ดีเอสไอแจงสาเหตุ ออกหมายจับ 3 ไฮโซตระกูล “พรประภา” คดีหุ้น MORE
คดีหุ้น MORE ดีเอสไอขอหมายจับ “ไฮโซคิม” พร้อมคนในครอบครัว “พรประภา” รวม 3 คน พบย่องบวชที่วัดดัง แต่ไม่มีผล ล่าสุดยอมสึกแล้ว ประสาน ตม. สกัดเดินทางออกนอกประเทศ
จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีการเงินธนาคารและการฟอกเงิน ได้ทำการสอบสวนคดีพิเศษที่ 66/2566 ร่วมกับ บช.ก. กรณี สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ MORE และบริษัทหลักทรัพย์ร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกง
กระทั่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้น ทางคดีมีพยานหลักฐานพอจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 42 ราย เนื่องจากพบพฤติการณ์ร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE อย่างต่อเนื่อง ในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ ทำการส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะทำให้สภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด และเข้าข่ายทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ MORE อันเป็นความผิดฐานสร้างราคาหลักทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 244/3 (1) และ (2) ประกอบมาตรา 244/5 และมาตรา 244/6 รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 800 ล้านบาท
และยังพบว่าการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าวยังเป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงบริษัทหลักทรัพย์ มูลค่าความเสียหายกว่า 4.5 พันล้านบาท อีกฐานหนึ่ง รวมถึงความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 มาตรา 209 และมาตรา 210 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบได้มีความเห็นทางคดี
โดยเมื่อวันที่ 2 พ.ค.67 คณะพนักงานสอบสวน ได้นำสำนวนการสอบสวนเอกสารทั้งสิ้นจำนวน 75 แฟ้ม พร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาดังกล่าวทั้ง 42 ราย ตามพฤติการณ์ความผิดที่แต่ละคนเกี่ยวข้อง พร้อมนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย จากนั้นพนักงานอัยการคดีพิเศษได้ยื่นฟ้อง 28 ผู้ต้องหาคดีหุ้น MORE ตามคำสั่งของอัยการสูงสุดในข้อหาฉ้อโกง การสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงการปั่นราคาหุ้นทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิด โดยใช้กฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 244/3 และ 244/5
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 28 ราย ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว จึงถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่บางรายได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 30 ก.ย.68 และในส่วนของผู้ต้องหาที่เหลือ 14 ราย ได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้งต่ออัยการสูงสุด โดยบางรายได้รับคำสั่งฟ้องและนำตัวไปฟ้องต่อศาลอาญาแล้ว ขณะที่บางรายยังไม่ได้รับการจับกุม และยังเหลืออีก 7 ราย ที่ได้รับการอนุญาตให้เลื่อนการรับทราบคำสั่งจากอัยการ โดยมีการนัดฟังคำสั่งในวันที่ 5 ม.ค.69 และ 16 ก.พ.69
โดยชุดแรกนัดใหม่เมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ประกอบด้วยผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายเอกภัทร พรประภา, นายอธิภัทร พรประภา และนางอรพินธุ์ พรประภา อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัด ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไม่มาพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ ทางอัยการคดีพิเศษจึงให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายจับต่อไป
นอกจากนี้ ในส่วนผู้ต้องหา 4 รายที่เหลือ ซึ่งประกอบด้วย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ, น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร, นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ และนายเทียนประเสริฐ พลอำไภ ก่อนหน้านี้ มีการยื่นขอเลื่อนนัดฟังคำสั่ง โดยทางผู้บริหารสำนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาคำร้อง เหตุผลความจำเป็นแล้วอนุญาตให้นัดฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 16 ก.พ.69 ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 13 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายเอกภัทร พรประภา, นายอธิภัทร พรประภา และนางอรพินธุ์ พรประภา ไม่ได้เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษตามหมายนัด เพื่อฟังคำสั่งคดี จึงเป็นเหตุให้พนักงานอัยการมอบหมายให้ดีเอสไอดำเนินการขอศาลออกหมายจับ เพื่อติดตามนำตัวมาฟังคำสั่งคดี
