โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ยศชนัน ที่ 1-ปชน.แชมป์พรรค ต่อทันทีรอบ 2 โพลมติชน 8 คำถาม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

2 พรรคใหญ่ พท.-ปชน.ชิงโหวตผลโพล มติชนXเดลินิวส์ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ คว้าอันดับ 1 หนุนเป็นนายกฯ ปชน.ชิงพรรคอันดับ 1 เผยคะแนน 2 แคนดิเดตนายกฯสูสีแค่เสี้ยวเปอร์เซ็นต์ นักวิชาการรัฐศาสตร์ มธ.-จุฬาฯวิเคราะห์ 2 พรรคขวัญใจชาวเน็ต ภูมิใจไทยสู้ยาก คาดภูมิทัศน์การเมืองเปลี่ยน คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ตีกลับ จากขั้วก้าวหน้าสู่การแบ่งเค้ก 3 สี ลุ้นผลโพลรอบ 2 ตัดเชือกนายกฯ คนที่ 33

การสำรวจความคิดเห็นประชาชนผ่านโพลมติชน-เดลินิวส์ ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2568 จนถึง 29 มกราคม 2569 โดยสอบถาม 2 คำถาม คือ 1.บุคคลที่อยากให้เป็นนายกฯ และ 2.พรรคการเมืองที่ต้องการสนับสนุนในการเลือกตั้งครั้งนี้ หลังจากนั้นส่งผลสำรวจให้นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ตรวจสอบและวิเคราะห์ ประมวลผลได้ดังนี้

ยศชนัน แซง เท้ง

ผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 93,391 คน โหวตบุคคลที่อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี อันดับ 1 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯจากพรรคเพื่อไทย 39.2 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 2 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชน 38.8 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 3 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชน และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคโอกาสใหม่ 3.2 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 4 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯจากพรรคภูมิใจไทย 2.7 เปอร์เซ็นต์

อันดับ 5 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯจากพรรคประชาธิปัตย์ 2.4 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 6 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกฯจากพรรคประชาชน 2 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 7 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ 1.2 เปอร์เซ็นต์ และตอบว่า อื่น ๆ 4.6 เปอร์เซ็นต์

ส่วนคำถามที่ 2 พรรคที่จะสนับสนุนในการเลือกตั้ง 2569 ปรากฏว่า อันดับ 1 พรรคประชาชน 45.1 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 39.5 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 3 พรรคโอกาสใหม่ 3.2 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย 3.1 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 5 พรรคไทยสร้างไทย 2.6 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 6 พรรคประชาธิปัตย์ 2.4 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 7 พรรคเศรษฐกิจ 1 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 8 ยังไม่ได้ตัดสินใจ 0.9 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มตัวอย่างที่ตอบว่า ยังหาพรรคที่เหมาะสมไม่ได้ 0.8 เปอร์เซ็นต์ และที่ตอบ อื่น ๆ 1.4 เปอร์เซ็นต์

2 พรรคฐานเสียงชาวเน็ต

นายปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ผลโหวตของโพลครั้งนี้ว่า พรรคประชาชน-เพื่อไทย เป็นพรรคใหญ่ 2 พรรค ในโพลออนไลน์ที่ได้รับคะแนนโหวตทิ้งพรรคอันดับอื่น ๆ อนุมานได้ว่าฐานเสียง 2 พรรคนี้เป็นกลุ่มที่เข้าถึงและใช้อินเทอร์เน็ตได้เป็นอย่างดี ช่องว่างเห็นชัดจากคะแนน 2 พรรคเป็นหลัก 3-4 หมื่น ส่วนพรรคอื่นอยู่ในระดับพัน

นายปุรวิชญ์ วิเคราะห์ภาพรวมระดับประเทศ และรายภูมิภาคว่า คะแนนความนิยมของพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ คะแนนเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ไปทางเดียวกัน มีส่วนต่างระหว่างคะแนนพรรคกับแคนดิเดตนายกฯไม่มาก ประมาณ 1%

