“พิพัฒน์” ดึงดิสนีย์แลนด์-สนามกีฬา 8 หมื่นที่นั่งลงทุนEEC
รองนายกฯ เร่งแก้ปมรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน-เมืองการบินอู่ตะเภา เสนอเพิ่มแรงจูงใจดึง "ดิสนีย์แลนด์" หวังเพิ่มเสน่ห์พื้นที่ EEC พร้อมสั่ง สกพอ. ศึกษาความเป็นไปได้ สร้างสนามกีฬาระดับโลก 80,000 ที่นั่ง
10 ธันวาคม 2568-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงแผนเร่งรัดการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาและผลักดันให้โครงการโครงสร้างพื้นฐานหลัก 2 โครงการสามารถเริ่มต้นก่อสร้างได้ในปี 2569
สองโครงการที่กำลังมีปัญหาความติดขัดในการดำเนินการและยังไม่สามารถเริ่มต้นโครงการได้ คือ:
- โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา)
- โครงการท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก
นายพิพัฒน์กล่าวว่า หากสามารถหาข้อยุติสำหรับปัญหาที่ติดขัดได้และโครงการเหล่านี้สามารถเริ่มก่อสร้างได้ จะถือเป็นของขวัญปีใหม่ 2569 และเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาที่ยืดเยื้อมานานได้
เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่ EEC นายพิพัฒน์ได้เสนอแนวคิดในการดึงดูดโครงการขนาดใหญ่เข้าสู่พื้นที่ โดยระบุว่าต้อง "เติมอะไรเข้าไปในพื้นที่ EEC" เพื่อให้โครงการรถไฟความเร็วสูงและสนามบินอู่ตะเภามีความน่าสนใจมากขึ้นเช่น
- ดิสนีย์แลนด์: แนวคิดสำคัญคือการดึงสวนสนุกขนาดใหญ่อย่าง ดิสนีย์แลนด์ เข้ามาลงทุนในพื้นที่ เนื่องจากดิสนีย์แลนด์มีเงื่อนไขสำคัญคือจะไม่ลงทุนในพื้นที่ที่มีสถานบันเทิงเชิงซ้อน (Entertainment Complex) ที่มีบ่อนกาสิโน ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของไทย
- สร้างสนามกีฬาขนาดใหญ่: เสนอให้มีการสร้างสนามกีฬาระดับโลกขนาด 80,000 ที่นั่ง เพื่อรองรับการจัดงานกีฬาและการจัดอีเวนต์ระดับโลก แทนที่จะกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ
นายพิพัฒน์ได้มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ไปดำเนินการศึกษาและหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมทั้งให้เตรียมจัดเตรียมพื้นที่ใน 4 จังหวัด EEC เพื่อรองรับการลงทุนขนาดใหญ่นี้
ในระยะอันใกล้นี้ รองนายกฯ จะเชิญเอกชนผู้ได้รับสัมปทานในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน รวมถึงโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เข้ามาหารือเพื่อหาแนวทางในการผลักดันโครงการให้เดินหน้า แม้ว่าการดำเนินการอาจไม่ทันเสร็จสิ้นในวาระของรัฐบาลชุดนี้ แต่การบรรลุข้อยุติและเริ่มต้นโครงการถือเป็นผลสำเร็จที่สำคัญ