โดยในเบื้องต้น พบความเคลื่อนไหวของนายเอกภัทร พรประภา 1 ใน 3 ผู้ต้องหา ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กหนึ่ง ที่มีการโพสต์ภาพและข้อความ ระบุถึงการร่วมพิธีอุปสมบท นายเอกภัทร พรประภา ที่วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร จึงเป็นข้อสังเกตว่าเป็นผู้ต้องหาที่จะต้องเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่อฟังคำสั่งคดี แต่กลับมีการเข้าพิธีอุปสมบทในห้วงเวลาดังกล่าว
ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า กรณีที่นายเอกภัทร พรประภา เข้าพิธีอุปสมบท ตนขอเรียนว่าการบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ไม่ใช่เหตุให้พ้นความรับผิดในทางอาญา และไม่เป็นเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการจับกุม หรือถูกนำตัวไปดำเนินคดี และวัดก็ไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดจากการบังคับใช้กฎหมายแต่อย่างใด แต่ในทางปฏิบัติ หากยังอยู่ระหว่างการอุปสมบท เราอาจจะต้องประสานเพื่อให้มีการลาสิกขาให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงจะดำเนินการในทางคดี ซึ่งเป็นมารยาทในทางปฏิบัติ ซึ่งจะต้องประสานขอให้สึก ในกรณีที่เจ้าตัวไม่ยอมสึก อาจจะต้องดำเนินการให้ถูกสั่งให้พ้นจากความเป็นพระ เพราะตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 เข้าใจว่า ถ้ามีความผิดทางอาญา ก็สามารถสั่งให้สึกได้ แต่ในทางปฏิบัติเราอาจไม่ได้ถึงขนาดนั้น แต่เราก็จะมีการประสานเจ้าอาวาสวัด เพื่อทำเรื่องสึกพระ แล้วก็จะมีการดำเนินคดี ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ส่วนกรณีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษได้ประสานมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ไปดำเนินการขอศาลอาญาออกหมายจับ เพื่อติดตามจับผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนั้น เราได้ดำเนินการขอศาลออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว และได้นัดหมายให้ทั้ง 3 ราย ไปพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ ถ้าหากวันนี้ตัวผู้ต้องหาไปพบอัยการตามที่เราได้นัดไว้ ก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยเราได้ประสานให้ทั้งหมดเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษภายในวันนี้ ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กรณีของ 3 ผู้ต้องหาตระกูลพรประภา ที่ไม่ได้เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษเมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ทราบว่า ทั้งหมดได้ประสานมายังพนักงานสอบสวนคดีพิเศษว่าจะเดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษด้วยตนเอง ภายในวันนี้ ไม่เกินเวลา 12.00 น. แต่ทางดีเอสไอก็ได้มีการไปขอศาลอาญาออกหมายจับไว้เรียบร้อย และได้มีการประสานไปยังตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หากจะมีผู้ต้องหารายใดเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเพื่อหลบหนี หากภายในเที่ยงวันนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไม่เข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษก็สามารถจับกุมได้ทันทีเมื่อเจอตัว
ส่วนกรณีของนายเอกภัทร พรประภา ที่มีข่าวว่าได้เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร นั้น ตามรายงานล่าสุดยืนยันว่า เจ้าตัวได้สึกไปแล้วหลังบวชเพียงไม่กี่วัน ส่วนในกรณีว่าผู้ต้องหาได้เคยมีการยื่นเอกสารแจ้งเลื่อนเข้าพบพนักงานอัยการหรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า ทั้งหมดเคยมีการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมมาบ่อยครั้ง โดยยื่นไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ก.ล.ต. และตำรวจ บก.ปอศ. ในลักษณะเป็นการยืดประวิงเวลา
สำหรับสำนวนคดีหุ้น MORE เมื่อครั้งที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการสอบสวน ได้มีการสั่งฟ้องผู้กระทำผิด จำนวน 42 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มวางแผน 2 ราย 2.กลุ่มสนับสนุน 7 ราย และ 3.กลุ่มเจ้าของบัญชี 33 ราย โดยอัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้องทั้งหมด 42 ราย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดีเอสไอแจงสาเหตุ ออกหมายจับ 3 ไฮโซตระกูล “พรประภา” คดีหุ้น MORE
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ถอดบทเรียนหุ้น MORE มหากาพย์ “ปล้นโบรกฯ” 5 องค์กรร่วมใจเร่งปิดคดี ทวงคืน 4.5 พันล้าน
- คดีหุ้น MORE คืบหน้าถึงไหน? 3 ผู้ต้องหาตระกูลดังเบี้ยวนัด ลุ้น 4 รายสำคัญ ชี้ชะตายุติธรรมตลาดทุน
- ดีเอสไอแจงสาเหตุ ออกหมายจับ 3 ไฮโซตระกูล “พรประภา” คดีหุ้น MORE
- 3 จำเลยตระกูลพรประภา ยื่นคนละ 5 ล้าน ลุ้นประกันตัวคดีหุ้น MORE
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath