Fake Plastic Trees เสียงคร่ำครวญของผู้เสแสร้ง
บทความพิเศษ | ศรัณยู ตรีสุคนธ์
Fake Plastic Trees
เสียงคร่ำครวญของผู้เสแสร้ง
Fake Plastic Trees เป็นเพลงบัลลาดแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกของวง Radiohead และเป็นหนึ่งในเพลงที่แฟนเพลงรักมากที่สุดของวง
เพลงนี้เป็นซิงเกิลที่ 3 จากอัลบั้ม The Bends (1995) ที่วางจำหน่ายในสหราชอาณาจักร
โครงสร้างคอร์ดและสัดส่วนดนตรีที่เรียบง่ายฟังแล้วสัมผัสได้ถึงความเหงาเศร้าเข้าไปถึงขั้วหัวใจของเพลงได้รับแรงบันดาลใจหลังจากที่ ทอม ยอร์ก ฟรอนต์แมนของวง Radiohead ได้ชมโชว์ของศิลปินผู้ล่วงลับอย่าง เจฟฟ์ บัคลีย์ และอยากให้อารมณ์เพลงออกมาใกล้เคียงกับงานเพลงของ บัคลีย์
แรงบันดาลใจในการแต่งเพลงเพลงนี้ของ ทอม ยอร์ก มาจากการที่เขารู้สึกแปลกใจระคนเหนือจริงเหมือนไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้เมื่อเห็นย่านคานารี วอร์ฟ (Canary Wharf) ที่อยู่ในเขตลอนดอนตะวันออก บริเวณท่าเรือเก่าริมแม่น้ำเทมส์
เดิมทีนายทุนตั้งใจทุ่มเงินจำนวนมากสร้างย่านธุรกิจในเขตนี้แต่เกิดเจอพิษเศรษฐกิจตกต่ำเล่นงานในช่วงยุค 90 เสียก่อน นายทุนและทางการเมืองจึงตกแต่งพื้นที่ที่ถูกทำลายลงไปแล้วด้วย “ต้นไม้เทียม” เป็นจำนวนมาก
และนั่นก็คือที่มาของชื่อเพลง
แค่เพียงท่อนแรกของเพลงก็จับความรู้สึกและสร้างรู้สึกสงสัยให้กับผู้ฟังได้ดั่งมีมนตร์สะกดแล้ว
“Her green plastic watering can. For her fake Chinese rubber plant. In the fake plastic earth” ผู้หญิงคนหนึ่งซื้อบัวรดน้ำพลาสติกสีเขียว นำมาใส่น้ำเพื่อรดต้นไม้ยางจีนปลอมๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยความหลอกลวง
ท่อนแรกของเพลงถูกเติมเต็มด้วยท่อนที่สองที่มีเนื้อร้องว่า “That she bought from a rubber man. In a town full of rubber plans. To get rid of itself” รายละเอียดที่เพิ่มเข้ามาก็คือเธอซื้อบัวรดน้ำมาจากชายขายของปลอม (หรือเขาเองนั่นแหละที่ปลอม) ในเมืองลวงหลอกที่พยายามจะกำจัดเนื้อแท้ของมันเอง
สองท่อนแรกนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงการสร้างภาพแทนที่ไม่จริงและไม่จีรังของมนุษย์ออกมา
โดย ทอม ยอร์ก ใช้การแต่งเพลงแบบกวีนิพนธ์เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่าการที่มนุษย์พยายามรดน้ำพรวนดินให้ต้นไม้ยางเจริญเติบโตในสวนขนาดใหญ่ในเมืองที่ปลอมเปลือกไปหมดเสียทุกอย่างนั้นเป็นเพียงภาพฝันที่มนุษย์ผู้โง่เขลาอยากให้มันกลายเป็นความจริงในโลกแห่งความฝันที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อกลบลบปมด้อยของตัวเอง (To get rid of itself) เท่านั้น
