โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘จาตุรนต์’ หวั่นบัตรเสีย-ร้องเรียนวุ่น! จี้ กกต.รีบชี้แจง “กากบาท X” หลังหนังสือประชามติคลาดเคลื่อน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 10 ม.ค. เวลา 12.09 น.

‘จาตุรนต์’ หวั่นบัตรเสีย-ร้องเรียนวุ่น! จี้ กกต.รีบชี้แจง “กากบาท X” หลังหนังสือประชามติคลาดเคลื่อน เสนอ “เปิดเวทีทุกจังหวัด” ดึงสื่อรัฐ-เอกชนถกเห็นชอบ/ไม่เห็นชอบ
.
วันนี้ 10 ม.ค. 2569 นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พรรคเพื่อไทย โพสต์ทางโซเชียลมีเดีย ระบุ กกต.ไม่ควรนิ่งนอนใจต่อกรณีหนังสือข้อมูลที่ตกหล่นเรื่อง “เครื่องหมาย X” เพราะเสี่ยงทำให้ประชาชนสับสนและเกิดข้อร้องเรียนวุ่นวาย จึงต้องรีบออกประกาศและสื่อสารให้ชัดเจนว่าต้องทำเครื่องหมายอย่างไร อีกทั้ง กกต.ต้องระวังไม่ให้คำชี้แจง “ข้อดี–ข้อเสีย” กลายเป็นการชี้นำ แต่ควรจัดเวทีให้ทั้งฝ่ายเห็นชอบและไม่เห็นชอบได้ชี้แจงอย่างเท่าเทียมในทุกจังหวัด เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจบนข้อมูลที่รอบด้าน

เรื่องหนังสือข้อมูลเกี่ยวกับการทำประชามติ ซึ่งสำนักงานกกต.ได้ส่งไปตามบ้านเรือนประชาชนที่อาจจะมีการระบุข้อความตกหล่น และมีเนื้อหาบางส่วนที่ถูกมองว่าเป็นปัญหาในลักษณะชี้นำเกินไป

ขอให้ความเห็นว่าเรื่องที่ระบุว่าให้ทำเครื่องหมายเพียงเครื่องหมายเดียว โดยตกกากบาท(X) ไปนั้น กกต. ไม่ควรนิ่งนอนใจ หรือดูเบาปัญหานี้ มิฉะนั้นอาจจะเกิดการตีความร้องเรียนกันจนวุ่นวายเป็นความเสียหายได้

กกต.ควรจะออกประกาศให้ชัดเจนว่าสิ่งที่ถูกต้องคืออะไร แล้วขอความร่วมมือสื่อต่างๆให้ประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังต่อเนื่อง

กับอีกอย่างหนึ่งคือควรจะมีประกาศไปติดตั้งไว้ที่หน้าหน่วยเลือกตั้งและออกเสียงประชามติเพื่อให้ผู้ที่มาออกเสียงประชามติรวมทั้งเจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะได้เข้าใจตรงกันอย่างชัดเจน

ส่วนเรื่องการที่มีคำชี้แจง “ข้อดี-ข้อเสียของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” และการจัดทำประชามติที่หลายฝ่ายเห็นว่าการชี้แจง “ข้อดี-ข้อเสีย” ของ กกต.อาจจะเกินเลยไป จนมีผลเหมือนเป็นการชี้นำ ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ซึ่ง กกต.จะอ้างว่าคำชี้แจงเหล่านี้มาจากคณะรัฐมนตรีเท่านั้นไม่ได้

ความจริงถ้า กกต.ต้องการจะจัดทำคำชี้แจง “ข้อดี-ข้อเสีย” กกต.ก็ควรจะย้อนไปถามรัฐสภา เพราะที่จริงแล้วรัฐสภาเป็นเจ้าของเรื่อง โดยมีมติร่วมกันว่ารัฐสภาต้องการริเริ่มจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และร้องขอให้คณะมนตรีจัดทำประชามติ ดังนั้น “ข้อดี-ข้อเสีย” อาจหาได้จากการประมวลความเห็นของที่ประชุมรัฐสภาที่ผ่นมา รวมถึง กกต.ก็สามารถเชิญฝ่ายที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบมาชี้แจงแสดงผล แล้วก็ค่อยรวบรวมความเห็นเหล่านั้นส่งให้ประชาชน

กกต.มีอำนาจหน้าที่ที่จะต้องจัดทำให้คำชี้แจงให้เหตุผล “ข้อดี-ข้อเสีย” มีลักษณะไม่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง เนื่องจาก กกต.ถูกบังคับโดยพรบ.ประชามติพ.ศ. 2564 แก้ไขพ.ศ. 2568 ที่ห้ามมิให้ กกต.ชี้นำ หากมีคำชี้แจงมาจากครม.หรือรัฐสภาในทางที่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง กกต.ก็จะต้องแก้ไขไม่ใช่โบ้ยไปที่ ครม.อย่างที่ทำอยู่

แต่ถ้าถามว่าเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วจะทำอย่างอย่างไร ผมก็เห็นว่า กกต.ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ ให้ประชาชนรู้ว่าจะมีการลงประชามติในวันเลือกตั้ง และคำถามประชามตินี้มีเนื้อหาว่าอย่างไร

นอกจากนั้นที่สำคัญมาก กกต.ควรจะเร่งขอความร่วมมือสื่อของรัฐ รวมทั้งอาจจะขอความร่วมมือจากสื่อภาคเอกชนด้วยในการจัดเวที ให้มีการชี้แจงและแสดงความคิดเห็นทั้งในทางเห็นชอบและไม่เห็นชอบในประเด็นคำถามประชามติ รวมทั้งกกต.ควรจะจัดเวทีแล้วเชิญให้ประชาชน องค์กรต่างๆและพรรคการเมือง มาแสดงความคิดเห็น โดยควรจะจัดในทุกจังหวัด จังหวัดละหลายครั้ง และในเวทีเหล่านี้ควรส่งเสริมให้มีการถ่ายทอดสดและรายงานข่าวอย่างกว้างขวางด้วย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...