‘จาตุรนต์’ หวั่นบัตรเสีย-ร้องเรียนวุ่น! จี้ กกต.รีบชี้แจง “กากบาท X” หลังหนังสือประชามติคลาดเคลื่อน
‘จาตุรนต์’ หวั่นบัตรเสีย-ร้องเรียนวุ่น! จี้ กกต.รีบชี้แจง “กากบาท X” หลังหนังสือประชามติคลาดเคลื่อน เสนอ “เปิดเวทีทุกจังหวัด” ดึงสื่อรัฐ-เอกชนถกเห็นชอบ/ไม่เห็นชอบ
.
วันนี้ 10 ม.ค. 2569 นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พรรคเพื่อไทย โพสต์ทางโซเชียลมีเดีย ระบุ กกต.ไม่ควรนิ่งนอนใจต่อกรณีหนังสือข้อมูลที่ตกหล่นเรื่อง “เครื่องหมาย X” เพราะเสี่ยงทำให้ประชาชนสับสนและเกิดข้อร้องเรียนวุ่นวาย จึงต้องรีบออกประกาศและสื่อสารให้ชัดเจนว่าต้องทำเครื่องหมายอย่างไร อีกทั้ง กกต.ต้องระวังไม่ให้คำชี้แจง “ข้อดี–ข้อเสีย” กลายเป็นการชี้นำ แต่ควรจัดเวทีให้ทั้งฝ่ายเห็นชอบและไม่เห็นชอบได้ชี้แจงอย่างเท่าเทียมในทุกจังหวัด เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจบนข้อมูลที่รอบด้าน
เรื่องหนังสือข้อมูลเกี่ยวกับการทำประชามติ ซึ่งสำนักงานกกต.ได้ส่งไปตามบ้านเรือนประชาชนที่อาจจะมีการระบุข้อความตกหล่น และมีเนื้อหาบางส่วนที่ถูกมองว่าเป็นปัญหาในลักษณะชี้นำเกินไป
ขอให้ความเห็นว่าเรื่องที่ระบุว่าให้ทำเครื่องหมายเพียงเครื่องหมายเดียว โดยตกกากบาท(X) ไปนั้น กกต. ไม่ควรนิ่งนอนใจ หรือดูเบาปัญหานี้ มิฉะนั้นอาจจะเกิดการตีความร้องเรียนกันจนวุ่นวายเป็นความเสียหายได้
กกต.ควรจะออกประกาศให้ชัดเจนว่าสิ่งที่ถูกต้องคืออะไร แล้วขอความร่วมมือสื่อต่างๆให้ประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังต่อเนื่อง
กับอีกอย่างหนึ่งคือควรจะมีประกาศไปติดตั้งไว้ที่หน้าหน่วยเลือกตั้งและออกเสียงประชามติเพื่อให้ผู้ที่มาออกเสียงประชามติรวมทั้งเจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะได้เข้าใจตรงกันอย่างชัดเจน
ส่วนเรื่องการที่มีคำชี้แจง “ข้อดี-ข้อเสียของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” และการจัดทำประชามติที่หลายฝ่ายเห็นว่าการชี้แจง “ข้อดี-ข้อเสีย” ของ กกต.อาจจะเกินเลยไป จนมีผลเหมือนเป็นการชี้นำ ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ซึ่ง กกต.จะอ้างว่าคำชี้แจงเหล่านี้มาจากคณะรัฐมนตรีเท่านั้นไม่ได้
ความจริงถ้า กกต.ต้องการจะจัดทำคำชี้แจง “ข้อดี-ข้อเสีย” กกต.ก็ควรจะย้อนไปถามรัฐสภา เพราะที่จริงแล้วรัฐสภาเป็นเจ้าของเรื่อง โดยมีมติร่วมกันว่ารัฐสภาต้องการริเริ่มจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และร้องขอให้คณะมนตรีจัดทำประชามติ ดังนั้น “ข้อดี-ข้อเสีย” อาจหาได้จากการประมวลความเห็นของที่ประชุมรัฐสภาที่ผ่นมา รวมถึง กกต.ก็สามารถเชิญฝ่ายที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบมาชี้แจงแสดงผล แล้วก็ค่อยรวบรวมความเห็นเหล่านั้นส่งให้ประชาชน
กกต.มีอำนาจหน้าที่ที่จะต้องจัดทำให้คำชี้แจงให้เหตุผล “ข้อดี-ข้อเสีย” มีลักษณะไม่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง เนื่องจาก กกต.ถูกบังคับโดยพรบ.ประชามติพ.ศ. 2564 แก้ไขพ.ศ. 2568 ที่ห้ามมิให้ กกต.ชี้นำ หากมีคำชี้แจงมาจากครม.หรือรัฐสภาในทางที่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง กกต.ก็จะต้องแก้ไขไม่ใช่โบ้ยไปที่ ครม.อย่างที่ทำอยู่
แต่ถ้าถามว่าเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วจะทำอย่างอย่างไร ผมก็เห็นว่า กกต.ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ ให้ประชาชนรู้ว่าจะมีการลงประชามติในวันเลือกตั้ง และคำถามประชามตินี้มีเนื้อหาว่าอย่างไร
นอกจากนั้นที่สำคัญมาก กกต.ควรจะเร่งขอความร่วมมือสื่อของรัฐ รวมทั้งอาจจะขอความร่วมมือจากสื่อภาคเอกชนด้วยในการจัดเวที ให้มีการชี้แจงและแสดงความคิดเห็นทั้งในทางเห็นชอบและไม่เห็นชอบในประเด็นคำถามประชามติ รวมทั้งกกต.ควรจะจัดเวทีแล้วเชิญให้ประชาชน องค์กรต่างๆและพรรคการเมือง มาแสดงความคิดเห็น โดยควรจะจัดในทุกจังหวัด จังหวัดละหลายครั้ง และในเวทีเหล่านี้ควรส่งเสริมให้มีการถ่ายทอดสดและรายงานข่าวอย่างกว้างขวางด้วย