ความโหดร้ายของสมเด็จพระนเรศ กรณี “ถลกหนัง” แม่ทัพ ในสงครามบุกเขมร?
ความโหดร้ายของสมเด็จพระนเรศ กรณี “ถลกหนัง” แม่ทัพทัพหน้าของพระองค์เอง คราวสงครามบุกกัมพูชา ในบันทึกของ “วัน วลิต” เรื่องจริงหรือความเข้าใจผิด?
พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับวัน วลิตเป็นเอกสารประวัติศาสตร์แบบ “จดหมายเหตุ” ที่เล่าเรื่องราวสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ “สมเด็จพระนเรศ” ได้เป็นฉาก ๆ ประหนึ่งว่าคนเขียนได้เห็นด้วยตาตัวเอง
แต่ความเป็นจริงแล้ว วัน วลิตหรือ เยเรเมียส ฟาน ฟลีต(Jeremais van Vliet) บันทึกเรื่องราวหลังสิ้นรัชกาลของสมเด็จพระนเรศ (พ.ศ. 2133-2148) ไปแล้วประมาณ 40-50 ปี จึงเชื่อได้ว่าเขาบันทึกข้อมูลจากการสอบถามกับคนเฒ่าคนแก่ หรือพระสงฆ์ที่พอจะรู้เรื่องราวสมัยนั้น
ประเด็นสำคัญในบันทึกของ วัน วลิต คือการเผยให้เห็นถึง “พระอุปนิสัย” อันน่าพรั่นพรึงของสมเด็จพระนเรศ ที่นอกจากจะทรงเป็นกษัตริย์ผู้เชี่ยวชาญในการทำศึกสงครามและเฉียบขาดในการปกครองแล้ว ยังทรงมีพระเมตตาชาวบ้านราษฎร อย่างไรก็ตาม เนื้อหาบางส่วนยังถูกมองว่าเป็นเรื่องโหดร้ายน่ากลัว เพราะมีเรื่องราวของการถลกหนัง และเผาคนทั้งเป็น
สำหรับตัวตนของ วัน วลิต เขาเป็น “ชาวดัตช์” ที่ทำงานอยู่ในบริษัทอีสต์อินเดียของดัตช์ และมีโอกาสเข้ามาทำงานอยู่ในอยุธยาช่วงสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง (พ.ศ. 2173-2199) พอได้อาศัยอยู่ในสยามประมาณ 10 ปี จึงสามารถสื่อสารกับคนไทยได้ และเขียนบันทึกเกี่ยวกับอยุธยาหลายเล่ม
บันทึกของ วัน วลิต มีความน่าสนใจในแง่เป็นบันทึกที่เขียนขึ้นในช่วงเวลาที่ “ใกล้เคียง” กับสมัยสมเด็จพระนเรศมากอีกชิ้นหนึ่ง ขณะที่เอกสารของฝ่ายไทยอย่างพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ที่นักประวัติศาสตร์ยกย่องว่ามีความแม่นยำเรื่องศักราชและเหตุการณ์ เพิ่งเรียบเรียงในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199-2231) คือทำหลังบันทึกของ วัน วลิต หลายปีเลยทีเดียว
วัน วลิต เล่าว่า เมื่อสมเด็จพระนเรศทรงเอาชนะพระมหาอุปราชในสงครามยุทธหัตถีได้แล้ว ต่อมาพระองค์โปรดให้ยกกองทัพไปโจมตีกัมพูชา แต่ขุนนางของอยุธยากลับทำหน้าที่เกินจากคำสั่ง เป็นสาเหตุให้สมเด็จพระนเรศทรงลงพระราชอาญา โดยทรงให้ “ถลกหนังทั้งเป็น”เรื่องราวมีบันทึกไว้ดังนี้
“หลังจากได้ชัยชนะพระมหาอุปราชาและกองทัพพะโค พระเจ้าแผ่นดินสยามก็ทรงรวบรวมกองทัพ ประกอบด้วยทหารจำนวนมากพอสมควรยกไปโจมตีกัมพูชา โดยมีออกญาจักรีและออกญากลาโหมเป็นทัพหน้า และสมเด็จพระนเรศพระราชโอรสเป็นทัพหลัง
เมื่อยกทัพมาถึงพรมแดนกัมพูชา ออกญาจักรีก็ฉวยโอกาสเข้ายึดเมืองชายแดน โดยคิดว่าจะทำความดีถวายต่อพระเจ้าแผ่นดินและพระราชโอรส เมื่อพระนเรศเสด็จมาถึงก็ทรงพระพิโรธในการกระทำของออกญาจักรี มีรับสั่งให้ถลกหนังทั้งเป็นทรงตรัสว่า
‘พระเจ้าแผ่นดินพระราชบิดาของเราและตัวเรา เป็นผู้สั่งเจ้ามาที่นี่ แต่ไม่ได้สั่งให้เจ้าเข้าโจมตี และเอาชีวิตทหารของเรามาเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ เจ้าพยายามจะทำความดีความชอบแข่งกับเรา เพื่อว่าเมื่อได้รับชัยชนะแล้ว ทั้งเราและเจ้าจะได้เป็นผู้มีชัยชนะเหมือนกันทั้งสองคน ด้วยเหตุนี้เจ้าจึงต้องตาย’…”
หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมชวิจารณ์บันทึกดังกล่าวและอธิบายเอาไว้ว่า เรื่องถลกหนังนั้นไม่ปรากฏหลักฐานในพระราชพงศาวดารหรือในเอกสารอื่นเลย และการถลกหนังคนทั้งเป็นก็ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ไทยทั้งก่อนและหลังยุคสมัยสมเด็จพระนเรศ จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นความเข้าใจผิดพลาดคลาดเคลื่อนของ วัน วลิต มากกว่า เพราะจริง ๆ แล้วไม่ใช่การถลกหนัง แต่เป็น “ถลกหลัง”
ถลกหลังคืออะไร? หรือจริง ๆ แล้ว เราต้องมาทบทวนและไล่เรียงสิ่งที่ วัน วลิต บันทึกกันอีกทีว่าอะไรเป็นอะไรกันแน่… ร่วมกันเจาะลึกประเด็นเล่านี้ได้ใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY มุมอันน่าสะพรึงกลัวของ ‘สมเด็จพระนเรศ’ จากบันทึก วัน วลิต”
อ่านเพิ่มเติม :
- สมเด็จพระนเรศวรตีเมืองละแวกแตก เมื่อ พ.ศ. 2136
- สงครามยุทธหัตถี พ.ศ. 2135 สมเด็จพระนเรศมีพระราชดำรัสกับช้างทรงว่าอย่างไร?
- สอบหลักฐาน สืบหา “พระมเหสี” ในสมเด็จพระนเรศ ที่หลักฐานไทยไม่เคยกล่าวถึง
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ความโหดร้ายของสมเด็จพระนเรศ กรณี “ถลกหนัง” แม่ทัพ ในสงครามบุกเขมร?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com