'ณัฐวุฒิ' อาลัย 'อาจารย์มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ' อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา อดีตประธาน นปก.(คนแรก)
VoiceTV
อัพเดต 11 ธ.ค. 2568 เวลา 03.29 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 02.26 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 โดยระบุว่า อาจารย์มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
หลายเดือนก่อนอาจารย์มานิตย์โทรมาว่าอยากกินอาหารใต้ ผมบอกว่าด้วยความยินดี “เบียร์ที่ร้านเย็นเจี๊ยบ” คอเบียร์อย่างอาจารย์หัวเราะตอบมาในสาย
เงียบไปอาทิตย์กว่า ผมโทรหาไม่มีคนรับ ท่านไม่ได้โทรกลับ ผมติดต่อไปเป็นระยะ อาทิตย์ สองอาทิตย์ครั้งก็ยังไม่มีคนรับ คุยกับพรรคพวกว่าเดี๋ยวไปหาอาจารย์ที่บ้าน
แต่ยังไม่ได้ไป จนวันนี้ทราบข่าวว่าท่านเดินทางไกลจากพวกเราไปแล้ว
อดีตอธิบดีศาลอาญา รัชดา อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนเดียวกับอดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการหรือนปก.(คนแรก) นำขบวนประชาชนต่อสู้บนท้องถนน ต้านรัฐประหาร
อาจารย์มานิตย์เป็นประธานนปก.ตัวบรรจงเต็มบรรทัด ปราศรัยด้วยกัน เดินขบวนด้วยกัน ผ่านคืนถนนมืดหน้าบ้านสี่เสาร์ เทเวศร์มาด้วยกัน
เป็นคนเด็ดเดี่ยว สู้ด้วยคาถาเดียวไม่เคยเปลี่ยน“พวกรัฐประหารคือพวกโจร กฎหมายที่ออกคือกฎหมายปลอมหรือเรียกว่ากฎโจร รัฐธรรมนูญที่คนพวกนี้ร่างคือรัฐธรรมนูญโจร” ยืนหยัดบนหลักนี้ ไม่ได้บอกผ่าน ต่อรองไม่ได้ ไม่ว่าคุยกับใครก็ต้องพูดเรื่องนี้
ตำรวจล้อมเราบนอาคารศาลอาญา อาจารย์บอกว่าไม่ต้องกลัว พวกนี้ทำตามคำสั่งคณะปฏิวัติเท่ากับเป็นสมุนโจร มันใช้กฎหมายปลอม!!
จนเขาพาไปหน้าบัลลังก์ศาลและรู้ตัวว่าต้องถูกจับส่งห้องขัง ท่านยังบอกว่า กฎหมายปลอม!!
หลายคนถูกพาตัวลงไปก่อน เหลือเพียงแกนนำรุ่นหนุ่ม 3 คนอยู่เป็นเพื่อนอาจารย์ซึ่งนั่งเกาะเก้าอี้แน่นราวกับรูปปั้น ผมเดินไปยกมือไหว้บอกว่าอาจารย์ครับเราต้องไปกับตำรวจแล้ว
“ใครไปก็ไปกูไม่ไป จะอยู่ตรงนี้แหละ มันใช้กฎหมายปลอม” ท่านลงคาถาอีกรอบ
ผมจึงเดินออกมาก่อนที่ตำรวจจะลากพวกเราออกไป ยืนรอลิฟท์อยู่ เห็นเจ้าหน้าที่เกือบสิบคนแบกอาจารย์มานิตย์ตามเรามาติดๆ
ประธานนปก.นั่งยืดอกบนเก้าอี้ตัวเดิม ขาพาดเข่าอีกข้าง เชิดหน้า ตามองมาทางผม ประมาณว่า “ให้มันรู้ซะบ้างว่าไผเป็นไผ”
ผมเคยได้ยินแต่นักการเมือง ข้าราชการหวงเก้าอี้ แต่ไม่เคยเห็นผู้ต้องหาที่ไหนยึดติดกับเก้าอี้ขนาดนี้ ตำรวจถึงกับต้องแบกไปพร้อมเก้าอี้
เช้าวันใหม่ในห้องขังแดน 1 เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ผมลืมตาตื่นเห็นท่านนั่งหันหลัง ชันเข่าขึ้นข้างนึง วางแขนบนเข่าข้างนั้น แล้วเอียงคอมาวางหัวบนฝ่ามืออีกที
“เป็นไงบ้างครับอาจารย์” ผมถามแทนคำว่าอรุณสวัสดิ์
“ไอ้ห่า กฎหมายปลอมแต่มันขังจริงว่ะ” อาจารย์ท่านว่า
วันหนึ่งท่านนั่งเล่นในป้อมหลังแดน ผมนอนอ่านหนังสืออยู่ใกล้กัน ผู้ต้องขังชายฉกรรจ์ 3 คนเดินเรียงมานั่งตรงหน้า
“สวัสดีครับ จำพวกผมได้ไหมครับ ท่านเป็นคนตัดสินผมให้เข้ามาในนี้” หนึ่งในนั้นพูด
ผมผุดลุกขึ้นนั่ง กระเถิบตัวเข้าไปติดหลังอาจารย์ ตามองไปที่ทั้ง 3 คน ใจประเมินสถานการณ์
“แล้วพวกคุณทำผิดจริงหรือเปล่าล่ะ” ท่านถามเสียงนิ่ง นั่งตัวตรงมองพวกนั้น ส่วนผมนั่งตัวเกร็งอยู่ข้างหลัง
“จริงครับ พวกเราแค่อยากมาไหว้ท่าน” คนเดิมตอบ
ผมเห็นหัวใจคนมาหลายแบบ อาจารย์มานิตย์คือคนหนึ่งที่ผมยอมรับว่าของจริง ถ้าเชื่อว่าถูกต้องจะไม่เปลี่ยนไม่ถอย ยืนยันถึงที่สุด
ห้วงความขัดแย้งทางการเมืองกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา กระบวนการยุติธรรมถูกพูดถึงหลายแง่มุม แต่ผมเชื่อว่าการมีอดีตผู้พิพากษาอาวุโสระดับหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นประธานนปก.ต่อสู้กับคณะรัฐประหารเคียงข้างประชาชน คือความสง่างามประการหนึ่งในวงตุลาการ
บทบาทของอาจารย์มานิตย์บนเวทีการเมืองย่อมมีผู้เห็นต่าง แต่นี่คือการตัดสินใจอย่างยิ่งใหญ่ของคนซึ่งพิพากษาคนอื่นมาครึ่งค่อนชีวิต ที่พร้อมจะรับคำพิพากษาของสังคมด้วยการยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อ
กราบคารวะอาจารย์มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) คนแรก
ขอดวงวิญญาณของท่านเดินท่านสู่สัมปรายภพ สงบนิรันดร์
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