ส่วนพรรคประชาชนเห็นแบบแผนคล้ายกัน คือ มีส่วนต่างของคะแนนประมาณ 4-5% ชัดเจนว่า คะแนนพรรคมากกว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แต่ถ้าดูละเอียดไปอีก ช่องว่างคะแนนตรงนั้นจะเทไปที่แคนดิเดตนายกอีก 2 คน คือ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล กับนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ถ้ารวมกันแล้วยังพออนุมานได้ว่า คะแนนไปในทางเดียวกัน เพียงแต่แคนดิเดตนายกฯคนเดียวจะดึงคะแนนได้ไม่เท่านายยศชนันของพรรคเพื่อไทย จึงต้องช่วยกันดึงหลายคน

ยศชนัน คนเดียวเอาอยู่

“ผลตรงนี้อ่านยุทธศาสตร์การหาเสียงได้ว่า ทำไมพรรคเพื่อไทยถึงปั้นและชูนายยศชนันเดี่ยว ๆ เพราะดึงคะแนนให้พรรคได้ ขณะที่พรรคประชาชนต้องใช้แคนดิเดตนายกฯ 3 คนช่วยกันดึงคะแนน แล้วตามด้วยเปิดแคมเปญว่าที่รัฐมนตรีจากคนนอก เพื่อมาช่วยกันดึงคะแนน ชัดว่าพรรคประชาชนไม่เหมือนพรรคก้าวไกล พรรคอนาคตใหม่ ที่ผู้นำพรรคอย่างนายธนาธร และนายพิธา เป็นแม่เหล็กที่ดึงคะแนนพรรคขึ้นมาได้”

อาจารย์รัฐศาสตร์ มธ. ระบุถึงพรรคภูมิใจไทยว่า คะแนนโหวตยัง 2-3% ทั้งพรรคและแคนดิเดตนายกฯ จึงเป็นโจทย์ท้าทายว่าจะสร้างกระแสอย่างไร ถ้าต้องการ สส.บัญชีรายชื่อมากกว่า 10 คน ซึ่งนายอนุทินคนเดียวดึงคะแนนไม่พอ

เพื่อไทย-ปชน. แฟนคลับสูสี

นายสติธร ธนานิธิโชติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ผลโพลรอบนี้สะท้อนภาพการเมืองออนไลน์ค่อนข้างชัดว่า พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ยังเป็นสองขั้วหลักที่ครองใจชาวเน็ตและคอการเมืองอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ความนิยมต่อพรรคและการจับตามองตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยคะแนนของนายยศชนัน ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 เหนือนายณัฐพงษ์ พรรคประชาชน แบบฉิวเฉียด สะท้อนการแข่งขันที่ยัง “สูสี” และยังไม่ขาดจากกันอย่างมีนัยสำคัญ

“ในเชิงโครงสร้างคะแนน ความก้ำกึ่งระหว่างแคนดิเดตทั้งสองคนมีคำอธิบายน่าสนใจ คือ ฝั่งพรรคประชาชนเสนอแคนดิเดตมากกว่า 1 คน ทำให้คะแนนความนิยมกระจายไปยัง น.ส.ศิริกัญญา และนายวีระยุทธ ขณะที่พรรคเพื่อไทยชูนายยศชนัน เป็นตัวเลือกหลักเพียงคนเดียว ส่งผลให้คะแนนรวมของแคนดิเดตเพื่อไทยดูเข้มข้นมากกว่า”

ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทยยังเบียดแทรกในแพลตฟอร์มออนไลน์ค่อนข้างยาก เมื่อเทียบกับ 2 พรรคใหญ่ข้างต้น แต่ช่วงเวลาทำการสำรวจความเห็นรอบนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการเลือกตั้งมาก ๆ ทำให้การเปิดตัว “3 รัฐมนตรีโดนใจ” ของพรรคภูมิใจไทย อาจยังไม่ทันออกดอกออกผลเป็นความนิยมให้พรรค รวมถึงบทบาทช่วงหลัง ๆ ของนายกฯอนุทิน เริ่มได้รับกระแสตอบรับเชิงบวก โดยเฉพาะประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา อาจส่งผลต่อคะแนนนิยมในรอบถัดไปได้ไม่น้อย

