โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"น้ำทะเลหนุน" ภัยคุกคามเงียบ เจาะ 4 ปัจจัยที่คนไทยต้องรู้และเตรียมรับมือ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ธ.ค. 2568 เวลา 05.23 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2568 เวลา 02.01 น.

ปรากฏการณ์ “น้ำทะเลหนุน” เป็นภัยธรรมชาติที่คนริมแม่น้ำลำคลองคุ้นเคย แต่ความรุนแรงของมันมีมากกว่าแค่น้ำขึ้น-น้ำลงปกติ เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้นผิดปกติก็จะดันมวลน้ำย้อนเข้ามาในคลองและแม่น้ำที่เชื่อมต่อ สร้างภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่และปากอ่าว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และการดำเนินธุรกิจ

ส่อง 4 ปัจจัยหลัก ดันน้ำท่วมสูงผิดปกติ

ความเสียหายที่เกิดจากน้ำทะเลหนุนสูง เป็นผลรวมจากปัจจัยหลายด้านที่เข้ามาเสริมกัน ทำให้ระดับน้ำพุ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

  • อิทธิพลแรงดึงดูดจากอวกาศ : ในช่วงที่เกิด “น้ำเกิด” (Spring Tide) ซึ่งเป็นผลจากการเรียงตัวของดวงจันทร์ โลก และดวงอาทิตย์ แรงดึงดูดมหาศาลจะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงกว่าปกติอย่างชัดเจน

  • พลังลมมรสุมและภาวะความกดอากาศต่ำ : เมื่อมีลมมรสุมพัดน้ำจากทะเลเข้าสู่ชายฝั่ง ประกอบกับภาวะความกดอากาศต่ำ จะยิ่งเป็นตัวเร่งสำคัญในการดันมวลน้ำเข้าสู่ปากแม่น้ำ ทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นได้ง่ายและรวดเร็ว

  • วิกฤตโลกร้อน เร่งระดับน้ำทะเล : ในระยะยาว ภาวะโลกร้อน คือภัยเงียบที่ทำให้น้ำแข็งละลาย ส่งผลให้ฐานของระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกครั้งที่เกิดน้ำทะเลหนุน สถานการณ์จึงรุนแรงขึ้นกว่าในอดีต

  • ภูมิประเทศภาคกลางตอนล่าง : ด้วยลักษณะของพื้นที่ราบลุ่มต่ำ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดปากอ่าว ทำให้พื้นที่เหล่านี้กลายเป็นเป้าหมายหลักในการรับน้ำและเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็ว

ประเมินผลกระทบ : ความเสียหายที่ธุรกิจและครัวเรือนต้องเผชิญ

น้ำทะเลหนุนสร้างความเสียหายในวงกว้าง ไม่เพียงแต่ด้านชีวิตความเป็นอยู่ แต่ยังกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ :

  • ธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานสะดุด : การจราจรติดขัด ทำให้การขนส่งล่าช้า และส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)

  • การเกษตรเสียหายหนัก : การปนเปื้อนของ น้ำเค็ม สร้างความเสียหายรุนแรงต่อนาข้าว สวน และแหล่งน้ำจืดสำหรับอุปโภคบริโภค

  • ทรัพย์สินเสี่ยง : บ้านเรือน อาคาร และเครื่องจักรในพื้นที่ริมฝั่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง

ปภ.เตือน 23 จังหวัดชายฝั่ง เฝ้าระวังสูงสุด

ล่าสุด (วันที่ 7 ธันวาคม 2568) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตือนเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ปากแม่น้ำ และพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่ง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมเขตชุมชนลุ่มต่ำ ชายฝั่งทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ครอบคลุม 23 จังหวัด ดังนี้

อ่าวไทยตอนบนและภาคตะวันออก : กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด

ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย : เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, สงขลา, ปัตตานี, นราธิวาส

ภาคใต้ฝั่งอันดามัน : ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, สตูล

เตรียมพร้อมรับมือ ลดความเสียหายได้มหาศาล

ติดตามและวางแผนล่วงหน้า : ติดตามข้อมูลการคาดการณ์น้ำหนุนจากหน่วยงานรัฐอย่างสม่ำเสมอ และจัดทำแผนสำรองสำหรับการดำเนินงานของธุรกิจและการสัญจรในชีวิตประจำวัน

ปกป้องทรัพย์สินด้วยตนเอง : เตรียมพร้อมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น กระสอบทราย และจัดเก็บสิ่งของมีค่า รวมถึงเครื่องจักรสำคัญขึ้นไว้ในที่สูงอย่างปลอดภัย

ใส่ใจสุขอนามัย : ระมัดระวังคุณภาพน้ำดื่ม น้ำใช้ และป้องกันตนเองจากโรคที่มากับน้ำ เช่น โรคน้ำกัดเท้า

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “น้ำทะเลหนุน” ภัยคุกคามเงียบ เจาะ 4 ปัจจัยที่คนไทยต้องรู้และเตรียมรับมือ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...