โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ดีเอสไอแจงสาเหตุ ออกหมายจับ 3 ไฮโซตระกูล “พรประภา” คดีหุ้น MORE

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

คดีหุ้น MORE ดีเอสไอขอหมายจับ “ไฮโซคิม” พร้อมคนในครอบครัว “พรประภา” รวม 3 คน พบย่องบวชที่วัดดัง แต่ไม่มีผล ล่าสุดยอมสึกแล้ว ประสาน ตม. สกัดเดินทางออกนอกประเทศ

จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีการเงินธนาคารและการฟอกเงิน ได้ทำการสอบสวนคดีพิเศษที่ 66/2566 ร่วมกับ บช.ก. กรณี สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ MORE และบริษัทหลักทรัพย์ร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกง

กระทั่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้น ทางคดีมีพยานหลักฐานพอจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 42 ราย เนื่องจากพบพฤติการณ์ร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE อย่างต่อเนื่อง ในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ ทำการส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะทำให้สภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด และเข้าข่ายทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ MORE อันเป็นความผิดฐานสร้างราคาหลักทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 244/3 (1) และ (2) ประกอบมาตรา 244/5 และมาตรา 244/6 รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 800 ล้านบาท

และยังพบว่าการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าวยังเป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงบริษัทหลักทรัพย์ มูลค่าความเสียหายกว่า 4.5 พันล้านบาท อีกฐานหนึ่ง รวมถึงความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 มาตรา 209 และมาตรา 210 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบได้มีความเห็นทางคดี

โดยเมื่อวันที่ 2 พ.ค.67 คณะพนักงานสอบสวน ได้นำสำนวนการสอบสวนเอกสารทั้งสิ้นจำนวน 75 แฟ้ม พร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาดังกล่าวทั้ง 42 ราย ตามพฤติการณ์ความผิดที่แต่ละคนเกี่ยวข้อง พร้อมนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย จากนั้นพนักงานอัยการคดีพิเศษได้ยื่นฟ้อง 28 ผู้ต้องหาคดีหุ้น MORE ตามคำสั่งของอัยการสูงสุดในข้อหาฉ้อโกง การสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงการปั่นราคาหุ้นทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิด โดยใช้กฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 244/3 และ 244/5

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 28 ราย ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว จึงถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่บางรายได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 30 ก.ย.68 และในส่วนของผู้ต้องหาที่เหลือ 14 ราย ได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้งต่ออัยการสูงสุด โดยบางรายได้รับคำสั่งฟ้องและนำตัวไปฟ้องต่อศาลอาญาแล้ว ขณะที่บางรายยังไม่ได้รับการจับกุม และยังเหลืออีก 7 ราย ที่ได้รับการอนุญาตให้เลื่อนการรับทราบคำสั่งจากอัยการ โดยมีการนัดฟังคำสั่งในวันที่ 5 ม.ค.69 และ 16 ก.พ.69

โดยชุดแรกนัดใหม่เมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ประกอบด้วยผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายเอกภัทร พรประภา, นายอธิภัทร พรประภา และนางอรพินธุ์ พรประภา อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัด ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไม่มาพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ ทางอัยการคดีพิเศษจึงให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายจับต่อไป

นอกจากนี้ ในส่วนผู้ต้องหา 4 รายที่เหลือ ซึ่งประกอบด้วย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ, น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร, นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ และนายเทียนประเสริฐ พลอำไภ ก่อนหน้านี้ มีการยื่นขอเลื่อนนัดฟังคำสั่ง โดยทางผู้บริหารสำนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาคำร้อง เหตุผลความจำเป็นแล้วอนุญาตให้นัดฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 16 ก.พ.69 ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 13 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายเอกภัทร พรประภา, นายอธิภัทร พรประภา และนางอรพินธุ์ พรประภา ไม่ได้เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษตามหมายนัด เพื่อฟังคำสั่งคดี จึงเป็นเหตุให้พนักงานอัยการมอบหมายให้ดีเอสไอดำเนินการขอศาลออกหมายจับ เพื่อติดตามนำตัวมาฟังคำสั่งคดี