ด้านพรรคประชาธิปัตย์ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แม้คะแนนรอบนี้ยังไม่โดดเด่น แต่สัญญาณทางการเมืองระยะหลัง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และภาคใต้ ดูเหมือนจะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมทั้งหมดจึงชี้ว่า โพลรอบแรกนี้เป็นเพียง “ภาพตั้งต้น” มากกว่าบทสรุปสุดท้าย คงต้องติดตามกันต่อในโพลรอบสองว่า เมื่อแต่ละพรรคและแคนดิเดตเริ่มขยับเกมอย่างจริงจัง คะแนนนิยมจะเปลี่ยนแปลงและเรียงลำดับใหม่อย่างไร

ปาร์ตี้ลิสต์เปลี่ยนแลนด์สเคป

ขณะเดียวกัน การเลือกตั้ง 2569 ความนิยมทางการเมือง ผ่านการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) อาจมีสิ่งที่เปลี่ยนไปจากการเลือกตั้งปี 2566 เมื่อพรรคฝ่ายอนุรักษนิยมที่เคยกวาดปาร์ตี้ลิสต์จำนวนมาก อย่างพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เคยชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาครั้งนี้กระแสลดลงไปอย่างมาก ขณะที่พรรคฝ่ายก้าวหน้า อย่างพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย กระแสยังไม่กลับมาพุ่งสูงเหมือนเมื่อปี 2566 อาจทำให้สุดท้ายแลนด์สเคปการเมืองเปลี่ยนไปหรือไม่

ทั้งนี้ ในการเลือกตั้ง 2566 จะพบว่า พรรคก้าวไกลได้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง เพราะเบียดชนะพรรคเพื่อไทย ได้ที่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะ สส.เขตได้เท่ากันที่ 112 เขต อันดับ 1 พรรคก้าวไกล มี 14,438,830 คะแนน ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จากผลลัพธ์จำนวนเต็ม 38 คน ได้ สส.ปัดเศษ 1 คน รวม 39 คน

อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย มี 10,962,526 คะแนน ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จากผลลัพธ์จำนวนเต็ม 29 คน ไม่ได้ สส.ปัดเศษ

อันดับ 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ มี 4,766,390 คะแนน ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จากผลลัพธ์จำนวนเต็ม 12 คน ได้ สส.ปัดเศษ 1 คน รวม 13 คน อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย มี 1,138,204 คะแนน ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จากผลลัพธ์จำนวนเต็ม 3 คน ไม่ได้ สส.ปัดเศษ อันดับ 5 พรรคประชาธิปัตย์ มี 925,349 คะแนน ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จากผลลัพธ์จำนวนเต็ม 2 คน ได้ สส.ปัดเศษ 1 คน รวม 3 คน

ฝ่ายอนุรักษนิยมตัดแต้ม

นายสติธรวิเคราะห์กระแสชิง สส.ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มเติมว่า จำนวน สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ในการเลือกตั้ง 2569 จะเปลี่ยนแลนด์สเคปทางการเมืองในแง่เกิดการกระจายตัวมากขึ้น เพราะการเลือกตั้ง 2566 คะแนนปาร์ตี้ลิสต์กระจุกอยู่ที่พรรคก้าวไกล 39 คน และพรรคเพื่อไทย 29 คน รวมสัดส่วนในฝั่งก้าวหน้า-อนุรักษนิยม 70% ต่อ 30%

ดังนั้น ในบริบทการเลือกตั้งปัจจุบัน มีโอกาสว่าพรรคการเมืองฝั่งก้าวหน้าคะแนนจะลด สะท้อนจากกระแสชาตินิยม สัดส่วนคะแนน ส้ม-แดง อาจเหลือ 50% ส่วนที่เหลือ อื่น ๆ 25-30% อาจจะกระจายไปอยู่พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคภูมิใจไทย ที่เหลือ 10-15% ไปอยู่กับพรรคที่พอมีกระแส เช่น พรรคไทยสร้างไทย พรรคไทยก้าวใหม่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาชาติ ที่อาจจะได้คะแนนมากกว่า 1% ส่วนที่เหลืออีก 2-3% อาจจะกระจายไปยังพรรคเล็กปัดเศษ ที่ได้เลขดี

