โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Fake Plastic Trees เสียงคร่ำครวญของผู้เสแสร้ง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 11 พ.ย. 2568 เวลา 02.49 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 02.49 น.

บทความพิเศษ | ศรัณยู ตรีสุคนธ์

Fake Plastic Trees

เสียงคร่ำครวญของผู้เสแสร้ง

Fake Plastic Trees เป็นเพลงบัลลาดแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกของวง Radiohead และเป็นหนึ่งในเพลงที่แฟนเพลงรักมากที่สุดของวง

เพลงนี้เป็นซิงเกิลที่ 3 จากอัลบั้ม The Bends (1995) ที่วางจำหน่ายในสหราชอาณาจักร

โครงสร้างคอร์ดและสัดส่วนดนตรีที่เรียบง่ายฟังแล้วสัมผัสได้ถึงความเหงาเศร้าเข้าไปถึงขั้วหัวใจของเพลงได้รับแรงบันดาลใจหลังจากที่ ทอม ยอร์ก ฟรอนต์แมนของวง Radiohead ได้ชมโชว์ของศิลปินผู้ล่วงลับอย่าง เจฟฟ์ บัคลีย์ และอยากให้อารมณ์เพลงออกมาใกล้เคียงกับงานเพลงของ บัคลีย์

แรงบันดาลใจในการแต่งเพลงเพลงนี้ของ ทอม ยอร์ก มาจากการที่เขารู้สึกแปลกใจระคนเหนือจริงเหมือนไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้เมื่อเห็นย่านคานารี วอร์ฟ (Canary Wharf) ที่อยู่ในเขตลอนดอนตะวันออก บริเวณท่าเรือเก่าริมแม่น้ำเทมส์

เดิมทีนายทุนตั้งใจทุ่มเงินจำนวนมากสร้างย่านธุรกิจในเขตนี้แต่เกิดเจอพิษเศรษฐกิจตกต่ำเล่นงานในช่วงยุค 90 เสียก่อน นายทุนและทางการเมืองจึงตกแต่งพื้นที่ที่ถูกทำลายลงไปแล้วด้วย “ต้นไม้เทียม” เป็นจำนวนมาก

และนั่นก็คือที่มาของชื่อเพลง

แค่เพียงท่อนแรกของเพลงก็จับความรู้สึกและสร้างรู้สึกสงสัยให้กับผู้ฟังได้ดั่งมีมนตร์สะกดแล้ว

“Her green plastic watering can. For her fake Chinese rubber plant. In the fake plastic earth” ผู้หญิงคนหนึ่งซื้อบัวรดน้ำพลาสติกสีเขียว นำมาใส่น้ำเพื่อรดต้นไม้ยางจีนปลอมๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยความหลอกลวง

ท่อนแรกของเพลงถูกเติมเต็มด้วยท่อนที่สองที่มีเนื้อร้องว่า “That she bought from a rubber man. In a town full of rubber plans. To get rid of itself” รายละเอียดที่เพิ่มเข้ามาก็คือเธอซื้อบัวรดน้ำมาจากชายขายของปลอม (หรือเขาเองนั่นแหละที่ปลอม) ในเมืองลวงหลอกที่พยายามจะกำจัดเนื้อแท้ของมันเอง

สองท่อนแรกนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงการสร้างภาพแทนที่ไม่จริงและไม่จีรังของมนุษย์ออกมา

โดย ทอม ยอร์ก ใช้การแต่งเพลงแบบกวีนิพนธ์เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่าการที่มนุษย์พยายามรดน้ำพรวนดินให้ต้นไม้ยางเจริญเติบโตในสวนขนาดใหญ่ในเมืองที่ปลอมเปลือกไปหมดเสียทุกอย่างนั้นเป็นเพียงภาพฝันที่มนุษย์ผู้โง่เขลาอยากให้มันกลายเป็นความจริงในโลกแห่งความฝันที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อกลบลบปมด้อยของตัวเอง (To get rid of itself) เท่านั้น

เพลงนี้ถูกปล่อยออกมาในปี 1995 แต่ประเด็นสำคัญของเพลงกลับเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลาที่เดินไปข้างหน้า และดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นเพลงที่สะท้อนให้เห็นถึงความจริงของผู้คนยุคใหม่ที่มองเห็นความปลอมเปลือกว่าเป็นสิ่งสวยงาม มากกว่าที่จะมองลงไปให้ลึกว่าคนหรือสังคมที่เขาเทิดทูนบูชานั้นก็ไม่ต่างไปจากต้นไม้พลาสติกที่ต่อให้คุณให้ค่าให้ความสำคัญ

