“โรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้” จากการเดินทาง 25 ปี สู่หลักสูตร “TOT ลานเล่น Network”
“โรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้” จากการเดินทาง 25 ปี สู่หลักสูตร “TOT ลานเล่น Network”
เชียงราย – (19 พ.ย. 2568) โรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้ คือ พื้นที่เล่นและแหล่งเรียนรู้ที่ซ่อนตัวอยู่ใน บ้านสันโค้ง ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสนามเด็กเล่นสำหรับเด็กทุกช่วงวัยเท่านั้น แต่โรงเล่นก่อตั้งและยืนระยะมายาวนานกว่า 25 ปี เพื่อส่งต่อแนวคิดใน การพัฒนาทุนมนุษย์ โดยใช้การเล่นเป็นเครื่องมือนำทาง
การเดินทางของ “โรงเล่น” ริเริ่มจากการทำงานทางความคิดกับชุมชน ตั้งแต่ปี 2541 ภายใต้ชื่อ ‘กลุ่มคนเฒ่าคนแก่’ ก่อนจะต่อยอดสู่การเป็นพื้นที่ทดลอง ตั้งคำถาม และหาคำตอบร่วมกันว่า เราจะสร้างระบบนิเวศในการดูแลเด็กที่ดีได้อย่างไรพื้นที่ปัจจุบันของโรงเล่นย้ายมาในปี 2560 มีขนาดราว 1 ไร่ แบ่งออกเป็น 5 โซนหลัก ได้แก่ ลานเล่นที่ประกอบด้วยพื้นที่เล่นอิสระกลางแจ้งและห้องสมุดนิทานเด็ก ห้องนิทรรศการเล่นได้ที่ออกแบบด้วยแนวคิดพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ห้องเมกเกอร์สเปซสำหรับทดลองประดิษฐ์ของเล่น ห้องสโตร์ที่วางระบบหลังบ้านให้เป็นต้นแบบการบริหารจัดการคลังวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ และร้านขายของที่ระลึกที่เป็นหัวใจหลักในการระดมทุนเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมของโรงเล่น
ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา โรงเล่นเน้นย้ำถึงความสำคัญของ การสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ มาโดยตลอด ซึ่งเป็นภารกิจใหญ่ที่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่อาจทำสำเร็จได้เพียงลำพัง ยิ่งพื้นที่เล่นกระจายตัวออกไปมากเท่าไร สังคมก็จะยิ่งเห็นคุณค่าในพลังของการเล่น ด้วยเหตุนี้ “ทีมโรงเล่น” จึงร่วมกับ “บริษัท เล่นด้วยสติ จำกัด วิสาหกิจเพื่อสังคม ” ดำเนินการขยายพื้นที่ลานเล่นอิสระกระจายตัวไปยัง 10 พื้นที่ใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน และค้นพบจากการลงมือทำว่าหากจะสร้างความยั่งยืนให้กับลานเล่น สิ่งสำคัญคือ การสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง โดยมีกระบวนกรชุมชนที่เข้าใจและเห็นความสำคัญของการเล่นอย่างแท้จริงเป็นผู้ขับเคลื่อน จึงเป็นที่มาของการจัด Training of the Trainer (TOT) กระบวนกรชุมชน หลักสูตรลานเล่น Network รอบจังหวัดแพร่ ลำปาง และพะยา ในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2568 เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนและขยายเครือข่ายร่วมพัฒนาพื้นที่เล่นอิสระ
วีรวัฒน์ กังวานนวกุล ผู้อำนวยการโรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้ หรือ “ปุ๊” ได้สะท้อนถึงแนวคิดในการพัฒนาหลักสูตรนี้ว่า งานพื้นที่ให้บริการความสนุกหรือพื้นที่สร้างสรรค์อย่างโรงเล่น เป็นสิ่งที่เรารักและภูมิใจเวลาเห็นผู้คนตั้งใจเดินทางมาจากทั่วสารทิศ แต่มันยั่งยืนหรือเปล่าในแง่การพัฒนาสังคม ตลอด 25 ปีที่ทำงานกับชุมชนเราเกิดคำถามนี้ในหัวมาตลอด สิ่งที่รู้สึกในใจต่อมาคือถ้าเราทำได้ใครๆ ก็ทำได้ แล้วเราจะส่งต่อองค์ความรู้เหล่านี้ยังไง
“เราเชื่อมั่นจริงๆ ว่ามนุษย์ทุกคนมีศักยภาพ เราจึงอยากส่งต่อแนวคิดและชวนให้ทุกคนกลับไปทำลานเล่นในพื้นที่ของตนเอง ผมชวนคุณตาคุณยายที่เป็นนักทำของเล่นในชุมชน ทบทวนและค้นหาความหมายว่าเราจะทำของเล่นพื้นบ้านจนถึงเมื่อไร พวกท่านชวนผมคิดและชวนผมฝันไปพร้อม ๆ กันด้วยการตอบว่า ‘ก็ทำไปจนกว่าจะไม่มีคนเล่น’ ในโลกแห่งความเป็นจริงเราพบว่ามนุษย์ยังอยากเล่นเสมอ เพราะฉะนั้นความปรารถนาของเราจึงไม่ใช่การทำงานจนวันตาย แต่เราจะส่งต่อแนวความคิดเหล่านี้ให้กระจายไปทุกที่ ให้เขากลับไปทำในชุมชนของเขา”
