“สหรัฐ” เล็งจ่าย “ชาวกรีนแลนด์” คนละสูงสุด 1 แสนดอลลาร์ ดันแผนผนวกดินแดน
รัฐบาลทรัมป์ หารือแผนจ่ายเงินให้ประชาชนกรีนแลนด์รายละ 10,000–100,000 ดอลลาร์ หากแยกตัวจากเดนมาร์ก โดยต้นทุนรวมอาจสูงถึงเกือบ 6,000 ล้านดอลลาร์
วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. สำนักข่าว Fox News รายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาแนวคิดในการจ่ายเงินให้ประชาชนในกรีนแลนด์รายละหลายพันดอลลาร์ เพื่อจูงใจให้ดินแดนแห่งนี้แยกตัวออกจากเดนมาร์กและเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐ
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐ รวมถึงที่ปรึกษาในทำเนียบขาว ได้หารือกันถึงตัวเลขเงินจ่ายต่อคนในช่วงตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดการหารือ หากพิจารณาจากจำนวนประชากรกรีนแลนด์ราว 57,000 คน ต้นทุนรวมของโครงการอาจอยู่ตั้งแต่กว่า 500 ล้านดอลลาร์ ไปจนเกือบ 6,000 ล้านดอลลาร์
แม้แนวคิดเรื่องการจ่ายเงินก้อนเพื่อแลกกับการผนวกกรีนแลนด์จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ Reuters รายงานว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหรัฐให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มากขึ้น และกำลังพิจารณาตัวเลขที่สูงกว่าเดิม
ทำเนียบขาวได้อ้างถึงคำกล่าวของโฆษก Karoline Leavitt ซึ่งระบุในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธว่า การซื้อกรีนแลนด์จะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ
“การที่สหรัฐจะได้มาซึ่งกรีนแลนด์ไม่ใช่แนวคิดใหม่” Leavitt กล่าว พร้อมเสริมว่า ประธานาธิบดีได้แสดงจุดยืนอย่างเปิดเผยและชัดเจนต่อสาธารณชนและทั่วโลก ว่ามองว่าเรื่องนี้เป็นผลประโยชน์สูงสุดของสหรัฐ ในการยับยั้งอิทธิพลของรัสเซียและจีนในภูมิภาคอาร์กติก และนี่คือเหตุผลที่ทีมงานของเขากำลังหารือถึงความเป็นไปได้ของการซื้อดังกล่าว
ด้านมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่า เขามีแผนจะพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศของ เดนมาร์ก ในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือเกี่ยวกับกรีนแลนด์
ทรัมป์แสดงจุดยืนมาอย่างยาวนานว่าสหรัฐฯ ควรเข้าครอบครองกรีนแลนด์ โดยให้เหตุผลว่าทรัพยากรแร่ของเกาะมีความสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารของสหรัฐ และมองว่าโดยภาพรวมแล้ว ซีกโลกตะวันตกควรอยู่ภายใต้อิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ของวอชิงตัน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่ากรีนแลนด์ถูกล้อมรอบด้วยเรือของรัสเซียและจีน และเดนมาร์กซึ่งเป็นผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้ ไม่มีศักยภาพเพียงพอในการดูแลด้านการป้องกันและการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับมาตรฐานความมั่นคงของสหรัฐ
ทรัมป์กล่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า “มันมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง…เราจำเป็นต้องมีกรีนแลนด์จากมุมมองด้านความมั่นคงแห่งชาติ และเดนมาร์กไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้”
อย่างไรก็ตามทางการกรีนแลนด์และเดนมาร์กยืนยันว่า กรีนแลนด์ไม่ใช่สินค้าที่จะนำมาซื้อขายได้ และผู้นำยุโรปหลายประเทศได้วิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอนี้ โดยชี้ว่าเป็นการบ่อนทำลายความไว้วางใจระหว่างสหรัฐกับเดนมาร์กในฐานะพันธมิตร NATO ภายใต้ข้อตกลงป้องกันร่วมของ NATO ประเทศสมาชิกมีพันธกรณีต้องช่วยเหลือกันทางทหารหากถูกโจมตี ทำให้แนวคิดเรื่องการขาย ดินแดนมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ
“พอแล้ว” นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ Jens-Frederik Nielsen เขียนผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อตอบโต้คำกล่าวของทรัมป์เกี่ยวกับการเข้าครอบครองเกาะแห่งนี้ “ไม่เอาแล้วกับแรงกดดัน ไม่เอาแล้วกับการส่งสัญญาณ ไม่เอาแล้วกับจินตนาการเรื่องการผนวกดินแดน”
ต่อมาในวันอังคาร Nielsen ย้ำว่ากรีนแลนด์จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์ก แม้สหรัฐจะพยายามผลักดันแนวคิดดังกล่าว
“ประเทศของเราไม่ใช่สิ่งที่ใครจะปฏิเสธหรือยึดครองได้ เพียงเพราะคุณต้องการ” เขากล่าว พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐใช้การเจรจาที่ให้ความเคารพ ผ่านช่องทางทางการทูตและการเมืองที่ถูกต้อง และใช้กรอบความร่วมมือที่มีอยู่แล้ว “การพูดคุยต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานที่เคารพต่อสถานะของกรีนแลนด์ ซึ่งยึดโยงกับกฎหมายระหว่างประเทศและหลักบูรณภาพแห่งดินแดน”
อ้างอิง : foxnews.com