"น้ำทะเลหนุน" ภัยคุกคามเงียบ เจาะ 4 ปัจจัยที่คนไทยต้องรู้และเตรียมรับมือ
ปรากฏการณ์ “น้ำทะเลหนุน” เป็นภัยธรรมชาติที่คนริมแม่น้ำลำคลองคุ้นเคย แต่ความรุนแรงของมันมีมากกว่าแค่น้ำขึ้น-น้ำลงปกติ เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้นผิดปกติก็จะดันมวลน้ำย้อนเข้ามาในคลองและแม่น้ำที่เชื่อมต่อ สร้างภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่และปากอ่าว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และการดำเนินธุรกิจ
ส่อง 4 ปัจจัยหลัก ดันน้ำท่วมสูงผิดปกติ
ความเสียหายที่เกิดจากน้ำทะเลหนุนสูง เป็นผลรวมจากปัจจัยหลายด้านที่เข้ามาเสริมกัน ทำให้ระดับน้ำพุ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
อิทธิพลแรงดึงดูดจากอวกาศ : ในช่วงที่เกิด “น้ำเกิด” (Spring Tide) ซึ่งเป็นผลจากการเรียงตัวของดวงจันทร์ โลก และดวงอาทิตย์ แรงดึงดูดมหาศาลจะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงกว่าปกติอย่างชัดเจน
พลังลมมรสุมและภาวะความกดอากาศต่ำ : เมื่อมีลมมรสุมพัดน้ำจากทะเลเข้าสู่ชายฝั่ง ประกอบกับภาวะความกดอากาศต่ำ จะยิ่งเป็นตัวเร่งสำคัญในการดันมวลน้ำเข้าสู่ปากแม่น้ำ ทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นได้ง่ายและรวดเร็ว
วิกฤตโลกร้อน เร่งระดับน้ำทะเล : ในระยะยาว ภาวะโลกร้อน คือภัยเงียบที่ทำให้น้ำแข็งละลาย ส่งผลให้ฐานของระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกครั้งที่เกิดน้ำทะเลหนุน สถานการณ์จึงรุนแรงขึ้นกว่าในอดีต
ภูมิประเทศภาคกลางตอนล่าง : ด้วยลักษณะของพื้นที่ราบลุ่มต่ำ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดปากอ่าว ทำให้พื้นที่เหล่านี้กลายเป็นเป้าหมายหลักในการรับน้ำและเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็ว
ประเมินผลกระทบ : ความเสียหายที่ธุรกิจและครัวเรือนต้องเผชิญ
น้ำทะเลหนุนสร้างความเสียหายในวงกว้าง ไม่เพียงแต่ด้านชีวิตความเป็นอยู่ แต่ยังกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ :
ธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานสะดุด : การจราจรติดขัด ทำให้การขนส่งล่าช้า และส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)
การเกษตรเสียหายหนัก : การปนเปื้อนของ น้ำเค็ม สร้างความเสียหายรุนแรงต่อนาข้าว สวน และแหล่งน้ำจืดสำหรับอุปโภคบริโภค
ทรัพย์สินเสี่ยง : บ้านเรือน อาคาร และเครื่องจักรในพื้นที่ริมฝั่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง
ปภ.เตือน 23 จังหวัดชายฝั่ง เฝ้าระวังสูงสุด
ล่าสุด (วันที่ 7 ธันวาคม 2568) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตือนเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ปากแม่น้ำ และพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่ง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมเขตชุมชนลุ่มต่ำ ชายฝั่งทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ครอบคลุม 23 จังหวัด ดังนี้
อ่าวไทยตอนบนและภาคตะวันออก : กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย : เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, สงขลา, ปัตตานี, นราธิวาส
ภาคใต้ฝั่งอันดามัน : ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, สตูล
เตรียมพร้อมรับมือ ลดความเสียหายได้มหาศาล
ติดตามและวางแผนล่วงหน้า : ติดตามข้อมูลการคาดการณ์น้ำหนุนจากหน่วยงานรัฐอย่างสม่ำเสมอ และจัดทำแผนสำรองสำหรับการดำเนินงานของธุรกิจและการสัญจรในชีวิตประจำวัน
ปกป้องทรัพย์สินด้วยตนเอง : เตรียมพร้อมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น กระสอบทราย และจัดเก็บสิ่งของมีค่า รวมถึงเครื่องจักรสำคัญขึ้นไว้ในที่สูงอย่างปลอดภัย
ใส่ใจสุขอนามัย : ระมัดระวังคุณภาพน้ำดื่ม น้ำใช้ และป้องกันตนเองจากโรคที่มากับน้ำ เช่น โรคน้ำกัดเท้า
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “น้ำทะเลหนุน” ภัยคุกคามเงียบ เจาะ 4 ปัจจัยที่คนไทยต้องรู้และเตรียมรับมือ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net