โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กองทัพภาคที่ 2 สรุป สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ไร้ปะทะหนัก แต่ยังตรึงกำลัง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 04 ม.ค. เวลา 04.19 น.

กองทัพภาคที่ 2 สรุป สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ไร้ปะทะหนัก แต่ยังตรึงกำลัง ฝ่ายกัมพูชายังคงเสริมที่มั่นต่อเนื่อง ส่งโดรนบินสอดแนมในบางพื้นที่ พร้อมคุมการเผยภาพและการข่าวเข้ม

วันที่ 4 ม.ค.2569 กองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปสถานการณ์ บรรยากาศตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา วานนี้ ( 3 ม.ค.) ยังคงอยู่ในภาวะ “สงบเชิงยุทธการ แต่ตึงเชิงความมั่นคง” ไม่ปรากฏการปะทะด้วยอาวุธหนักหรือการตอบโต้โดยตรง หากแต่ทั้งสองฝ่ายยังเดินเกมระมัดระวัง เสริมที่มั่น เตรียมพร้อมกำลัง และจับตาความเคลื่อนไหวกันอย่างใกล้ชิด

ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี ยังคงเงียบแต่ไม่วางใจ พื้นที่ช่องบกยังไม่พบการปะทะ ทว่าเจ้าหน้าที่ตรวจพบการเตรียมพร้อมเชิงป้องกันของฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการดัดแปลงที่มั่น ติดตั้งท่อส่งน้ำ และจัดกำลังเฝ้าระวังด้วยอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)

ขณะที่พื้นที่ช่องอานม้า สถานการณ์ยังคงสงบ ฝ่ายกัมพูชาติดตามการขุดคูติดต่อของฝ่ายไทยในพื้นที่รวงผึ้ง พร้อมบันทึกภาพความเคลื่อนไหวไว้เป็นข้อมูล

ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ แนวพื้นที่ช่องซำแต–โดนตวล–ภูผี–สัตตะโสม–พนมประสิทธิโส–ช่องตาเฒ่า ยังไม่พบเหตุปะทะ อยู่ในช่วงเฝ้าระวังและรักษาแนวที่มั่นเดิม แต่ในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร–ผามออีแดง–ห้วยตามาเรีย ตรวจพบการลำเลียงสัมภาระ เสบียง น้ำ และโครงสร้างโลหะขึ้นสู่พื้นที่สูง มีรถพยาบาลเข้า-ออก เป็นระยะ พร้อมคำสั่งห้ามถ่ายภาพฐานที่ตั้งและการปฏิบัติภารกิจอย่างเด็ดขาด

ส่วนพื้นที่ภูมะเขือ–ช่องโดนเอาว์–พลาญยาว–พลาญหินแปดก้อน พบการติดตั้งโครงเหล็กและแผงโซลาร์เซลล์ใกล้แหล่งน้ำ คาดใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคควบคู่เสริมความมั่นคงของที่ตั้งทางทหาร

ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ พื้นที่ช่องจอม–ช่องเปรอ–ช่องระยี ไม่ปรากฏเหตุการณ์สำคัญ แต่มีรายงานการเคลื่อนย้ายกำลังบางส่วนของฝ่ายกัมพูชาไปยังที่ตั้งใหม่ บริเวณปราสาทคนา พบการกรอกดินใส่กระสอบ เสริมแนวกำบังและหลุมหลบภัยในพื้นที่ส่วนหน้า ขณะที่ปราสาทตาควาย เนิน 350 และปราสาทตาเมือนธม ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ

ชายแดรจังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ช่องสายตะกู ตรวจพบหลุมระเบิดจากการสู้รบเดิมหลายจุด โดยมี 3 จุดที่ยังไม่ระเบิด อยู่ระหว่างการกั้นพื้นที่เพื่อรอการทำลาย พร้อมกันนี้ยังพบการใช้โดรนของฝ่ายกัมพูชาบินตรวจการณ์เป็นระยะ

ส่วนพื้นที่ส่วนหลัง ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้พื้นที่พลเรือนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการส่งกำลังและการเฝ้าตรวจ อีกทั้งติดตามกิจกรรมการปรับปรุงพื้นที่ของฝ่ายไทยในบางจุดอย่างใกล้ชิด

โดยภาพรวมตลอดวันไม่พบการใช้อาวุธหนักหรือการปะทะโดยตรง สถานการณ์ยังอยู่ในห้วงหยุดยิงเชิงยุทธการ แต่ทั้งสองฝ่ายยังเสริมความมั่นคงในที่ตั้ง ฝ่ายกัมพูชามุ่งซ่อมแซมบังเกอร์ เพิ่มกำลัง ลำเลียงเสบียง และเข้มงวดการรักษาความลับด้านข่าวสาร ขณะที่ฝ่ายไทยยังคงควบคุมพื้นที่และเฝ้าระวังภัยคุกคามแฝง ทั้งทุ่นระเบิดและการสอดแนมด้วย UAV

ทั้งนี้การปฏิบัติของฝ่ายกัมพูชาสะท้อนภาพ “สงบในเชิงการเมือง แต่ตึงในเชิงทหาร” ใช้การหยุดยิงเป็นฉากหน้า ขณะเบื้องหลังยังเดินเกมข่าวกรอง เสริมกำลัง สะสมเสบียง และปรับปรุงที่มั่น

การสั่งห้ามถ่ายภาพ คุมข้อมูล และใช้โดรนตรวจการณ์ บ่งชี้ความกังวลต่อการเปิดเผยที่ตั้งและข้อกล่าวหาละเมิดข้อตกลง โดยในระยะสั้น คาดว่าสถานการณ์จะยังคงอยู่ในลักษณะการเผชิญหน้าเชิงรับต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...