ยศชนัน ที่ 1-ปชน.แชมป์พรรค ต่อทันทีรอบ 2 โพลมติชน 8 คำถาม
2 พรรคใหญ่ พท.-ปชน.ชิงโหวตผลโพล มติชนXเดลินิวส์ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ คว้าอันดับ 1 หนุนเป็นนายกฯ ปชน.ชิงพรรคอันดับ 1 เผยคะแนน 2 แคนดิเดตนายกฯสูสีแค่เสี้ยวเปอร์เซ็นต์ นักวิชาการรัฐศาสตร์ มธ.-จุฬาฯวิเคราะห์ 2 พรรคขวัญใจชาวเน็ต ภูมิใจไทยสู้ยาก คาดภูมิทัศน์การเมืองเปลี่ยน คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ตีกลับ จากขั้วก้าวหน้าสู่การแบ่งเค้ก 3 สี ลุ้นผลโพลรอบ 2 ตัดเชือกนายกฯ คนที่ 33
การสำรวจความคิดเห็นประชาชนผ่านโพลมติชน-เดลินิวส์ ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2568 จนถึง 29 มกราคม 2569 โดยสอบถาม 2 คำถาม คือ 1.บุคคลที่อยากให้เป็นนายกฯ และ 2.พรรคการเมืองที่ต้องการสนับสนุนในการเลือกตั้งครั้งนี้ หลังจากนั้นส่งผลสำรวจให้นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ตรวจสอบและวิเคราะห์ ประมวลผลได้ดังนี้
ยศชนัน แซง เท้ง
ผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 93,391 คน โหวตบุคคลที่อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี อันดับ 1 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯจากพรรคเพื่อไทย 39.2 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 2 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชน 38.8 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 3 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชน และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคโอกาสใหม่ 3.2 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 4 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯจากพรรคภูมิใจไทย 2.7 เปอร์เซ็นต์
อันดับ 5 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯจากพรรคประชาธิปัตย์ 2.4 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 6 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกฯจากพรรคประชาชน 2 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 7 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ 1.2 เปอร์เซ็นต์ และตอบว่า อื่น ๆ 4.6 เปอร์เซ็นต์
ส่วนคำถามที่ 2 พรรคที่จะสนับสนุนในการเลือกตั้ง 2569 ปรากฏว่า อันดับ 1 พรรคประชาชน 45.1 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 39.5 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 3 พรรคโอกาสใหม่ 3.2 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย 3.1 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 5 พรรคไทยสร้างไทย 2.6 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 6 พรรคประชาธิปัตย์ 2.4 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 7 พรรคเศรษฐกิจ 1 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 8 ยังไม่ได้ตัดสินใจ 0.9 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มตัวอย่างที่ตอบว่า ยังหาพรรคที่เหมาะสมไม่ได้ 0.8 เปอร์เซ็นต์ และที่ตอบ อื่น ๆ 1.4 เปอร์เซ็นต์
2 พรรคฐานเสียงชาวเน็ต
นายปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ผลโหวตของโพลครั้งนี้ว่า พรรคประชาชน-เพื่อไทย เป็นพรรคใหญ่ 2 พรรค ในโพลออนไลน์ที่ได้รับคะแนนโหวตทิ้งพรรคอันดับอื่น ๆ อนุมานได้ว่าฐานเสียง 2 พรรคนี้เป็นกลุ่มที่เข้าถึงและใช้อินเทอร์เน็ตได้เป็นอย่างดี ช่องว่างเห็นชัดจากคะแนน 2 พรรคเป็นหลัก 3-4 หมื่น ส่วนพรรคอื่นอยู่ในระดับพัน
นายปุรวิชญ์ วิเคราะห์ภาพรวมระดับประเทศ และรายภูมิภาคว่า คะแนนความนิยมของพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ คะแนนเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ไปทางเดียวกัน มีส่วนต่างระหว่างคะแนนพรรคกับแคนดิเดตนายกฯไม่มาก ประมาณ 1%
ส่วนพรรคประชาชนเห็นแบบแผนคล้ายกัน คือ มีส่วนต่างของคะแนนประมาณ 4-5% ชัดเจนว่า คะแนนพรรคมากกว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แต่ถ้าดูละเอียดไปอีก ช่องว่างคะแนนตรงนั้นจะเทไปที่แคนดิเดตนายกอีก 2 คน คือ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล กับนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ถ้ารวมกันแล้วยังพออนุมานได้ว่า คะแนนไปในทางเดียวกัน เพียงแต่แคนดิเดตนายกฯคนเดียวจะดึงคะแนนได้ไม่เท่านายยศชนันของพรรคเพื่อไทย จึงต้องช่วยกันดึงหลายคน
ยศชนัน คนเดียวเอาอยู่
“ผลตรงนี้อ่านยุทธศาสตร์การหาเสียงได้ว่า ทำไมพรรคเพื่อไทยถึงปั้นและชูนายยศชนันเดี่ยว ๆ เพราะดึงคะแนนให้พรรคได้ ขณะที่พรรคประชาชนต้องใช้แคนดิเดตนายกฯ 3 คนช่วยกันดึงคะแนน แล้วตามด้วยเปิดแคมเปญว่าที่รัฐมนตรีจากคนนอก เพื่อมาช่วยกันดึงคะแนน ชัดว่าพรรคประชาชนไม่เหมือนพรรคก้าวไกล พรรคอนาคตใหม่ ที่ผู้นำพรรคอย่างนายธนาธร และนายพิธา เป็นแม่เหล็กที่ดึงคะแนนพรรคขึ้นมาได้”
อาจารย์รัฐศาสตร์ มธ. ระบุถึงพรรคภูมิใจไทยว่า คะแนนโหวตยัง 2-3% ทั้งพรรคและแคนดิเดตนายกฯ จึงเป็นโจทย์ท้าทายว่าจะสร้างกระแสอย่างไร ถ้าต้องการ สส.บัญชีรายชื่อมากกว่า 10 คน ซึ่งนายอนุทินคนเดียวดึงคะแนนไม่พอ
เพื่อไทย-ปชน. แฟนคลับสูสี
นายสติธร ธนานิธิโชติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ผลโพลรอบนี้สะท้อนภาพการเมืองออนไลน์ค่อนข้างชัดว่า พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ยังเป็นสองขั้วหลักที่ครองใจชาวเน็ตและคอการเมืองอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ความนิยมต่อพรรคและการจับตามองตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยคะแนนของนายยศชนัน ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 เหนือนายณัฐพงษ์ พรรคประชาชน แบบฉิวเฉียด สะท้อนการแข่งขันที่ยัง “สูสี” และยังไม่ขาดจากกันอย่างมีนัยสำคัญ
“ในเชิงโครงสร้างคะแนน ความก้ำกึ่งระหว่างแคนดิเดตทั้งสองคนมีคำอธิบายน่าสนใจ คือ ฝั่งพรรคประชาชนเสนอแคนดิเดตมากกว่า 1 คน ทำให้คะแนนความนิยมกระจายไปยัง น.ส.ศิริกัญญา และนายวีระยุทธ ขณะที่พรรคเพื่อไทยชูนายยศชนัน เป็นตัวเลือกหลักเพียงคนเดียว ส่งผลให้คะแนนรวมของแคนดิเดตเพื่อไทยดูเข้มข้นมากกว่า”
ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทยยังเบียดแทรกในแพลตฟอร์มออนไลน์ค่อนข้างยาก เมื่อเทียบกับ 2 พรรคใหญ่ข้างต้น แต่ช่วงเวลาทำการสำรวจความเห็นรอบนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการเลือกตั้งมาก ๆ ทำให้การเปิดตัว “3 รัฐมนตรีโดนใจ” ของพรรคภูมิใจไทย อาจยังไม่ทันออกดอกออกผลเป็นความนิยมให้พรรค รวมถึงบทบาทช่วงหลัง ๆ ของนายกฯอนุทิน เริ่มได้รับกระแสตอบรับเชิงบวก โดยเฉพาะประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา อาจส่งผลต่อคะแนนนิยมในรอบถัดไปได้ไม่น้อย
ด้านพรรคประชาธิปัตย์ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แม้คะแนนรอบนี้ยังไม่โดดเด่น แต่สัญญาณทางการเมืองระยะหลัง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และภาคใต้ ดูเหมือนจะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมทั้งหมดจึงชี้ว่า โพลรอบแรกนี้เป็นเพียง “ภาพตั้งต้น” มากกว่าบทสรุปสุดท้าย คงต้องติดตามกันต่อในโพลรอบสองว่า เมื่อแต่ละพรรคและแคนดิเดตเริ่มขยับเกมอย่างจริงจัง คะแนนนิยมจะเปลี่ยนแปลงและเรียงลำดับใหม่อย่างไร
ปาร์ตี้ลิสต์เปลี่ยนแลนด์สเคป
ขณะเดียวกัน การเลือกตั้ง 2569 ความนิยมทางการเมือง ผ่านการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) อาจมีสิ่งที่เปลี่ยนไปจากการเลือกตั้งปี 2566 เมื่อพรรคฝ่ายอนุรักษนิยมที่เคยกวาดปาร์ตี้ลิสต์จำนวนมาก อย่างพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เคยชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาครั้งนี้กระแสลดลงไปอย่างมาก ขณะที่พรรคฝ่ายก้าวหน้า อย่างพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย กระแสยังไม่กลับมาพุ่งสูงเหมือนเมื่อปี 2566 อาจทำให้สุดท้ายแลนด์สเคปการเมืองเปลี่ยนไปหรือไม่
ทั้งนี้ ในการเลือกตั้ง 2566 จะพบว่า พรรคก้าวไกลได้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง เพราะเบียดชนะพรรคเพื่อไทย ได้ที่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะ สส.เขตได้เท่ากันที่ 112 เขต อันดับ 1 พรรคก้าวไกล มี 14,438,830 คะแนน ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จากผลลัพธ์จำนวนเต็ม 38 คน ได้ สส.ปัดเศษ 1 คน รวม 39 คน
อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย มี 10,962,526 คะแนน ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จากผลลัพธ์จำนวนเต็ม 29 คน ไม่ได้ สส.ปัดเศษ
อันดับ 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ มี 4,766,390 คะแนน ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จากผลลัพธ์จำนวนเต็ม 12 คน ได้ สส.ปัดเศษ 1 คน รวม 13 คน อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย มี 1,138,204 คะแนน ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จากผลลัพธ์จำนวนเต็ม 3 คน ไม่ได้ สส.ปัดเศษ อันดับ 5 พรรคประชาธิปัตย์ มี 925,349 คะแนน ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จากผลลัพธ์จำนวนเต็ม 2 คน ได้ สส.ปัดเศษ 1 คน รวม 3 คน
ฝ่ายอนุรักษนิยมตัดแต้ม
นายสติธรวิเคราะห์กระแสชิง สส.ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มเติมว่า จำนวน สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ในการเลือกตั้ง 2569 จะเปลี่ยนแลนด์สเคปทางการเมืองในแง่เกิดการกระจายตัวมากขึ้น เพราะการเลือกตั้ง 2566 คะแนนปาร์ตี้ลิสต์กระจุกอยู่ที่พรรคก้าวไกล 39 คน และพรรคเพื่อไทย 29 คน รวมสัดส่วนในฝั่งก้าวหน้า-อนุรักษนิยม 70% ต่อ 30%