หรืออีกนัยหนึ่งก็คือต่อให้คุณพยายามรดน้ำพรวนดินอย่างทะนุถนอมมากแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่มีทางเลยที่ต้นไม้ปลอมต้นนั้นจะเติบใหญ่และแผ่กิ่งก้านสาขาเพื่อสร้างร่มเงาความเย็นสบายให้กับผู้คนที่อยู่ใต้ต้นไม้และเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มได้

“It wears her out” ที่ ทอม ยอร์ก ร้องซ้ำไปซ้ำมาในท่อนที่ 2 ของเพลง มีความหมายตรงตัวว่า “มันทำให้เธอเหนื่อยล้า”

ซึ่งการร้องย้ำก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความอ่อนระโหยโรยแรงของผู้คนที่พยายามเสแสร้งสร้างตัวตนปลอมๆ (Alter Ego) ขึ้นมาเพื่อ “สร้างภาพ” ซึ่งนานวันเข้ามันกลับกลายเป็นพลังงานลบที่สูบจิตวิญญาณของตัวเองให้กลายเป็นเพียงซากปรักหักพังเข้าไปทุกที

คนเหล่านี้ข้างในพังทลายย่อยยับและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่เพื่อให้ผู้คนยอมรับ พวกเขาจำเป็นต้องเสนอหน้าทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้ผู้คนยอมรับในความสวยงามหรืออีกนัยหนึ่งก็คือ “ความดี” ของพวกเขา

สิ่งที่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งก็คือในโลกยุคปัจจุบันความงามอันบริสุทธิ์เป็นสิ่งที่หายากอย่างยิ่ง ความดีและความกรุณาปรานีที่เป็นดั่งสายฝนอันชุ่มฉ่ำ “จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน” แทบจะไม่มีประโยชน์อันใดบนโลกที่เต็มไปด้วยต้นไม้พลาสติกในปัจจุบัน

สิ่งที่ย่ำแย่ยิ่งกว่านั้นก็คือสภาวะอากาศบนโลกยุคใหม่เต็มไปด้วยสารปนเปื้อนมากมาย ด้วยสภาพสังคงที่เต็มไปด้วยการเอารัดเอาเปรียบและความเกลียดชังเหล่านี้ ผู้คนจึงโหยหาความดีจากโลกยุคเก่าที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีหลงเหลือให้เห็นอีกแล้ว

ท่อนที่ 3 ของเพลงตอกย้ำให้เห็นถึงความจริงดังกล่าวได้อย่างแยบยล “She lives with a broken man. A cracked polystyrene man. Who just crumbles and burns. He used to do surgery. On girls in the 80s But gravity always wins”

ท่อนนี้เป็นภาพแทนของสัญลักษณ์ของความจอมปลอมที่ถือเป็นตลกร้ายและแสดงให้เห็นถึงอัจฉริยะภาพทางการแต่งเพลงของ ทอม ยอร์ก ได้อย่างชัดเจน

“เธออยู่กับผู้ชายที่ทำจากโฟมที่กำลังแหลกสลาย เขาเคยเป็นแพทย์ศัลยกรรมพลาสติกให้กับผู้หญิงในยุค 80 แต่ก็ไม่อาจเอาชนะแรงโน้มถ่วงได้”

เนื้อเพลงท่อนนี้กำลังบอกอะไรกับเรา?

หากพิจารณาถึงสารที่ต้อง ทอม ยอร์ก ต้องการสื่อ ผู้ชายสังเคราะห์คือสัญลักษณ์ของความเปราะบางภายในจิตใจ แต่เขาไม่ได้หลอกว่าตัวเองเป็นของจริงทั้งๆ ที่ปลอมทั้งภายในและภายนอกเท่านั้น แต่เขายังพยายามชักจูงจิตใจของผู้คนให้มองเห็นเปลือกบางๆ ที่ซ่อนความเลวร้ายเอาไว้ภายในด้วย เมื่อความเชื่อมีพลังมากพอมันก็ไม่ต่างไปจากไวรัสที่ทำให้ผู้คนนับถือบูชาความจอมปลอมไปด้วย แต่ลัทธิประหลาดนี้ไม่เคยอยู่ยั้งยืนยง เพราะท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่จะชนะได้เสมอคือธรรมชาติ (gravity always wins) และนั่นคือความจริงแท้

