โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SAจ่อโอนปีหน้า5.5พันล.ดึงพันธมิตรปักหมุดภูเก็ต

ทันหุ้น

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 03.19 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 03.19 น.

#SA #ทันหุ้น – SA จ่อโอน 2 โครงการ มูลค่ารวม 5.5พันล้านบาทในปีหน้า หนุนรายได้ฟื้นคืนชีพ แย้มอยู่ระหว่างขยายโครงการร่วมกับพันธมิตรต่างชาติไปจังหวัดภูเก็ต มูลค่ารวม 9พันล้านบาท ฉายภาพอสังหา ไทยยังชะลอตัว เร่งปรับกลยุทธ์เน้นตลาดซื้อเพื่อให้เช่า

นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบในปี 2569 คาดรายได้จะปรับตัวดีขึ้นกว่าปี 2568 เนื่องจากบริษัทมีโครงการที่สร้างเสร็จและเริ่มโอนในปีหน้า ได้แก่ ที่แฟชั่นไอส์แลนด์ 3,500 ล้านบาท และที่ทุ่งสองห้อง 2,000 ล้านบาท รวมมูลค่า 5,500 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 โดยมี Backlog แล้วประมาณ 3,000 ล้านบาท

ทั้งนี้บริษัทกำลังขยายโครงการไปที่จังหวัดภูเก็ต โดยกำลังเตรียมซื้อที่ดิน 2 แปลง คือ ที่บางเทา จำนวน 10 ไร่ และกมลา จำนวน 7 ไร่ เป็นการร่วมทุน (JV) กับพันธมิตรต่างชาติ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างเจรจา มูลค่ารวมประมาณ 9,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบางเทาประมาณ 2,000 ล้านบาท และที่กมลาประมาณ 7,000 ล้านบาท

@ธนาคารไม่ปล่อยกู้

ขณะที่ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้ายังคงมีปัญหาเรื่องการปล่อยเงินกู้ของธนาคาร ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อโครงการ ถึงแม้จะมีการลดดอกเบี้ยลง 0.25% แต่ถ้าธนาคารไม่ปล่อยกู้ก็ไม่มีความหมาย ส่งผลให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ในประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาสภาพคล่อง

ถึงแม้ว่าจะมีผู้ซื้อแต่เมื่อโดนปฏิเสธสินเชื่อ ทำให้ผู้ประกอบการต้องกลับมาขายใหม่ และแบกรับต้นทุนการตลาดและการขายที่สูงขึ้น ส่งผลต่อกำไรของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จะลดลงอย่างแน่นอน อีกทั้งปัญหาสินเชื่อส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกว่า 10 ธุรกิจ เช่น แรงงาน ผู้รับเหมา บริษัทขายเฟอร์นิเจอร์ และบริษัทก่อสร้าง

รวมถึงผู้ประกอบการส่วนใหญ่ตัดสินใจชะลอโครงการใหม่ทั้งหมด ประกอบมีความเสี่ยงที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งจะล้มหาย โดยเฉพาะบริษัทที่ไม่สามารถระดมทุนผ่านหุ้นกู้ได้แล้ว ซึ่งบริษัทที่จะรอด คือ ลูกค้าชั้นดีที่ธนาคารต้องการให้ความช่วยเหลือ หรือ ลูกค้าที่มีความน่าเชื่อถือ และจ่ายหุ้นกู้ตรงเวลาตลอดซึ่งต้องได้รับการแก้ไข โดยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีผลกระทบต่อ GDP ไทยประมาณ 25% จึงเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการดึงเศรษฐกิจของประเทศไทย

@หวั่นอสังหาไทยถูกฮุบ

อีกทั้งปัจจุบันยังมีกองทุนต่างชาติจำนวนมากเข้ามาซื้อทรัพย์สินราคาถูกในประเทศไทย หากรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยไม่เข้ามาดูแลอย่างจริงจัง ทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมในประเทศอาจจะถูกต่างประเทศซื้อกิจการไปในราคาถูก ซึ่งต่างชาติมองเห็นศักยภาพการท่องเที่ยวที่สูงมากของไทย และธุรกิจโรงแรมสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ

โดยพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากการเข้าซื้อของต่างชาติ คือ พื้นที่ท่องเที่ยว ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และสมุย โดยมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล คือ ให้ค้ำประกันหนี้เสีย ซึ่งปัจจุบันอยู่ประมาณ 3-5% เพื่อกระตุ้นให้ธนาคารกล้าปล่อยกู้มากขึ้น การค้ำประกันหนี้เสียบางส่วนจะทำให้เงินเข้าสู่ตลาดได้ถึง 10-20 เท่าของเงินค้ำประกัน

@เน้นตลาดซื้อให้เช่า

อย่างไรก็ดีบริษัทจึงเปลี่ยนมาเน้นตลาดนักลงทุนแทนที่จะเป็นตลาดซื้อเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งบริษัทได้สร้าง “โปรแกรม Investage” โดยใช้ห้องพักเป็นหลักประกันและรับประกันผลตอบแทน 5% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยผ่อนธนาคาร 3%

และนักลงทุนไม่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลห้องพัก ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าซ่อมบำรุง หรือหาผู้อยู่อาศัย ซึ่งคาดการณ์ว่าปีหน้าจะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBIDA) จากพอร์ตโรงแรมประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดว่าจะจบอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...