AI ไม่รอใคร แต่การศึกษาไทยยังย่ำที่เดิม—โจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่
ก่อนเข้าสู่การเลือกตั้ง 8 ก.พ. "ฐานเศรษฐกิจ" ได้ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้นำธุรกิจ จากหลากหลายอาชีพ ผ่านแคมเปญ Thailand Redesign : อนาคตออกแบบได้ เพื่อร่วมกันหาทางออกและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของไทยให้ก้าวทันโลกดิจิทัล
ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอแอพพ์เทคโนโลยี จำกัด และนายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) ระบุว่าโครงสร้างที่ต้องเร่งเปลี่ยนเป็นอันดับแรกคือ “ระบบการศึกษา” เนื่องจากปัจจุบันมหาวิทยาลัยผลิตบุคลากรไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ขณะที่เทคโนโลยีโลกก้าวไปสู่การใช้ AI เขียนโค้ดแล้ว แต่หลักสูตรไทยยังสอนแบบเดิม ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสและเริ่มล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม
ดันเศรษฐกิจดิจิทัล ปั๊ม GDP 2.6 ล้านล้านบาท
ดร.กอบกฤตย์ มองว่าไทยควรเปลี่ยนจากการส่งออกสินค้าเกษตรดิบหรือแรงงานราคาถูก มาเป็น “เศรษฐกิจดิจิทัลและบริการเทคโนโลยี” โดยประเมินว่า AI จะสร้างมูลค่าให้ประเทศไทยสูงถึง 2.6 ล้านล้านบาท (80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2573 และหากกลุ่ม SME กว่า 3.2 ล้านรายนำ AI มาใช้จริงจัง จะช่วยเพิ่ม GDP ประเทศได้อีก 2% ซึ่งไทยมีจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ที่จะก้าวขึ้นเป็น Tech Hub ของภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน
รัฐเล็กแต่ฉลาด ใช้ AI ทลายคอขวดราชการ
ดร.กอบกฤตย์ เสนอให้ใช้AI เข้ามาจัดการงานเอกสารและงานซ้ำซากแทนข้าราชการ เพื่อให้รัฐเล็กลงแต่คล่องตัวขึ้น โดยรัฐควรเปลี่ยนบทบาทจากผู้ควบคุมมาเป็นผู้อำนวยความสะดวก ใช้ระบบ One Stop Service ที่แท้จริง และนำดิจิทัลมาบันทึกการตัดสินใจทุกขั้นตอนเพื่อความโปร่งใส พร้อมแนะมาตรการ Quick Win คือการให้ทุกหน่วยงานรัฐใช้โมเดลAI ภาษาไทย เช่น OpenThaiGPT หรือ Pathumma LLM ซึ่งจะช่วยลดเวลาทำงานได้ถึง 30-40%
มาตรการเร่งด่วนดึงดูดทุนคุณภาพ
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ดร.กอบกฤตย์ เสนอให้รัฐดำเนินการดังนี้:
- ยกเว้นภาษีนำเข้าชิป GPU และอุปกรณ์ AI เป็นเวลา 3 ปี เพื่อลดต้นทุนให้ Startup และบริษัทเทคโนโลยีไทย
- จัดทำแพลตฟอร์มAI for All Thais ฝึกอบรมทักษะAI พื้นฐานให้ประชาชน 100,000 คน ภายใน 6 เดือน
- สร้าง Fast Track อนุมัติโครงการนวัตกรรมภายใน 30 วัน หากไม่ตอบกลับให้ถือว่าอนุมัติ เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้า
สิ่งที่รัฐควร "หยุดทำ" ทันที
ดร.กอบกฤตย์ เน้นย้ำว่ารัฐควรหยุดสร้างหน่วยงานหรือคณะกรรมการใหม่ที่ซ้ำซ้อน หยุดออกกฎระเบียบที่เน้นการควบคุมจน Startup แข่งขันไม่ได้ และที่สำคัญคือ “หยุดแจกเงินโดยไม่มีเป้าหมาย” โดยควรเปลี่ยนงบประมาณเหล่านั้นไปใช้ในการ Reskill แรงงาน 1 ล้านคน จะสร้างผลลัพธ์ในระยะยาวได้ดีกว่า รวมถึงต้องหยุดปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐ (Open Data) เพื่อให้ภาคเอกชนนำไปต่อยอด
ภารกิจ 1 วาระรัฐบาล: ปฏิรูปคนเปลี่ยนอนาคต
ดร.กอบกฤตย์ เลือก“ปฏิรูปการศึกษาให้ผลิตคนที่ตลาดต้องการ” โดยเสนอระบบ Dual Education แบบเยอรมัน (เรียน 3 วัน ทำงาน 2 วัน) และกำหนดให้ AI Literacy เป็นวิชาบังคับในทุกคณะ
“ถ้าเรามีคนไทย 70 ล้านคนที่มีทักษะถูกต้อง เศรษฐกิจจะโตเอง นักลงทุนจะมาเอง และความเหลื่อมล้ำจะลดลง นี่ไม่ใช่ความฝัน เพราะสิงคโปร์ ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ต่างเริ่มจากการปฏิรูปการศึกษาจนประสบความสำเร็จมาแล้วทั้งสิ้น” ดร.กอบกฤตย์ ระบุ