โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้อพยพเครียด ไฟแนนซ์ โทรทวงค่างวด ยืมเงินจ่ายหนี้วุ่นกลัวโดนยึดรถ

Khaosod

อัพเดต 19 ธ.ค. 2568 เวลา 08.38 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2568 เวลา 08.19 น.

ผู้อพยพเครียด ไฟแนนซ์ โทรทวงค่างวด ยืมเงินญาติจ่ายหนี้วุ่นกลัวโดนยึดรถ โอดสู้รบยืดเยื้อกว่า 12 วัน ไม่ได้ทำงาน จนไม่มีรายได้

วันที่ 19 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสู้รบระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา ที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 12 แล้ว ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนที่อพยพมาอยู่ในศูนย์พักพิงในจังหวัดบุรีรัมย์หลายพันคนเริ่มมีความเครียด เนื่องจากไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ขาดรายได้มาเกือบ 2 สัปดาห์ หลายคนถูกเจ้าหนี้และไฟแนนซ์โทรทวงค่างวดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จึงเกิดความเครียดเพราะไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปจ่ายค่างวดรถ เพราะไม่ได้ทำมาหากินมากว่า 10 วันแล้ว ส่วนเงินที่มีก็ใช้จ่ายในช่วงอพยพเกือบหมดแล้ว

ขณะที่ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บางคนซึ่งทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย บ้านเรือน ทรัพย์สิน และสัตว์เลี้ยง ให้กับผู้อพยพอยู่ในพื้นที่สีแดง ก็ถูกโทรทวงค่างวดรถเช่นกัน ก็ต้องยืมเงินจากญาติคนรู้จักเพื่อนำไปจ่ายก่อน

เพราะกลัวจะถูกยึดรถซึ่งเป็นยานพาหนะที่ไว้ใช้ประกอบอาชีพ หากเป็นไปได้ก็อยากให้ทางไฟแนนซ์หรือเจ้าหนี้ ช่วยผ่อนผันหรือขยายเวลาชำระหนี้ เพื่อลดผลกระทบให้กับชาวบ้านชายแดนด้วย เพราะไม่รู้ว่าการสู้รบจะจบเมื่อไหร่แล้วจะได้กลับไปทำมาหากินเป็นปกติวันไหน

น.ส.สิรินทร์ อายุ 40 ปี ชาว อ.บ้านกรวด บอกว่า เมื่อวานมีพนักงานไฟแนนซ์โทรศัพท์มาทวงถามค่างวดรถยนต์กับตนเอง ซึ่งตนก็แจ้งไปว่ายังลี้ภัยสงครามอยู่ในศูนย์พักพิง ไม่ได้กรีดยางมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้วยังไม่สะดวกที่จะชำระ แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่าจะผ่อนผันให้หรือไม่

จากนั้นเขาก็โทรไปทวงกับสามีตนเองซึ่งเป็น ชรบ. ดูแลความเรียบร้อยอยู่ในพื้นที่สีแดง ทำให้สามีเกิดความกังวลจึงต้องหาหยิบยืมเงินจากญาติพี่น้อง เพื่อนำไปจ่ายค่างวดรถเดือนละ 7,600 กว่าบาท เพราะหากไม่จ่ายก็กลัวจะถูกยึดรถ

ยอมรับว่าเดือดร้อนมากเพราะไม่ได้กรีดยางตั้งแต่มีการสู้รบก็ขาดรายได้ แต่หากได้กรีดยางก็จะมีเงินไปจ่ายงวดรถไม่ต้องหยิบยืมคนอื่น ก็อยากให้สถานการณ์จบลงโดยเร็ว จะได้กลับไปทำมาหากินเป็นปกติ มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว และชำระหนี้ ทั้งนี้ก็อยากรัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาผลกระทบด้วย

ด้าน น.ส.สุภาพร ชาว อ.บ้านกรวด บอกว่า ตนมีอาชีพทำสวนยางพารา ส่วนสามีรับจ้างทั่วไป แต่หลังจากที่มีการสู้รบก็ไม่ได้กรีดยาง และสามีก็ไม่ได้ออกไปรับจ้างเลย รายได้ไม่มีเลย เงินที่พอมีเก็บบ้างก็นำมาใช้จ่ายช่วงอพยพเกือบหมดแล้ว

เพราะมีภาระลูกน้อย 3 คน อายุ 4 , 7 และ 8 ขวบ และวันที่ 25 ของทุกเดือนก็ต้องจ่ายค่างวดรถ ก็ยังไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปจ่ายเพราะไม่มีรายได้เข้าเลย หากเป็นไปได้ก็อยากให้ทางไฟแนนซ์ผ่อนผันหรือขยายการชำระหนี้ออกไปหน่อย เพราะยังไม่รู้ว่าการสู้รบจะจบเมื่อไหร่และจะได้กลับไปทำมาหากินวันไหน

ขณะที่ นางละอองดาว ชาว อ.บ้านกรวด ซึ่งเป็นลูกจ้างร้านเสริมสวย บอกว่า ช่วงที่อพยพมาอยู่ศูนย์พักพิงก็ไม่มีรายได้เลย จึงขออนุญาตเจ้าของร้านนำอุปกรณ์ และสีที่ใช้ในการทำเล็บเจล มาให้บริการทำเล็บให้กับชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ในศูนย์พักพิง พอให้มีรายได้บ้าง เพื่อจะได้มีเงินไปจ่ายค่าเช่าบ้านเดือนละ 3,000 บาท

รวมทั้งซื้ออุปกรณ์การเรียนให้กับลูกตอนที่อพยพกลับบ้านด้วย ซึ่งการนำอุปกรณ์มาทำเล็บในศูนย์พักพิงนอกจากจะมีรายได้ไว้จ่ายค่าเช่าบ้านแล้ว ยังเป็นผ่อนคลายความเครียดให้กับตนเอง และคนในศูนย์ฯ ด้วย เพราะอยู่ในศูนย์มาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว ก็อยากวอนให้รัฐบาลช่วยเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบให้เหมาะสมกับสภาพความเดือดร้อนจริงด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้อพยพเครียด ไฟแนนซ์ โทรทวงค่างวด ยืมเงินจ่ายหนี้วุ่นกลัวโดนยึดรถ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...