โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทย จับมือ Meta มุ่งใช้ AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2568 เวลา 04.24 น.

รัฐบาลไทย และ Meta ประกาศยืนยันความมุ่งมั่นที่มีร่วมกันในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของประเทศไทยผ่านเทคโนโลยี AI และนวัตกรรม พร้อมเสริมสร้างความปลอดภัยและความไว้วางใจในโลกออนไลน์สำหรับประชาชนและธุรกิจไทย

14 พ.ย. 2568 - เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา รัฐบาลไทย และ Meta ประกาศยืนยันความมุ่งมั่นที่มีร่วมกันในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของประเทศไทยผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรม พร้อมเสริมสร้างความปลอดภัยและความไว้วางใจในโลกออนไลน์สำหรับประชาชนและธุรกิจไทย

โดยมีนายเควิน เจ มาร์ติน รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะระดับโลก และ ดร. ราฟาเอล แฟรงเคิล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จาก Meta ร่วมหารือกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับกลยุทธ์ในการผลักดันประเทศไทยให้เปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลแบบองค์รวมและเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรม

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การหารือกับ บริษัท Meta ถือเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและความปลอดภัยทางไซเบอร์ พร้อมขอบคุณ Meta ที่ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่สังคมและเศรษฐกิจดิจิทัล และให้การสนับสนุนประเทศไทยในหลายมิติมาโดยตลอด โดยเฉพาะความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันการฉ้อโกงและหลอกลวงบนโลกออนไลน์ผ่านการบูรณาการความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และการจัดทำและเผยแพร่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือทางการตลาดดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Meta

ทั้งนี้รัฐบาลไทยและ Meta มีโครงการร่วมกันที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของ ไทยและส่งเสริมการเป็นพลเมืองดิจิทัลผ่านเครื่องมือและการฝึกอบรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยตั้งแต่เปิดตัวโครงการ Meta Live Skill ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมหลักสูตร e-learning กว่า 13,500 คน ผ่านศูนย์ IT ของรัฐบาลกว่า 1,800 แห่งทั่วประเทศ ขณะเดียวกันมีผู้เข้าร่วมการอบรมแบบออฟไลน์มากกว่า 800 คน ช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีทักษะและความรู้เพื่อเติบโตในเศรษฐกิจดิจิทัล

โปรแกรมนี้เป็นความร่วมมือสำคัญระหว่าง Meta และพันธมิตรภาครัฐสำคัญ 8 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ (MOC), สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ. หรือ ETDA), กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ONDE) ภายใต้ DE, สถาบันพัฒนาบุคลากรดิจิทัล (DiSDA) ภายใต้กระทรวงแรงงาน (MOL), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), กรุงเทพมหานคร (BMA) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (NBTC)

ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับผลการศึกษาจากรายงาน AI for Business: APAC Economic Impact Study ของ Deloitte Access Economics ที่สนับสนุนโดย Meta ซึ่งแสดงให้เห็นว่า AI สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ราว 211-512 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ใน 6 ตลาดในเอเชียแปซิฟิกรวมถึงประเทศไทย โดยเน้นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างเท่าเทียม การสำรวจ SMEs กว่า 1,100 แห่งพบว่า 3 ใน 5 ของธุรกิจใช้เครื่องมือ AI อยู่แล้วอย่างน้อยหนึ่งเครื่องมือ ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความพร้อมด้าน AI เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางเศรษฐกิจ

ทั้งรัฐบาลไทยและ Meta ตระหนักดีว่าการนำ AI มาใช้อย่างแพร่หลายจะช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม การเติบโต และโอกาสให้กับทั้งชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ อย่างทั่วถึง ความร่วมมือนี้พิสูจน์ให้เห็นความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลแบบองค์รวมซึ่งธุรกิจทุกขนาดสามารถได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงเทคโนโลยี AI

เควิน เจ มาร์ติน กล่าวว่า Meta รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทย เพื่อพัฒนาวิสัยทัศน์ของประเทศไทยให้ก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลแบบองค์รวมและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมต่อไป โดยทั้งรัฐบาลไทยและ Meta มีเป้าหมายที่ตรงกันในการสร้างความเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีเกิดใหม่ โดยเฉพาะ AI จะส่งมอบคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีความหมาย ผ่านการปลูกฝังทักษะทางดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการไทย การเสริมสร้างความปลอดภัยออนไลน์ และการสนับสนุนโครงการที่สร้างความไว้วางใจให้กับชุมชน เราหวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันประเทศไทยให้เป็นผู้นำในด้านการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...