เจนจิรา โลชา (เจน) กระบวนกรลานเล่นชุมชน หนึ่งในวิทยากรหลักของหลักสูตรมองว่า หัวใจสำคัญของการทำลานเล่นชุมชน คือ การสร้างการมีส่วนร่วม “การสร้างลานเล่นให้ยั่งยืนควรเริ่มจากการทำประชามติร่วมกันในชุมชน โดยต้องมีคนริเริ่มประสานงานให้ลานเล่นเกิดขึ้นได้จริง และลานเล่นไม่ใช่พื้นที่สำหรับเด็กเท่านั้น ผู้ปกครอง ผู้สูงอายุ ใคร ๆ ก็เข้ามาใช้พื้นที่ส่วนกลางตรงนี้สร้างช่วงเวลาที่มีคุณภาพร่วมกันได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่”
หลักสูตร “TOT ลานเล่น Network” เกิดขึ้น เพราะเราเห็นว่าเด็กในหลายชุมชนกำลังเจอปัญหาเช่น พัฒนาการล่าช้า ขาดกิจกรรมเสริมพัฒนาการ จึงอยากชวนคนที่สนใจงานด้านเด็กที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ซึ่งนอกจากผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาจากการเดินทางกว่า 25 ปีของโรงเล่นแล้ว ยังมีกิจกรรมฝึกทักษะการรับฟังว่าชุมชนต้องการอะไร เรียนรู้ทักษะการจับประเด็น ทักษะด้านการประสานงานและคลี่คลายความขัดแย้ง เพื่อให้เกิดข้อตกลงร่วมกัน และเห็นข้อสรุปชัดเจนว่าลานเล่นแบบไหนที่จะตอบโจทย์ชุมชน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
และไม่ใช่เพียงเป็นวิทยากร แต่เจนยังมีแผนที่จะทำ ‘ลานเล่นบ้านศิลป์คเตคะติ’ ในบริเวณบ้านตนเองที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ด้วยเหตุผลที่น่าสนใจว่า “เราอยากให้เด็กในชุมชนมีพื้นที่เล่นอิสระ ตัวเรามีความสามารถในการจัดกิจกรรมสำหรับเด็ก เลยคิดว่าถ้าเด็ก ๆ ได้เรียนรู้กิจกรรมที่หลากหลาย เขาจะได้รู้จักแง่มุมในการเพิ่มศักยภาพตนเองหลากหลายมิติมากขึ้น รวมถึงเรื่องการจัดการอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง และที่สำคัญคือ เด็กๆ จะได้วิ่งออกกำลังกาย ได้ใช้ร่างกายอย่างเต็มที่ เราอยากให้เด็ก ๆ ใช้พื้นที่ตรงนี้ปลดปล่อยตัวเองอย่างอิสระ ทำอะไรก็ได้ที่ยืดเวลาความเป็นเด็กของเขาออกไปให้นานที่สุด”
ปิดท้ายด้วยความคิดเห็นจาก อุไรรัตน์ หน้าใหญ่ (เหมียว) ผู้จัดการโครงการ Training of the Trainer (TOT) กระบวนกรชุมชน หลักสูตรลานเล่น Network และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เล่นด้วยสติ จำกัด วิสาหกิจเพื่อสังคม ที่มุ่งเน้นส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่น มองว่า “ตลอดการทำงานกับชุมชน เราเห็นชัดเจนว่า การเล่นมีพลังเปลี่ยนชีวิตเด็กได้จริง แต่สิ่งที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน คือ ‘คนในพื้นที่’ ที่ลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของพื้นที่เรียนรู้ของตัวเอง หลักสูตร TOT ลานเล่น Network จึงไม่ใช่แค่การอบรมแต่คือการส่งต่อกระบวนการคิด เครื่องมือ และความเชื่อมั่น ว่าใคร ๆ ก็สามารถสร้างลานเล่นที่มีความหมายให้ชุมชนของตัวเองได้
สิ่งที่โดดเด่นของหลักสูตรนี้คือ การผสานประสบการณ์กว่า 25 ปีของโรงเล่นเข้ากับ “พลังของเครือข่ายท้องถิ่น” ทำให้ผู้เข้าร่วมไม่เพียงได้เรียนรู้ แต่ได้มองเห็น ‘ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ’ ในพื้นที่ของตนเอง พอเราเห็นคนหนึ่งลุกขึ้นทำ พื้นที่อื่นก็เริ่มขยับตาม นี่คือพลังของเครือข่ายที่ขยายตัวได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด
เพราะเราเชื่อว่า การขยายผลลานเล่นจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อมีคนเล็ก ๆ หลายคนรวมกันลุกขึ้นดูแลพื้นที่ของตัวเอง และ TOT ลานเล่น Network คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นทุกวัน สนใจรู้จัก TOT ลานเล่น Network เพิ่มเติมติดต่อได้ที่ Facebook Page: เล่นด้วยสติ play based learning SE
เรื่องและภาพ : รสวรรณภัทชก์ หงษ์สุวรรณ์