ดังนั้น ในบริบทการเลือกตั้งปัจจุบัน มีโอกาสว่าพรรคการเมืองฝั่งก้าวหน้าคะแนนจะลด สะท้อนจากกระแสชาตินิยม สัดส่วนคะแนน ส้ม-แดง อาจเหลือ 50% ส่วนที่เหลือ อื่น ๆ 25-30% อาจจะกระจายไปอยู่พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคภูมิใจไทย ที่เหลือ 10-15% ไปอยู่กับพรรคที่พอมีกระแส เช่น พรรคไทยสร้างไทย พรรคไทยก้าวใหม่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาชาติ ที่อาจจะได้คะแนนมากกว่า 1% ส่วนที่เหลืออีก 2-3% อาจจะกระจายไปยังพรรคเล็กปัดเศษ ที่ได้เลขดี
ปชป.กวาดภาคใต้
ส่วนประเมินเป็นรายภาค พรรคก้าวไกล (พรรคประชาชน ปัจจุบัน) เคยชนะได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ถึง 3 ภาค เหนือ กลาง ใต้นั้น ครั้งนี้อาจจะเบาลงไป แต่ก็ยังได้ที่เหนือ กลาง ตะวันออก กทม.และปริมณฑล ส่วนอีสาน แม้พรรคเพื่อไทยจะดูอ่อนลง แต่พรรคประชาชนก็ไม่น่าจะแซงได้ แนวโน้มภาคอีสาน อาจจะเป็น 3 สี คือ แดง ส้ม น้ำเงิน โดยพรรคภูมิใจไทยอาจจะได้ลุ้นคะแนนปาร์ตี้ลิสต์มากขึ้น ในจังหวัดที่ตัวเองมี สส.อยู่แล้ว อาจทำให้เบียดกระแสพรรคส้มได้ ส่วนภาคใต้พรรคสีฟ้า (พรรคประชาธิปัตย์) น่าจะชัด ไม่น่าพลาด ถ้าสร้างกระแสดี ๆ มีแต่ขึ้นกับขึ้น ๆ
กทม.แบ่ง 3 พรรค
ส่วนปาร์ตี้ลิสต์สนาม กทม. คาดว่าจะแบ่ง 3 สี แดง (เพื่อไทย) ส้ม (ประชาชน) ฟ้า (ประชาธิปัตย์) เป็นหลัก แดง ส้ม ฟ้า จะอยู่ที่ในเขตฐานเสียงแฟนคลับของตัวเอง ดังนั้น คะแนนจะไม่ห่างกันเยอะ ต่างจากเลือกตั้งรอบ 2566 ที่พรรคก้าวไกลมีคะแนน 1.6 ล้านคะแนน ส่วน 2 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ 6 แสนคะแนน รอบนี้จะตีกลับ น่าจะแชร์ 3 สี ส่วนพรรคภูมิใจไทยต้องดูอีก จะขายอะไรอีกหรือเปล่า ถ้ากระแสของพรรคประชาธิปัตย์จุดติด พรรคภูมิใจไทยอาจจะไม่ยุ่ง แต่ถ้ากระแสจุดไม่ขึ้นก็จะมาตี ทั้งที่มีความสามารถเอามาขายใน กทม. ก็จะได้กระแสเหมือนกัน แปลว่าดูกระแสพรรคประชาธิปัตย์ก่อน แล้วค่อยว่ากัน
โพลมติชนxเดลินิวส์ รอบ 2
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการทำโพลมติชน-เดลินิวส์ รอบที่ 2 เริ่มวันที่ 9 มกราคมถึง 15 มกราคม 2569 มี 9 คำถามคือ ท่านเห็นว่าใครควรเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป, ปัจจัยใดที่ทำให้ท่านตัดสินใจเลือกบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี, ท่านจะเลือก สส.ระบบบัญชีรายชื่อจากพรรคการเมืองใด, ปัจจัยใดที่ทำให้ท่านตัดสินใจเลือก สส.ระบบบัญชีรายชื่อ, ท่านจะเลือก สส.ระบบเขตจากพรรคการเมืองใด, ปัจจัยใดที่ทำให้ท่านตัดสินใจเลือก สส.ระบบเขต, ท่านจะให้น้ำหนักในการพิจารณาเลือก สส.จากพรรคการเมือง ที่มีนโยบายชัดเจนว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องใดมากที่สุด, ท่านจะไปลงประชามติวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หรือไม่ และท่านเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยศชนัน ที่ 1-ปชน.แชมป์พรรค ต่อทันทีรอบ 2 โพลมติชน 8 คำถาม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net