โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"กระทรวงสาธารณสุข" เดินหน้าดูแลสุขภาวะ "ชาวใต้"

The Better

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 04.41 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 02.55 น. • THE BETTER
รมว.สธ. พร้อมหนุน ชุดจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ภาคใต้

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยในการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม พื้นที่ภาคใต้ ครั้งที่ 6 ว่า จากสถานการณ์น้ำท่วม
ในจังหวัดสงขลาที่ได้รับผลกระทบ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้มอบหมายให้กรมอนามัยสนับสนุนพื้นที่ดูแลสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม รวมถึงประสานการส่งต่อเครื่องอุปโภคบริโภคที่มีการบริจาคลงสู่ศูนย์พักพิงและโรงพยาบาลสนาม พร้อมทั้งบุคลากรด้านสาธารณสุข ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

ขณะที่ทางด้าน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ (ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568) เขตสุขภาพที่ 11 ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จำนวน 668,176 ครัวเรือน และเขตสุขภาพที่ 12 ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จำนวน 807,673 ครัวเรือน ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบ เกิดภาวะเจ็บป่วยและบางรายเสียชีวิต ซึ่งกรมอนามัย ได้ส่งทีม SEhRT ของศูนย์อนามัย ลงพื้นที่ร่วมร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในระดับพื้นที่ ปฏิบัติภารกิจด้านการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ประสบภัยดังกล่าว พร้อมทั้งสนับสนุนสิ่งวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นช่วยเหลือประชาชน อาทิ ส้วมกระดาษ ชุด V-Clean ชุด Sanitation tool Kit คลอรีนแบบผงและแบบเม็ด ปูนขาว สารส้ม EM
หน้ากากอนามัยผู้ใหญ่และเด็ก สบู่เหลวล้างมือ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน อาหาร น้ำดื่ม ถุงดำ รองเท้าบู๊ท เป็นต้น รวมถึงยาและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ

นอกจากนี้ กรมอนามัยได้มีการเตรียมการดำเนินงานสุขาภิบาลและดูแลสุขภาพระยะฟื้นฟู โดยดำเนินการ ผ่าน 3 ขั้นตอน ดังนี้

1) สำรวจ รวบรวมความเสียหาย ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบ

2) ดำเนินการจัดการด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การจัดการขยะ เร่งรวบรวมเก็บขนขยะนำไปกำจัด ปรับปรุง ซ่อมแซมระบบส้วมและสิ่งปฏิกูล กรณียังไม่สามารถฟื้นฟูระบบส้วมได้ ต้องจัดหาส้วมเคลื่อนที่ให้บริการเพียงพอ ปรับปรุงแก้ไขระบบประปา และประปาหมู่บ้าน ให้ประชาชนมีน้ำสะอาดใช้ลด
ความเสี่ยงโรคระบาด หากยังไม่สามารถปรับปรุงระบบได้ต้องมีการจัดหาน้ำสะอาด และมีการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน สนับสนุนการจัดการเชื้อราหรือสิ่งสกปรกด้วยคลอรีนน้ำ น้ำยาฆ่าเชื้อโรค เพื่อทำความสะอาดบ้าน พื้นผนัง ดูแลด้านสุขาภิบาลอาหารสำหรับประชาชน โดยเฝ้าระวังและดูแลความสะอาดของอาหาร เลือกอาหารที่ไม่บูดง่ายส่งให้ประชาชน ไม่เกิน 2-4 ชั่วโมง หลังปรุงเสร็จ สำหรับผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบาง ที่ยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้ ให้อยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว จนกว่าจะสามารถส่งกลับบ้านได้ เพื่อลดการสัมผัสเชื้อโรคหลังน้ำท่วม
3) ดำเนินงานร่วมกับกรมควบคุมโรคในการสนับสนุนงานสุขาภิบาลและการควบคุมโรค ทั้งในด้านสุขภาวะ และ สนับสนุนการล้างตลาดโดยทำความสะอาดรางระบายน้ำ พื้นแผงที่จำหน่ายอาหาร ห้องน้ำห้องส้วม โดยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคหรือคลอรีนน้ำเทราดทำความสะอาด ทุกพื้นที่และขัดล้าง เก็บสิ่งสกปรกไปกำจัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...