โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

HSBC ชี้ธุรกิจในเอเชียแห่ปรับแผนการค้า มุ่งสู่ “เอเชียเพื่อเอเชีย”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เอชเอสบีซีเผยภาคธุรกิจในเอเชียปรับกลยุทธ์ทางการค้า มุ่งสู่ “เอเชียเพื่อเอเชีย” โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายการค้าและก้าวขึ้นเป็นภูมิภาคสำคัญของบริษัทในเอเชียและทั่วโลก

9 ม.ค. 2569 ธนาคารเอชเอสบีซีเผยองค์กรภาคธุรกิจในเอเชียเริ่มแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวและเสถียรภาพที่ดีขึ้น ความกังวลด้านรายได้บริษัทผ่อนคลายลง และเริ่มมีรูปแบบในการดำเนินการค้าระหว่างประเทศใหม่ ๆ เกิดขึ้น ภายหลังการประกาศมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ หรือ “Liberation Day tariffs” เมื่อกว่า 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ หลายประเทศในเอเชียยังระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าล่าสุดช่วยสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจในระยะสั้น มากกว่าที่จะเป็นอุปสรรค

ข้อมูลดังกล่าวมาจากผลสำรวจ HSBC Global Trade Pulse 2025 (เอชเอสบีซี โกลบอล เทรด พัลส์ 2025) ซึ่งสำรวจบริษัทจำนวน 6,750 แห่ง ที่ตั้งอยู่ใน 17 ประเทศทั่วโลก โดยผลสำรวจเผยว่า แม้การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าหลักจะยังคงดำเนินต่อไป แต่ภาคธุรกิจในปัจจุบันมีมุมมองเกี่ยวกับภาพรวมด้านการค้าระหว่างประเทศที่ชัดเจนขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา โดย 67% ของบริษัทที่ร่วมตอบแบบสำรวจทั่วโลกมีความเข้าใจถึงผลกระทบของนโยบายการค้าที่มีต่อธุรกิจของตนมากขึ้นกว่าหกเดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ 88% ของบริษัทที่ร่วมตอบแบบสำรวจจากทั่วโลกมีความเชื่อมั่นในความสามารถขององค์กรของตนในการขยายการค้าระหว่างประเทศในช่วงสองปีข้างหน้า โดยบริษัทขนาดใหญ่ที่มีรายได้มากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี มีมุมมองเชิงบวกมากกว่าองค์กรขนาดเล็กกว่า เห็นได้จาก 46% ของบริษัทขนาดใหญ่ที่ตอบแบบสอบถามระบุว่ามี “ความเชื่อมั่นอย่างมาก” ต่อการเติบโตของการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่บริษัทที่มีรายได้ต่ำกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีมีเพียง 38% ของกลุ่มตัวอย่าง

สำหรับภาคธุรกิจในเอเชียนั้น 86% ของบริษัทในเอเชียยังคงมีความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของการค้าระหว่างประเทศ โดย 32% ของธุรกิจในเอเชียได้เข้าขยายการค้าระหว่างประเทศเข้าสู่ประเทศใหม่ ๆ แล้ว และอีก 50% มีแผนจะขยายการค้าระหว่างประเทศเข้าสู่ประเทศใหม่ ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางการค้าน้อยกว่า

เมื่อแรงกดดันจากมาตรการภาษีเริ่มผ่อนคลาย ธุรกิจในเอเชียคาดว่าการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานจะส่งผลกระทบต่อรายได้น้อยลงเมื่อเทียบกับหกเดือนก่อน โดยเฉลี่ยแล้วธุรกิจในเอเชียคาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบเชิงลบต่อรายได้ในช่วงสองปีข้างหน้าที่ 13% ซึ่งลดลงจาก 18% ในการสำรวจ Trade Pulse ครั้งแรกเมื่อประมาณหกเดือนก่อน ในขณะที่ธุรกิจในเอเชียที่กังวลว่าจะสูญเสียรายได้ 25% หรือมากกว่านั้น ได้ลดลงเหลือต่ำกว่าหนึ่งในห้า (18%) จาก 35% เมื่อหกเดือนก่อน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 22% เล็กน้อย