ปชป.กวาดภาคใต้

ส่วนประเมินเป็นรายภาค พรรคก้าวไกล (พรรคประชาชน ปัจจุบัน) เคยชนะได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ถึง 3 ภาค เหนือ กลาง ใต้นั้น ครั้งนี้อาจจะเบาลงไป แต่ก็ยังได้ที่เหนือ กลาง ตะวันออก กทม.และปริมณฑล ส่วนอีสาน แม้พรรคเพื่อไทยจะดูอ่อนลง แต่พรรคประชาชนก็ไม่น่าจะแซงได้ แนวโน้มภาคอีสาน อาจจะเป็น 3 สี คือ แดง ส้ม น้ำเงิน โดยพรรคภูมิใจไทยอาจจะได้ลุ้นคะแนนปาร์ตี้ลิสต์มากขึ้น ในจังหวัดที่ตัวเองมี สส.อยู่แล้ว อาจทำให้เบียดกระแสพรรคส้มได้ ส่วนภาคใต้พรรคสีฟ้า (พรรคประชาธิปัตย์) น่าจะชัด ไม่น่าพลาด ถ้าสร้างกระแสดี ๆ มีแต่ขึ้นกับขึ้น ๆ

กทม.แบ่ง 3 พรรค

ส่วนปาร์ตี้ลิสต์สนาม กทม. คาดว่าจะแบ่ง 3 สี แดง (เพื่อไทย) ส้ม (ประชาชน) ฟ้า (ประชาธิปัตย์) เป็นหลัก แดง ส้ม ฟ้า จะอยู่ที่ในเขตฐานเสียงแฟนคลับของตัวเอง ดังนั้น คะแนนจะไม่ห่างกันเยอะ ต่างจากเลือกตั้งรอบ 2566 ที่พรรคก้าวไกลมีคะแนน 1.6 ล้านคะแนน ส่วน 2 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ 6 แสนคะแนน รอบนี้จะตีกลับ น่าจะแชร์ 3 สี ส่วนพรรคภูมิใจไทยต้องดูอีก จะขายอะไรอีกหรือเปล่า ถ้ากระแสของพรรคประชาธิปัตย์จุดติด พรรคภูมิใจไทยอาจจะไม่ยุ่ง แต่ถ้ากระแสจุดไม่ขึ้นก็จะมาตี ทั้งที่มีความสามารถเอามาขายใน กทม. ก็จะได้กระแสเหมือนกัน แปลว่าดูกระแสพรรคประชาธิปัตย์ก่อน แล้วค่อยว่ากัน

โพลมติชนxเดลินิวส์ รอบ 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการทำโพลมติชน-เดลินิวส์ รอบที่ 2 เริ่มวันที่ 9 มกราคมถึง 15 มกราคม 2569 มี 9 คำถามคือ ท่านเห็นว่าใครควรเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป, ปัจจัยใดที่ทำให้ท่านตัดสินใจเลือกบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี, ท่านจะเลือก สส.ระบบบัญชีรายชื่อจากพรรคการเมืองใด, ปัจจัยใดที่ทำให้ท่านตัดสินใจเลือก สส.ระบบบัญชีรายชื่อ, ท่านจะเลือก สส.ระบบเขตจากพรรคการเมืองใด, ปัจจัยใดที่ทำให้ท่านตัดสินใจเลือก สส.ระบบเขต, ท่านจะให้น้ำหนักในการพิจารณาเลือก สส.จากพรรคการเมือง ที่มีนโยบายชัดเจนว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องใดมากที่สุด, ท่านจะไปลงประชามติวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หรือไม่ และท่านเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยศชนัน ที่ 1-ปชน.แชมป์พรรค ต่อทันทีรอบ 2 โพลมติชน 8 คำถาม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...