เพลงนี้ถูกปล่อยออกมาในปี 1995 แต่ประเด็นสำคัญของเพลงกลับเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลาที่เดินไปข้างหน้า และดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นเพลงที่สะท้อนให้เห็นถึงความจริงของผู้คนยุคใหม่ที่มองเห็นความปลอมเปลือกว่าเป็นสิ่งสวยงาม มากกว่าที่จะมองลงไปให้ลึกว่าคนหรือสังคมที่เขาเทิดทูนบูชานั้นก็ไม่ต่างไปจากต้นไม้พลาสติกที่ต่อให้คุณให้ค่าให้ความสำคัญ
หรืออีกนัยหนึ่งก็คือต่อให้คุณพยายามรดน้ำพรวนดินอย่างทะนุถนอมมากแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่มีทางเลยที่ต้นไม้ปลอมต้นนั้นจะเติบใหญ่และแผ่กิ่งก้านสาขาเพื่อสร้างร่มเงาความเย็นสบายให้กับผู้คนที่อยู่ใต้ต้นไม้และเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มได้
“It wears her out” ที่ ทอม ยอร์ก ร้องซ้ำไปซ้ำมาในท่อนที่ 2 ของเพลง มีความหมายตรงตัวว่า “มันทำให้เธอเหนื่อยล้า”
ซึ่งการร้องย้ำก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความอ่อนระโหยโรยแรงของผู้คนที่พยายามเสแสร้งสร้างตัวตนปลอมๆ (Alter Ego) ขึ้นมาเพื่อ “สร้างภาพ” ซึ่งนานวันเข้ามันกลับกลายเป็นพลังงานลบที่สูบจิตวิญญาณของตัวเองให้กลายเป็นเพียงซากปรักหักพังเข้าไปทุกที
คนเหล่านี้ข้างในพังทลายย่อยยับและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่เพื่อให้ผู้คนยอมรับ พวกเขาจำเป็นต้องเสนอหน้าทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้ผู้คนยอมรับในความสวยงามหรืออีกนัยหนึ่งก็คือ “ความดี” ของพวกเขา
สิ่งที่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งก็คือในโลกยุคปัจจุบันความงามอันบริสุทธิ์เป็นสิ่งที่หายากอย่างยิ่ง ความดีและความกรุณาปรานีที่เป็นดั่งสายฝนอันชุ่มฉ่ำ “จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน” แทบจะไม่มีประโยชน์อันใดบนโลกที่เต็มไปด้วยต้นไม้พลาสติกในปัจจุบัน
สิ่งที่ย่ำแย่ยิ่งกว่านั้นก็คือสภาวะอากาศบนโลกยุคใหม่เต็มไปด้วยสารปนเปื้อนมากมาย ด้วยสภาพสังคงที่เต็มไปด้วยการเอารัดเอาเปรียบและความเกลียดชังเหล่านี้ ผู้คนจึงโหยหาความดีจากโลกยุคเก่าที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีหลงเหลือให้เห็นอีกแล้ว
ท่อนที่ 3 ของเพลงตอกย้ำให้เห็นถึงความจริงดังกล่าวได้อย่างแยบยล “She lives with a broken man. A cracked polystyrene man. Who just crumbles and burns. He used to do surgery. On girls in the 80s But gravity always wins”
ท่อนนี้เป็นภาพแทนของสัญลักษณ์ของความจอมปลอมที่ถือเป็นตลกร้ายและแสดงให้เห็นถึงอัจฉริยะภาพทางการแต่งเพลงของ ทอม ยอร์ก ได้อย่างชัดเจน
“เธออยู่กับผู้ชายที่ทำจากโฟมที่กำลังแหลกสลาย เขาเคยเป็นแพทย์ศัลยกรรมพลาสติกให้กับผู้หญิงในยุค 80 แต่ก็ไม่อาจเอาชนะแรงโน้มถ่วงได้”
เนื้อเพลงท่อนนี้กำลังบอกอะไรกับเรา?