นายอดิตยา กาห์เลาต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริการการค้าระหว่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า “ข้อมูลการวิจัยของเราชี้ให้เห็นว่าภาคธุรกิจในเอเชียกำลังปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมทางการค้าระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป แม้ความกังวลด้านรายได้จะผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ภาคธุรกิจยังคงตระหนักถึงความเสี่ยง นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนด้านมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ได้กระตุ้นให้บริษัทในเอเชียขยับตัว ในขณะที่ความชัดเจนที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ในภูมิภาคสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบมากขึ้นและวางแผนล่วงหน้าได้ดียิ่งขึ้น

[caption id="attachment_218728" align="alignleft" width="215"]

อดิตยา กาห์เลาต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริการการค้าระหว่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี[/caption]

มุมมองความเชื่อมั่นที่ปรับตัวดีขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจกำลังตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงด้านการค้าอย่างมีประสิทธิภาพ และแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรับมือกับความผันผวนได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ เรายังเห็นว่าผู้นำองค์กรธุรกิจจำนวนมากเลือกที่จะนำกลยุทธ์ที่หลากหลายมาใช้ เพื่อปรับตัวเข้ากับวิถีการทำธุรกิจรูปแบบใหม่มากกว่าที่จะรอให้ความไม่แน่นอนคลี่คลาย”

“เอเชียเพื่อเอเชีย” ได้รับแรงหนุนเพิ่มขึ้น

เมื่อแนวโน้มด้านภาษีนำเข้าเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้รูปแบบทางการค้าระหว่างประเทศใหม่ ๆ เริ่มเกิดขึ้น โดยธุรกิจในเอเชียหันมาเพิ่มน้ำหนักความสำคัญของภูมิภาคเอเชียมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชิงกลยุทธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ เมื่อเจาะลึกไปยังกลุ่มธุรกิจในเอเชีย พบว่า 41% มีแผนเพิ่มการพึ่งพาทางการค้ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น, 34% มีแผนเพิ่มการพึ่งพาเอเชียตะวันออกและเอเชียเหนือ และ 29% มีแผนเพิ่มการพึ่งพาเอเชียใต้ ในขณะที่ 30% ของธุรกิจในเอเชียยังมีแผนเพิ่มการพึ่งพายุโรป

แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับธุรกิจทั่วโลก ยุโรปเป็นจุดหมายปลายทางด้านการค้าระหว่างประเทศอันดับหนึ่ง (40%) รองลงมาคือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (36%), เอเชียตะวันออกและเอเชียเหนือ (32%) และอเมริกาเหนือ (32%)

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้ 32% ของบริษัททั่วโลกมีแผนเพิ่มการพึ่งพาทางการค้ากับอเมริกาเหนือ แต่ก็มีถึง 22% ที่วางแผนลดการพึ่งพาภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งถือเป็นสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกภูมิภาค

นายอดิตยา กล่าวเสริมว่า “แนวคิด ‘เอเชียเพื่อเอเชีย’ ไม่ใช่เพียงสโลแกนอีกต่อไป แต่สะท้อนจากข้อเท็จจริงที่ว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นที่ตั้งของข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) อีกทั้งตลาดผู้บริโภคที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่ง และเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานที่มีความพร้อม ล้วนทำให้ภูมิภาคนี้เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจ ไม่เพียงสำหรับธุรกิจในเอเชียเท่านั้น แต่รวมถึงบริษัททั่วโลกด้วย”

ภาคธนาคารมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการสนับสนุนการตัดสินใจของภาคธุรกิจ ท่ามกลางความผันผวนที่เกี่ยวข้องกับการค้า โดย 89% ของธุรกิจในเอเชียระบุว่าบทบาทของธนาคารมีความสำคัญเพิ่มขึ้นตามความซับซ้อนของการดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดน ดังนั้น การให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านการขยายธุรกิจระหว่างประเทศจึงเป็นการสนับสนุนอันดับต้น ๆ ที่ภาคธุรกิจต้องการจากธนาคาร รองลงมาคือเครื่องมือบริหารความเสี่ยง และการสนับสนุนด้านความยืดหยุ่นทางธุรกิจ เช่น การจำลองสถานการณ์ การวางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ และการคาดการณ์กระแสเงินสด (เพิ่มเติม…)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...