข้อเสีย ของรัฐธรรมนูญมากเท่าที่ควร
รัฐธรรมนูญ 2560 นี้ คน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เห็นชอบ ปัตตานีมากที่สุด นราธิวาส ยะลา ก็รอง ๆ ลงมา
เพราะเห็นว่ามีปัญหาเรื่องสิทธิทางการศึกษา สิทธิทางศาสนาที่น้อยเกินไป
รัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ยังให้โอกาสองค์กรศาสนาจัดการศึกษาได้ มีหลักกระจายอำนาจ
แม้การรณรงค์น้อย แต่คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เชื่อว่าควรจะมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อดูแลสิทธิต่าง ๆ ที่ยังไม่เท่าเทียม และไม่ต้องกังวล มั่นใจได้ว่า คน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จงรักภักดีต่อสถาบันแน่นอน การปรับเปลี่ยนเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพ ไม่ใช่เรื่องหมวด 1 หรือหมวด 2 ที่ยืนยันมาตลอดว่าไม่มีการไปปรับแก้
หลักการของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่กินได้ ทำให้ปัจจัย 4 ของคนไปอยู่ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แค่กระจายเงิน แต่ต้องกระจายอำนาจ คุ้มครองให้สิทธิในการประกอบอาชีพ ดูแลเอสเอ็มอีให้มีทุน มีการบริหารทรัพยากร ไม่ให้กระจุกตัวอยู่กับรัฐ เกษตรกรต้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ทำกินอย่างเสมอภาค ไม่ใช่ต้องมารอพิสูจน์สิทธิความจนก่อน
“ยังเชื่อมั่นว่าการประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญจะผ่าน แม้ตอนนี้จะพูดกันน้อย แต่หลายปีที่ผ่านมาก็มีการปราศรัยเรื่องรัฐธรรมนูญกันเยอะ มีการเคลื่อนไหวกันมาก เดินขบวนก็มาก มีคนถูกจับเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาก เชื่อว่าอยู่ในสายเลือดแล้ว” พ.ต.อ.ทวีกล่าว
ระยะหลัง ๆ ปัญหารัฐธรรมนูญที่เคยร้อนแรง ดูเหมือนเย็นลง
ทั้งที่มีปัญหามาเยอะมาก โดยเฉพาะปี 2562 เลือกตั้งครั้งแรก กว่าจะนับคะแนนเสร็จ กว่าจะคำนวณ สส.ปาร์ตี้ลิสต์เสร็จ ใช้เวลาหลายเดือน
ทำให้เกิดกระแสแก้รัฐธรรมนูญ แต่ตลอด 4 ปี แก้ได้เพียงเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบนอกนั้น สว. ตีตกหมด
เพราะรัฐธรรมนูญเขียนดักไว้ว่า การจะแก้รัฐธรรมนูญ มติเห็นชอบวาระ 1 และ 3 ต้องมี สว. 1 ใน 3 เห็นชอบด้วย
จาก 2562 ถึงบัดนี้ 2569 ข้อกำหนดนี้ยังอยู่ ทำให้การแก้ไขเกิดขึ้นไม่ได้เสียที อย่างที่กล่าวกันว่า ถ้า สว. 1 ใน 3 หรือ 60 กว่าคนไม่เห็นด้วย
ต่อให้ สส.เห็นด้วยทั้งสภา รัฐธรรมนูญก็ไม่ผ่าน
ก็ต้องมารอดูกันว่า 8 ก.พ. 2569 นี้ ถึงเวลาหรือยัง
ที่ประชาชนคนไทยจะพยักหน้า เปิดไฟเขียว ให้ความเห็นชอบ แก้รัฐธรรมนูญกันเสียที
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลือก สส.ไปแก้ รธน. ส่อง ‘ประชามติ 8 ก.พ. 69’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net