ท่อนหนึ่งของเพลงที่เขียนว่า “She looks like the real thing. She tastes like the real thing. My fake plastic love. But I can’t help the feeling I could blow through the ceiling If I just turn and run” บ่งบอกว่าแท้ที่จริงแล้ว ทอม ยอร์ก ก็โหยหาความรักและความดีงามเช่นกัน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความรักพลาสติกที่ไม่จีรังยั่งยืนอะไร เพราะสิ่งที่เขาเห็นและสัมผัสได้นั้นมันดูจริงอย่างไม่น่าเชื่อ

ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ได้แต่หวังว่าจะสามารถหนีออกไปวิ่งหนีไปจากทุกสิ่งที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมานี้ ในโลกที่ยากเหลือเกินที่จะบอกว่าอะไรจริงหรือไม่จริง

ความรักพลาสติก, ต้นไม้ยาง และผู้ชายที่ทำจากโฟม สะท้อนอะไรได้บ้าง? หากมองย้อนกลับมายังสังคมไทยในยุคนี้ มีผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากที่สร้างตัวมาจากความศรัทธาที่ผู้อื่นมอบให้ เพียงแต่คนเหล่านี้เป็นเพียงคนที่แหลกสลายอยู่ภายใน เป็นต้นไม้ปลอมที่ไม่ว่าจะรดน้ำพรวนดินอย่างไรก็ไม่มีทางมอบไม้ใบใหญ่ให้ผู้คนหลบเงาร้อนจากแสงแดดได้

เป็นความรักพลาสติกที่ให้แต่ความเยือกเย็นจับใจเมื่อได้รับมันมาครอบครอง เป็นผู้ชายที่พร้อมจะแหลกสลายไม่มีชิ้นดีเมื่อถูกสวมกอด

Fake Plastic Trees คือเสียงเพรียกหาของต้นไม้ที่อยากแผ่กิ่งก้านสาขาได้

ผู้ชายโฟมที่อยากเป็นคนจริงๆ และความรักที่จะมอบความสุขให้กับคนที่ต้องการ

แต่ในสภาวการณ์ของผู้คนที่โหยหาความดีงามที่จับต้องได้ง่ายในสังคมปัจจุบันแบบนี้ การเล่นกับความรู้สึกของผู้คนที่อยากเห็นผลลัพธ์ของการทำความดีอย่างเร่งด่วน ทำให้มนุษย์โฟมหลงผิดคิดไปเองว่าเขาคือคนดีทั้งๆ ที่ภายในมีผลประโยชน์แอบแฝงจอมปลอม

และพวกเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองไม่สามารถเป็นภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบอย่างที่คนอื่นคาดหวังได้ตลอดเวลา

และในสักวันหนึ่งโฟมที่มันแตกอยู่แล้วหรือยางที่ค่อยเสื่อมคุณภาพไปตามกาลเวลาก็จะถึงวันที่แหลกสลายลงไป

ในประเทศไทย ทุกวันนี้มีมูลนิธิการกุศลเกิดขึ้นมากมายที่ผู้ที่สร้างมันขึ้นมาเป็นเพียงต้นไม้พลาสติกและมนุษย์โฟมที่เชื่อมั่นสุดหัวใจว่าสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่คือความดีงาม

แต่จากข่าวที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาคือของปลอมและใช้เปลือกโกงความไว้ใจจากผู้โง่เขลาที่ศรัทธาพวกเขาเหล่านี้

นี่คือ “โศกนาฏกรรมแห่งความเสแสร้ง” ที่ไม่ว่าจะเป็นพระที่ผู้คนเลื่อมใสทั้งประเทศ, คนขับรถแท็กซี่, ไลฟ์โค้ช, นักสงเคราะห์สัตว์จรจัด, ผู้ผดุงความยุติธรรมที่อุปโลกน์ตัวเองขึ้นมาและอีกมากมายต่างก็ตกอยู่ในวังวนนี้

แน่นอนว่ามันจะยังไม่หมดอยู่เพียงเท่านี้แน่ ตราบใดที่คนบางกลุ่มยังคงเพียรรดน้ำพรวนดินให้กับต้นไม้พลาสติก เพียงเพราะเชื่อมั่นว่ามันคือความดีงามเพียงสิ่งเดียวที่พวกเขาพอที่จะทำได้โดยที่ไม่ต้องใช้สามัญสำนึกและสมองใคร่ครวญไตร่ตรองให้มันปวดหัวมากนัก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Fake Plastic Trees เสียงคร่ำครวญของผู้เสแสร้ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...