หากพิจารณาถึงสารที่ต้อง ทอม ยอร์ก ต้องการสื่อ ผู้ชายสังเคราะห์คือสัญลักษณ์ของความเปราะบางภายในจิตใจ แต่เขาไม่ได้หลอกว่าตัวเองเป็นของจริงทั้งๆ ที่ปลอมทั้งภายในและภายนอกเท่านั้น แต่เขายังพยายามชักจูงจิตใจของผู้คนให้มองเห็นเปลือกบางๆ ที่ซ่อนความเลวร้ายเอาไว้ภายในด้วย เมื่อความเชื่อมีพลังมากพอมันก็ไม่ต่างไปจากไวรัสที่ทำให้ผู้คนนับถือบูชาความจอมปลอมไปด้วย แต่ลัทธิประหลาดนี้ไม่เคยอยู่ยั้งยืนยง เพราะท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่จะชนะได้เสมอคือธรรมชาติ (gravity always wins) และนั่นคือความจริงแท้
ท่อนหนึ่งของเพลงที่เขียนว่า “She looks like the real thing. She tastes like the real thing. My fake plastic love. But I can’t help the feeling I could blow through the ceiling If I just turn and run” บ่งบอกว่าแท้ที่จริงแล้ว ทอม ยอร์ก ก็โหยหาความรักและความดีงามเช่นกัน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความรักพลาสติกที่ไม่จีรังยั่งยืนอะไร เพราะสิ่งที่เขาเห็นและสัมผัสได้นั้นมันดูจริงอย่างไม่น่าเชื่อ
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ได้แต่หวังว่าจะสามารถหนีออกไปวิ่งหนีไปจากทุกสิ่งที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมานี้ ในโลกที่ยากเหลือเกินที่จะบอกว่าอะไรจริงหรือไม่จริง
ความรักพลาสติก, ต้นไม้ยาง และผู้ชายที่ทำจากโฟม สะท้อนอะไรได้บ้าง? หากมองย้อนกลับมายังสังคมไทยในยุคนี้ มีผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากที่สร้างตัวมาจากความศรัทธาที่ผู้อื่นมอบให้ เพียงแต่คนเหล่านี้เป็นเพียงคนที่แหลกสลายอยู่ภายใน เป็นต้นไม้ปลอมที่ไม่ว่าจะรดน้ำพรวนดินอย่างไรก็ไม่มีทางมอบไม้ใบใหญ่ให้ผู้คนหลบเงาร้อนจากแสงแดดได้
เป็นความรักพลาสติกที่ให้แต่ความเยือกเย็นจับใจเมื่อได้รับมันมาครอบครอง เป็นผู้ชายที่พร้อมจะแหลกสลายไม่มีชิ้นดีเมื่อถูกสวมกอด
Fake Plastic Trees คือเสียงเพรียกหาของต้นไม้ที่อยากแผ่กิ่งก้านสาขาได้
ผู้ชายโฟมที่อยากเป็นคนจริงๆ และความรักที่จะมอบความสุขให้กับคนที่ต้องการ
แต่ในสภาวการณ์ของผู้คนที่โหยหาความดีงามที่จับต้องได้ง่ายในสังคมปัจจุบันแบบนี้ การเล่นกับความรู้สึกของผู้คนที่อยากเห็นผลลัพธ์ของการทำความดีอย่างเร่งด่วน ทำให้มนุษย์โฟมหลงผิดคิดไปเองว่าเขาคือคนดีทั้งๆ ที่ภายในมีผลประโยชน์แอบแฝงจอมปลอม
และพวกเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองไม่สามารถเป็นภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบอย่างที่คนอื่นคาดหวังได้ตลอดเวลา
และในสักวันหนึ่งโฟมที่มันแตกอยู่แล้วหรือยางที่ค่อยเสื่อมคุณภาพไปตามกาลเวลาก็จะถึงวันที่แหลกสลายลงไป
ในประเทศไทย ทุกวันนี้มีมูลนิธิการกุศลเกิดขึ้นมากมายที่ผู้ที่สร้างมันขึ้นมาเป็นเพียงต้นไม้พลาสติกและมนุษย์โฟมที่เชื่อมั่นสุดหัวใจว่าสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่คือความดีงาม
แต่จากข่าวที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาคือของปลอมและใช้เปลือกโกงความไว้ใจจากผู้โง่เขลาที่ศรัทธาพวกเขาเหล่านี้
นี่คือ “โศกนาฏกรรมแห่งความเสแสร้ง” ที่ไม่ว่าจะเป็นพระที่ผู้คนเลื่อมใสทั้งประเทศ, คนขับรถแท็กซี่, ไลฟ์โค้ช, นักสงเคราะห์สัตว์จรจัด, ผู้ผดุงความยุติธรรมที่อุปโลกน์ตัวเองขึ้นมาและอีกมากมายต่างก็ตกอยู่ในวังวนนี้
แน่นอนว่ามันจะยังไม่หมดอยู่เพียงเท่านี้แน่ ตราบใดที่คนบางกลุ่มยังคงเพียรรดน้ำพรวนดินให้กับต้นไม้พลาสติก เพียงเพราะเชื่อมั่นว่ามันคือความดีงามเพียงสิ่งเดียวที่พวกเขาพอที่จะทำได้โดยที่ไม่ต้องใช้สามัญสำนึกและสมองใคร่ครวญไตร่ตรองให้มันปวดหัวมากนัก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Fake Plastic Trees เสียงคร่ำครวญของผู้เสแสร้ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly