กรมศุลกากรเตรียมเก็บ “ภาษีนำเข้าสินค้าจากแพลตฟอร์มออนไลน์” ตั้งแต่ 1 บาทแรก เริ่ม 1 ม.ค. 69
กรมศุลกากร เตรียมเก็บ ภาษีนำเข้าสินค้าจากแพลตฟอร์มออนไลน์ ตั้งแต่ 1 บาทแรก เริ่ม 1 ม.ค. 69 หวังสร้างความเป็นธรรมให้เอสเอ็มอีไทย คาดเพิ่มรายได้เข้ารัฐ 3,000 ล้านบาท
5 พ.ย. 2568 - นายพันธ์ทอง ลอยกุลอนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรเตรียมเก็บภาษีศุลกากรนำเข้าสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาทที่สั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (e-commerce) โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป
“ก่อนหน้านี้เราได้เว้นการเก็บภาษี VAT และอากรนำเข้าสินค้าที่มูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ขณะที่ที่ช่วงที่ผ่านมาได้เริ่มเก็บ VAT แล้ว ตอนนี้เราจึงจะเริ่มเก็บภาษีศุลกากรนำเข้า โดยเริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 ซึ่งนโยบายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทด้านสังคมและการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากร”
สำหรับหลักการคือจะลดมูลค่าขั้นต่ำของสินค้านำเข้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีและพิธีการศุลกากร (de minimis) ที่จะไม่เก็บอากรศุลกากรเหลือตั้งแต่ 1 บาทแรก จากเดิมกำหนดที่ 1,500 บาท ซึ่งแนวทางนี้สามารถดำเนินการได้โดยอำนาจของอธิบดีกรมศุลกากรโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ขณะที่การเก็บภาษีดังกล่าว จะเก็บตามพิกัดอัตราศุลกากรจริงของสินค้านั้นๆ เช่น พลาสติกจะเก็บที่ 20% ขณะที่ในระยะยาวจะเก็บแบบเหมาจ่าย เช่น 20% หรือ 30% สำหรับสินค้าที่มาในรูปแบบกล่องขนาดเล็กทั้งหมด อย่างไรก็ตามการดำเนินการดังกล่าวจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายและกฎกระทรวงซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา
“สินค้าที่เข้ามามีจำนวนเป็นล้านชิ้นต่อปีกรมฯ จึงไม่สามารถทำการตรวจสอบทั้งหมด ดังนั้นจึงจะขอความร่วมมือจากแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะแพลตฟอร์มรายใหญ่ เช่น Shopee และ Lazada ให้ส่งข้อมูลมาว่าในตู้คอนเทนเนอร์นั้นๆ มีสินค้าจากแพลตฟอร์มกี่ชิ้น มูลค่าเท่าไร ภาษีเท่าไร และ VAT เท่าไร โดยในระยะแรก กรมศุลกากรจะยึดข้อมูลที่แพลตฟอร์มแจ้งมาและจะมีการสุ่มตรวจสอบ โดยกรมฯ จะหารือกับ Shopee กับ Lazada ในวันศุกร์ที่ 7 พ.ย. นี้”
ทั้งนี้แนวทางการยกเลิกการยกเว้น de minimis นี้ ไม่ขัดแย้งกับความตกลงการค้าเสรี (FTA) โดยสหรัฐฯ ก็เพิ่งยกเลิกเกณฑ์ de minimis ไปแล้วเช่นกัน
นายพันธ์ทอง เปิดเผยว่า แนวทางดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหาการเข้ามาของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศซึ่งกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอีไทย โดยที่ผ่านมาสินค้าที่นำเข้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์จำนวนมากที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ไม่ถูกเก็บทั้งภาษี VAT และภาษีศุลกากรนำเข้า ขณะที่ผู้ประกอบการไทยที่สั่งสินค้านำเข้าอย่างถูกต้องต้องเสียภาษี ทำให้ต้นทุนสูงกว่าสินค้าที่มาถึงผู้บริโภคโดยตรงจากแพลตฟอร์มมาก
“สินค้าจากแพลตฟอร์มต่างประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากโรงงานโดยตรง และผู้บริโภคได้ประโยชน์จากการซื้อสินค้าราคาถูก แต่ไม่มีใครในประเทศไทยที่ได้รับประโยชน์จากการนำเข้าในลักษณะนี้ ยกเว้นตัวผู้บริโภคเอง”
ทั้งนี้ในปี 2567 ที่ผ่านมาสินค้าที่ต่ำกว่า 1,500 บาท มีจำนวนเกือบ 200 ล้านชิ้น มีมูลค่ารวมประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาสามารถเก็บภาษี VAT ได้ที่ 2,000 ล้านบาท ขณะที่ส่วนใหญ่สินค้าดังกล่าวส่วนใหญ่มีอัตราภาษีเฉลี่ยที่ 10-30% ดังนั้นหากเริ่มจัดเก็บภาษีศุลกากรนำเข้าโดยคำนวนจากอัตราภาษีเฉลี่ยที่ 10% คาดว่าสร้างรายได้เข้ารัฐเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3,000 ล้านบาท