โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่องหุ้นรับอานิสงส์รัฐแก้หนี้ บล.กรุงศรีชู ‘KTB-MTC’ เด่น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 พ.ย. 2568 เวลา 02.13 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2568 เวลา 00.58 น.

ส่องหุ้นรับอานิสงส์มาตรการแก้หนี้ต่ำ 100,000 บาท หลัง ครม.เศรษฐกิจอนุมัติหลักการเตรียมชง ครม. คิกออฟ 11 พ.ย.นี้ “บล.พาย” ชี้หุ้นแบงก์-น็อนแบงก์ได้อานิสงส์เต็ม ๆ รวมถึงกลุ่มจำนำทะเบียนรถ-AMC ฟาก “บล.กรุงศรี” มอง KTB-MTC หุ้นเด่น

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีมาตรการแก้ไขหนี้โดยกลไกบริษัทบริหารหนี้ (AMC) นั้น หากพิจารณาในเบื้องต้น กลุ่มหุ้นที่มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากมาตรการดังกล่าว ได้แก่ กลุ่มสถาบันการเงินและกลุ่มบริษัทติดตามหนี้ เนื่องจากเป็นภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงสร้างของหนี้ครัวเรือนที่รัฐบาลเตรียมเข้าไปจัดการ

โดยมาตรการแก้หนี้ของรัฐบาลจะเน้นช่วยลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) หรือสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ โดยเจ้าหนี้หลักในกลุ่มนี้คือ ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินน็อนแบงก์

“กลุ่มธนาคารที่มีพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลขนาดใหญ่จะได้รับอานิสงส์โดยตรง ส่วนกลุ่มน็อนแบงก์จะได้ประโยชน์น้อยกว่า เนื่องจากมูลหนี้โดยเฉลี่ยของลูกหนี้ต่ำกว่า อย่างไรก็ดี อีกกลุ่มที่อาจได้ประโยชน์เพิ่มเติม คือกลุ่มจำนำทะเบียนรถ เพราะสินเชื่อประเภทนี้อยู่ในวงเงินที่เข้าข่ายมาตรการรัฐิ”

นอกจากนี้ กลุ่มที่มีโอกาสได้ประโยชน์อีกส่วนหนึ่งคือ กลุ่มบริษัทบริหารและติดตามหนี้ (AMC) อย่างบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) ซึ่งอาจมีบทบาทร่วมกับบริษัทเอกชนในตลาดทุน เช่น JMT และ CHAYO เพื่อช่วยบริหารและติดตามหนี้รายย่อยในโครงการ

อย่างไรก็ดี ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบเชิงลึกหรือมูลค่าผลประโยชน์ต่อกลุ่มธุรกิจได้ในขณะนี้ เนื่องจากรายละเอียดของมาตรการยังไม่ชัดเจน ทั้งในส่วนของเงื่อนไขการซื้อขายหนี้ วงเงินที่ภาครัฐจะใช้ รวมถึงกระบวนการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ

“เงินก้อนแรกที่รัฐบาลนำมาใช้คาดว่าจะมาจากโครงการคนสู้เราช่วย ประมาณ 20,000 กว่าล้านบาท ซึ่งอาจเพียงพอในระยะเริ่มต้น แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะสามารถครอบคลุมลูกหนี้ได้ทั่วถึงหรือไม่ ต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงรายชื่อผู้เข้าประมูลหรือบริษัทที่เข้าร่วมโครงการก่อน จึงจะสามารถประเมินผลกระทบต่อราคาหุ้นและแนวโน้มได้ดีขึ้น”

ขณะที่ บล.กรุงศรี ให้มุมมองบวกต่อกลุ่มธนาคาร (Bank) และกลุ่มการเงิน (Consumer Finance) เพราะเป็นการเพิ่มทางเลือกในการจัดการหนี้เสีย (NPL) ให้กับสถาบันการเงิน โดยหากเรียงลำดับสถาบันการเงินที่มีสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันและบัตรเครดิตมากไปน้อย ในส่วนกลุ่ม Bank ได้แก่ KTB, TTB, KBANK, SCB และ KKP ส่วนกลุ่ม Consumer Finance ได้แก่ KTC, AEONTS, MTC และ SAWAD

ทั้งนี้ กลุ่ม Bank เน้น KTB เนื่องจากเป็นธนาคารที่มีสินเชื่อดังกล่าวมากสุด และกลุ่มการเงิน เน้น MTC เพราะมีสินเชื่อ 10% ผสานกับเก็งงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2568 จะออกมาเด่นด้วย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ระบุว่า โครงการแก้ปัญหาหนี้เสียผ่านกลไกการซื้อหนี้รายย่อยของ AMC มุ่งแก้ไขปัญหาให้กับลูกหนี้กลุ่มเป้าหมายที่มีภาระหนี้ NPLs ซึ่งเฟสแรก จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และลงนามข้อตกลงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 11 พ.ย.นี้

โดยจะเริ่มจากกลุ่มลูกหนี้ที่อยู่กับธนาคารพาณิชย์, ลูกหนี้ของบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ และลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) จะได้รับการช่วยเหลือผ่านกลไกการขายและโอนหนี้ให้กับบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) หรือบริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด (Ari-AMC) คาดว่ามีบัญชีลูกหนี้ที่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือทั้งสิ้น 2.36 ล้านบัญชี คิดเป็นภาระหนี้ประมาณ 62,400 ล้านบาท

“กำหนดให้ AMC นำหนี้ดังกล่าวมาปรับโครงสร้างหนี้ผ่านการเสนอเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ผ่อนปรนและเหมาะกับความสามารถของคนกลุ่มนี้มากขึ้น เช่น การลดดอกเบี้ย ไม่คิดดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียม การจ่ายชำระเพียงบางส่วนเพื่อปิดบัญชี เป็นต้น”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องหุ้นรับอานิสงส์รัฐแก้หนี้ บล.กรุงศรีชู ‘KTB-MTC’ เด่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...