“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดลบ หวั่นหุ้น AI ฟองสบู่–แรงกดดันตลาดแรงงานสหรัฐ
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดลบ ตามทิศทางตลาดนิวยอร์ก หลังนักลงทุนกังวลว่าหุ้นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีมูลค่าสูงเกินจริง ขณะเดียวกันข้อมูลการปลดพนักงานในสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี
ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดลบในวันนี้ (7 พฤศจิกายน 2568) เคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ร่วงลงเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (6 พ.ย.) ท่ามกลางความวิตกกังวลของนักลงทุนว่าหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังมีมูลค่าสูงเกินจริงและอาจเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ หลังจากหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่หลายบริษัทร่วงลงอย่างหนัก โดยเฉพาะ Nvidia, Microsoft, Palantir Technologies, Broadcom และ Advanced Micro Devices (AMD) ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากกระแส AI ในช่วงที่ผ่านมา
ในการซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 50,524.31 จุด ลดลง 359.37 จุด หรือ -0.71%, ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 26,350.74 จุด ลดลง 135.16 จุด หรือ -0.51%, และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,994.32 จุด ลดลง 13.44 จุด หรือ -0.34% ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.46%, และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียอ่อนตัวลง 0.27%
แรงกดดันต่อตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ยังมาจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดแรงงานของสหรัฐฯ หลังจากบริษัทที่ปรึกษาด้านการจ้างงาน Challenger, Gray & Christmas เปิดเผยว่า การประกาศเลิกจ้างของภาคเอกชนในเดือนตุลาคมมีจำนวนรวมกว่า 153,074 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้นถึง 183% จากเดือนกันยายน และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 175% ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดสำหรับเดือนตุลาคมตั้งแต่ปี 2546 สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการปรับโครงสร้างแรงงานของบริษัทต่าง ๆ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI Automation ที่กำลังเร่งตัวขึ้นทั่วโลก ปัจจัยดังกล่าวยิ่งเพิ่มความไม่มั่นใจในทิศทางเศรษฐกิจและการจ้างงานของสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน นักลงทุนในภูมิภาคกำลังจับตาการเปิดเผย ข้อมูลการค้าของจีนในเดือนตุลาคม ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่ายอดส่งออกจะขยายตัวเพียง 3% เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงจากเดือนกันยายนที่พุ่งขึ้น 8.3% ขณะที่ยอดนำเข้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.2% ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 7.4% ตัวเลขดังกล่าวอาจสะท้อนถึงการชะลอตัวของอุปสงค์ทั่วโลก รวมถึงแรงกดดันด้านการค้าระหว่างประเทศที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
โดยรวมแล้ว บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียเช้าวันนี้ยังคงอ่อนแรง ภายใต้ความไม่แน่นอนทั้งจากภาคเทคโนโลยีโลก การจ้างงานสหรัฐฯ และแนวโน้มการค้าของจีน ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงใช้ท่าทีระมัดระวังในการเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ขณะรอข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงปลายสัปดาห์