โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดไทม์ไลน์นาที “นัทปง” เสียชีวิต หลับไปเฉยๆ หรือโดนวางยา?

อีจัน

อัพเดต 07 ธ.ค. 2568 เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2568 เวลา 05.03 น. • อีจัน

จากกรณีนายณัฐวุติ ปงลังกา อายุ 35 ปี นักข่าวช่อง 8 เสียชีวิตที่บ้านพักใน จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 30 พ.ย.68 ที่ผ่านมา ต่อมาผลชันสูตรออกมาว่าพบสารไซยาไนด์ในกระแสเลือดและกระเพาะอาหาร คุณพ่อและแม่ของณัฐวุฒิ เห็นควรให้อายัดศพไว้ก่อนทำการฌาปนกิจ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทำเอาหลายคนต่างจับตาว่า ณัฐวุติ ปงลังกา ถูกวางยาพิษหรือไม่?

ข่าวทั่วไป

เจอไซยาไนด์ ในร่างกาย “นัทปง” นักข่าวคนดัง พ่อแม่แจ้งอายัดศพทันที

2 วันก่อนหน้า5 ธ.ค. 2025

ล่าสุด วานนี้ (5 ธ.ค. 68) พุทธ อภิวรรณ ผู้ประกาศข่าวช่อง 8 เปิดเผยกรณีดังกล่าวในรายการ ลุยชนข่าว ว่า วันก่อนเกิดเหตุมีคนอยู่ในบ้านทั้งหมด 5 คน คือ ต้น นัท บิ๊ก ออ และโอ ซึ่งออและโอเป็นพนักงานในฝ่ายข่าวของช่อง 8 วันนั้นนัทมาจัดรายการกับตน เลิกงานประมาณตี 2 กว่า น้องก็กลับบ้าน กระทั่งมารู้ตอนเช้าว่าน้องเสียชีวิต ตนก็พยายามถามทุกคนว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนก็ใช้คำว่า นัทนอนแล้วก็หลับไป

หลังจากนั้นตนก็พยายามถามโอกับออถึงวันที่ไปที่บ้านนัท เขาบอกว่านัทมาชวนให้ตามไปที่บ้านเพื่อจะไปกินอาหารกัน จึงไปรอที่บ้านของนัทก่อน ซึ่งโอเป็นเพื่อนรักของนัท ส่วนอาหารก็มีพิซซ่า ไก่ทอด ก๋วยจั๊บ และเกี๊ยวน้ำ เป็นอาหารเหลือที่กินไม่หมดแล้วถือไป โอกับออไปถึงประมาณ 01.45 น.

ตอนที่โอกับออไปถึงที่บ้าน เห็นต้นรออยู่ที่บ้านแล้ว ซึ่งต้นก็เป็นเพื่อนของนัท ระหว่างที่โอกับออนั่งรอนัท ก็เจอบิ๊กเพื่อนของนัทเดินมาจากด้านบนบ้าน เมื่อนัทกลับมาถึงบ้าน นัทยังไม่เข้าบ้าน ก็ชวนออไปซื้อของข้างนอก แล้วก็วนกลับเข้าบ้านมากินพร้อมกัน โดยออกับโอบอกว่าตอนนั้นไม่มีการทะเลาะกัน นัทก็ดื่มเหล้าปกติ หลังจากนั้นก็ผัดมาม่ากินกัน

กระทั่งช่วงใกล้สว่าง ประมาณตี 5 เริ่มมีการเมา โอจึงขอกลับบ้านและเรียกรถมารับ ขณะรอรถ เวลา 05.22 น. ออก็ไปนอนที่โซฟา นัทยังแกล้งไปปลุกให้ตื่น ส่วนบิ๊กกับต้นยังนั่งอยู่ที่โต๊ะ

พอถึงบ้านโอปิดเสียงโทรศัพท์เพราะเป็นวันหยุด กระทั่งเวลาประมาณ 11.30 น. โอตื่นมาเห็นต้นโทรมา 2 สาย ในเวลา 09.38 น. พอโทรกลับออเป็นคนรับสายแล้วบอกโอว่าเจ้าหน้าที่กำลังเอาตัวนัทไปที่นิติเวช ซึ่งออก็ทราบจากหลังจากกลับบ้านแล้วเหมือนกันว่านัทเสียชีวิต ออจึงรีบตามไปที่บ้านนัท พอถึงบ้านออรีบโทรหาโอแต่โอไม่รับสาย พอรู้เรื่องโอก็รีบตามมาที่บ้านของนัท โดยโอยืนยันว่าไม่มีการทะเลาะกัน และตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่ามีเรื่องไซยาไนด์