โดยในเบื้องต้น พบความเคลื่อนไหวของนายเอกภัทร พรประภา 1 ใน 3 ผู้ต้องหา ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กหนึ่ง ที่มีการโพสต์ภาพและข้อความ ระบุถึงการร่วมพิธีอุปสมบท นายเอกภัทร พรประภา ที่วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร จึงเป็นข้อสังเกตว่าเป็นผู้ต้องหาที่จะต้องเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่อฟังคำสั่งคดี แต่กลับมีการเข้าพิธีอุปสมบทในห้วงเวลาดังกล่าว

ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า กรณีที่นายเอกภัทร พรประภา เข้าพิธีอุปสมบท ตนขอเรียนว่าการบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ไม่ใช่เหตุให้พ้นความรับผิดในทางอาญา และไม่เป็นเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการจับกุม หรือถูกนำตัวไปดำเนินคดี และวัดก็ไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดจากการบังคับใช้กฎหมายแต่อย่างใด แต่ในทางปฏิบัติ หากยังอยู่ระหว่างการอุปสมบท เราอาจจะต้องประสานเพื่อให้มีการลาสิกขาให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงจะดำเนินการในทางคดี ซึ่งเป็นมารยาทในทางปฏิบัติ ซึ่งจะต้องประสานขอให้สึก ในกรณีที่เจ้าตัวไม่ยอมสึก อาจจะต้องดำเนินการให้ถูกสั่งให้พ้นจากความเป็นพระ เพราะตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 เข้าใจว่า ถ้ามีความผิดทางอาญา ก็สามารถสั่งให้สึกได้ แต่ในทางปฏิบัติเราอาจไม่ได้ถึงขนาดนั้น แต่เราก็จะมีการประสานเจ้าอาวาสวัด เพื่อทำเรื่องสึกพระ แล้วก็จะมีการดำเนินคดี ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ส่วนกรณีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษได้ประสานมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ไปดำเนินการขอศาลอาญาออกหมายจับ เพื่อติดตามจับผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนั้น เราได้ดำเนินการขอศาลออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว และได้นัดหมายให้ทั้ง 3 ราย ไปพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ ถ้าหากวันนี้ตัวผู้ต้องหาไปพบอัยการตามที่เราได้นัดไว้ ก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยเราได้ประสานให้ทั้งหมดเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษภายในวันนี้ ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กรณีของ 3 ผู้ต้องหาตระกูลพรประภา ที่ไม่ได้เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษเมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ทราบว่า ทั้งหมดได้ประสานมายังพนักงานสอบสวนคดีพิเศษว่าจะเดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษด้วยตนเอง ภายในวันนี้ ไม่เกินเวลา 12.00 น. แต่ทางดีเอสไอก็ได้มีการไปขอศาลอาญาออกหมายจับไว้เรียบร้อย และได้มีการประสานไปยังตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หากจะมีผู้ต้องหารายใดเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเพื่อหลบหนี หากภายในเที่ยงวันนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไม่เข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษก็สามารถจับกุมได้ทันทีเมื่อเจอตัว

ส่วนกรณีของนายเอกภัทร พรประภา ที่มีข่าวว่าได้เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร นั้น ตามรายงานล่าสุดยืนยันว่า เจ้าตัวได้สึกไปแล้วหลังบวชเพียงไม่กี่วัน ส่วนในกรณีว่าผู้ต้องหาได้เคยมีการยื่นเอกสารแจ้งเลื่อนเข้าพบพนักงานอัยการหรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า ทั้งหมดเคยมีการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมมาบ่อยครั้ง โดยยื่นไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ก.ล.ต. และตำรวจ บก.ปอศ. ในลักษณะเป็นการยืดประวิงเวลา

สำหรับสำนวนคดีหุ้น MORE เมื่อครั้งที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการสอบสวน ได้มีการสั่งฟ้องผู้กระทำผิด จำนวน 42 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มวางแผน 2 ราย 2.กลุ่มสนับสนุน 7 ราย และ 3.กลุ่มเจ้าของบัญชี 33 ราย โดยอัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้องทั้งหมด 42 ราย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดีเอสไอแจงสาเหตุ ออกหมายจับ 3 ไฮโซตระกูล “พรประภา” คดีหุ้น MORE

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...