กรมอุตุฯเตือนรับมือฝนเพิ่ม-ตกหนัก จาก "พายุคัลแมกี" ช่วง 7-10 พ.ย.นี้
กรมอุตุฯ 7 วันข้างหน้า เตือนตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่ง อิทธิพลจาก”พายุคัลแมกี” 7-10 พ.ย.นี้ หลังจากนั้นฝนจะลดลง เนื่องจากร่องมรสุมเลื่อนลงไปพาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกมีกำลังอ่อนลง ส่งผลให้กทม.และปริมณฑลมีฝน 40-70% ของพื้นที่ตลอดช่วง ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป 7 วันข้างหน้า หรือระหว่างวันที่ 5 – 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ว่า ในช่วงวันที่ 5 – 6 พ.ย. บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ กับมีอากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 10 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากอิทธิพลของพายุ หลังจากนั้น ประเทศไทยจะเริ่มมีฝนลดลง เนื่องจากร่องมรสุมเลื่อนลงไปพาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกมีกำลังอ่อน
สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยในช่วง 5 – 7 พ.ย. คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 6 – 7 พ.ย. จากนั้นมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน และในวันที่ 7 พ.ย. 68 พายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันปกคลุมบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป๊นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ
สำหรับชื่อของพายุคัลแมกี หมายถึงนกนางนวล ตั้งชื่อโดยสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี
กรมอุตุฯ:ข้อควรระวัง
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง โดยเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งไว้ในช่วงวันที่ 5 – 7 พ.ย.
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 10 พ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
คาดหมายอากาศรายภาค
วันที่ 5 – 11 พ.ย.68
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 5 – 6 พ.ย. และ 10 – 11 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9 – 15 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วงวันที่ 5 และ 10 – 11 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13 – 17 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 6 – 9 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยในช่วงวันที่ 7 – 8 พ.ย. มีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14 – 19 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม.
ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 5 – 6 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 11 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 33 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 5 – 6 และ 10 – 11 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 30 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 5 – 7 พ.ย. ลมตะวันตก ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 8 – 10 พ.ย. ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 33 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 5 – 7 พ.ย. ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันตก ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงไป ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ในช่วงวันที่ 8 – 11 พ.ย. ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
ในช่วงวันที่ 5 – 8 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยในช่วงวันที่ 6 – 7 พ.ย. มีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ ในช่วง 9 – 11 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 5 – 6 พ.ย. และ 11 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 10 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 33 องศาเซลเซียส
(ออกประกาศ 05 พฤศจิกายน 2568)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมอุตุฯเตือนรับมือฝนเพิ่ม-ตกหนัก จาก “พายุคัลแมกี” ช่วง 7-10 พ.ย.นี้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net