พุทธ อภิวรรณ เล่าต่อว่า ต้นเป็นคนที่อยู่ก่อนที่โอกับออจะมาถึง และต้นกับบิ๊กน่าจะเป็นคนที่อยู่ก่อน แต่ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าเขาเข้ามากันกี่โมง ที่น่าสงสัย คือ วันที่รดน้ำศพในวันที่ 3 ธันวาคม มีเพื่อนบางคน ซึ่งไม่ใช่คนในวงกินข้าว เล่าให้ฟังว่า เขาสงสัยว่าที่บ้านของนัทมีไซยาไนด์ ผมถามน้องคนนี้ว่าทำไมไม่บอกตั้งแต่วันแรกๆ เขาก็มีเหตุผลของเขาว่าไม่รู้ ผมจึงขอตามไปที่บ้านนัท แล้วคนที่บอกว่าสงสัยว่ามีไซยาไนด์ก็หยิบเกล็ดบางอย่างให้ดู ผมจึงรีบปรึกษาอาจารย์หมอ ซึ่งตอนนั้นผลชันสูตรยังไม่ออก

จนกระทั่ง วันที่ 4 ธ.ค.68 ผลชันสูตรศพนัทออกมา พบว่า ในร่างกายน้องนัทเจอไซยาไนด์ และของที่อาจารย์หมอเอาไปตรวจสอบก็เป็นไซยาไนด์ แต่เข้าไปในร่างน้องได้ยังไงผมก็ตอบไม่ได้เพราะจะเป็นการกล่าวหา

อีกจุดสำคัญ คือ ท่านอนของนัท ซึ่งอยู่ห้องด้านในสุดของบ้าน ชุดที่นัทนอนเป็นชุดเดียวกับที่จัดรายการกับผม นาฬิกา แหวน ก็ยังใส่ และนอนเหยียดที่พื้นด้านล่าง ทั้งที่ข้างที่นอนนัทมีโซฟาอยู่ ผมได้สอบถามว่าทำไมศพน้องได้ลงมานอนข้างล่างแบบนี้ กู้ภัยและเพื่อนๆ บอกผมว่านัทฟุบอยู่บนโซฟา แล้วคนที่อยู่กับนัดคนสุดท้ายและคนแรกที่เจอคือบิ๊ก บิ๊กเห็นก็ตกใจจึงประสานกู้ภัยมา กู้ภัยจึงยกร่างมาวางกับพื้นแล้วทำการปั๊มหัวใจแต่ไม่เป็นผล เขาก็บอกว่าหลับไป เพราะไม่รู้ว่ามีเรื่องของไซยาไนด์

บิ๊กอ้างว่ามีการทะเลาะกันเกิดขึ้น แต่เขาไม่ได้เป็นคนทำร้าย และไม่รู้ว่ามีเรื่องไซยาไนด์ ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมบิ๊กอยู่กับนัดคนเดียวในตอนท้าย เพราะโอกินเสร็จโอกลับบ้าน ออออกต่อ แล้วต้นก็ออกไปทำงาน ซึ่งบิ๊กอ้างว่าตอนแรกนัทอยู่นอนอยู่ข้างบนบนห้องนอน หลังจากนั้นนัทก็เดินมาข้างล่างแล้วบิ๊กก็คิดว่านัทนอนอยู่ที่ห้องด้านล่างกระทั่งตอนเช้าจึงลงมาตาม พบว่านัทเริ่มไม่หายใจแล้ว บิ๊กจึงรีบโทรเรียกต้นกลับเข้ามา

ขณะที่ งานศพนัทวันแรกบิ๊กก็ไม่มา อ้างว่าติดเรียน แล้วคิดว่าศพของนัทจะถูกส่งไปที่ภาคเหนือ จึงบินไปรอที่เหนือ เลยไม่ได้มารดน้ำศพ ยืนยันว่าไม่ได้หนีไปไหน

ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตากันต่อไปค่ะว่า สุดท้ายแล้ว “นัทปง” หลับไปเฉยๆ หรือถูกวางยา?

หากมีความคืบหน้าจะอัปเดตให้ทราบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...