กรุงไทยพร้อมลุย Virtual Bank ใช้ Alternative Data เจาะกลุ่มฐานราก-ไม่มีเครดิต
กรุงไทยเดินหน้า Virtual Bank เป็นเครื่องยนต์เพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินของลูกค้ากลุ่มใหม่ โดย เฉพาะฐานราก ใช้ Alternative Data เจาะลูกค้าที่ไม่มีประวัติสินเชื่อ พร้อมขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ปี 2569
26 พ.ย. 2568 นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ประธานผู้บริหาร Retail Banking ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทยพร้อมเดินหน้า Virtual Bank โดยกำหนดให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ใหม่ที่เป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ของกรุงไทย ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) และลดความเหลื่อมล้ำ ให้กับกลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน
“ที่มาที่ไปของการทำ Virtual Bank คือ เราเห็นปัญหาของกลุ่มที่เข้าถึงบริการทางการเงินได้ไม่เต็มที่ เพราะไม่มีข้อมูลในระบบที่เพียงพอให้ธนาคารให้บริการได้ปกติ เช่น กลุ่มรากหญ้า หรือ กลุ่มไม่มีข้อมูลในเครดิตบูโร ซึ่งมั่นใจว่า Virtual Bank จะมาช่วยให้เราเข้าถึงคนกลุ่มนี้ ได้แน่ๆ”
ทั้งนี้กรุงไทยจะใช้ Alternative Data ที่ได้จากพาร์ทเนอร์มาประกอบการพิจารณาเป็นการคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อให้บริการลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ เหล่านี้ได้
“Virtual Bank จะเข้ามาเสริม มาเป็น strategic focus ของกรุงไทย ในด้านการช่วยให้เข้าถึงกลุ่มคนที่ยังไม่ได้รับบริการทางการเงินหรือยังเข้าถึงได้ไม่เต็มที่”
ทั้งนี้ กรุงไทยได้ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ประกาศตั้ง ธนาคาร คลิกซ์ จำกัด (มหาชน)ประกอบธุรกิจ Virtual Bank
นายสุริพงษ์ เปิดเผยต่อว่า สำหรับสถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของกรุงไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ 2.9% ลดลงมาจากปี 2563 สัดส่วนอยู่ที่ระดับ 3.8% จากนโยบายเข้าไปดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจุบันกรุงไทยมีฐานลูกค้ารวมกว่า 73 ล้านคน แบ่งเป็น ลูกค้ากลุ่ม mobile banking (krungthai next) 21 ล้านคนแอปพลิเคชันเป๋าตัง 40 ล้านคน สมาชิกใน LINE 23 ล้านคน และร้านค้าในแอปพลิเคชันถุงเงิน 2 ล้านคน ขณะที่กรุงไทยมีสาขา 960 ทั่วประเทศ
“เรามองว่าสาขาของธนาคารยังมีความจำเป็น เพื่อรองรับลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มฐานรากที่เข้ามาใช้บริการจากนโยบายของรัฐบาลอย่างโครงการคนละครึ่งพลัส”
นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้กำหนด 5 ยุทธศาสตร์การดำเนินงานหลัก ในปี 2569 โดยมีเป้าหมายในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ประกอบด้วย
1. มุ่งเน้นการใช้ความสัมพันธ์และการเชื่อมต่อกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อสร้างรายได้และทำธุรกิจกับลูกค้าในกลุ่มธุรกิจ SME และ รายย่อยให้ดีมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการสร้างรายได้จาก Ecosystem ที่เชื่อมโยงกับภาครัฐ เช่น Health Ecosystem, Educational Ecosystem
2. สร้างแพลตฟอร์มที่ส่งเสริมการเติบโตในอนาคต เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร ทำให้ประชาชนทุกระดับชั้นเข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการทางการเงินได้ดียิ่งขึ้น และเป็นมากกว่า
การให้บริการทางการเงิน ได้แก่ Wealth-Tech Virtual Banking, Banking as a Service เป็นต้น รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง ESG และการพัฒนาที่ยั่งยืน
3. ยกระดับการให้บริการลูกค้าทั้งระบบแบบ End to End นำเสนอรูปแบบและวิธีการบริการใหม่ๆ จากต้นจนจบที่ทันสมัย รวดเร็ว ปลอดภัย และเชื่อมโยงกันมากขึ้น ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เป็น Process Digitalization โดยเร่งนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการทำงาน สามารถตอบโจทย์ได้ตรงรูปแบบและประเภทลูกค้าทั้งลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคลผ่านช่องทางหลากหลายโดยเฉพาะ Digital Channel
4. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีและข้อมูลให้พร้อมสำหรับการก้าวสู่อนาคต เพื่อสนับสนุนการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุด และสร้างความมั่นใจของลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในการใช้บริการของธนาคาร รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งในด้าน Data Analytics เพื่อให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าและก้าวเข้าสู่การเป็น Personalized Banking ผ่านหลากหลายช่องทาง
5. ขับเคลื่อนวัฒนธรรมและการทำงานรูปแบบใหม่ เพื่อให้พร้อมต่อทุกความท้าทายและทุกการเปลี่ยนแปลง สร้างรูปแบบใหม่ในการทำงาน กล้าเปลี่ยน เพื่อก้าวนำ เร่งปรับวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ พร้อมยกระดับพนักงานให้มีทักษะใหม่ๆ (Upskill / Reskill) โดยเฉพาะทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) ตลอดจนสามารถดึงดูดและรักษาคนดี คนเก่งให้คงอยู่กับธนาคาร พร้อมมุ่งสู่การเป็นองค์กรต้นแบบให้พนักงานทุกคนภาคภูมิใจในการเป็นกรุงไทย
นายธวัชชัย เปิดเผยต่อว่า อย่างไรก็ตามการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ยังคงมีความท้าทาย ทั้งจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค หรือ กลุ่มประเทศในเอเชียกลาง
นอกจากนี้ปัจจุบันมูลค่าหุ้นของธนาคารพาณิชย์และราคาตลาดเมื่อเทียบกับมูลค่าทางบัญชี (P/BV) เทียบกับอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น(ROE) ของธนาคารไทยยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับธนาคารระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ธนาคารกรุงไทยตั้งเป้า ROE ต้องเติบโตมากกว่า 10% ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป เนื่องจากต้องการให้ให้ผู้ถือหุ้นเริ่มเห็นมูลค่าของธนาคารสะท้อนออกมาที่ราคาหุ้นมากขึ้นโดย ROE ปัจจุบันอยู่ที่ 12.80%