โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 19 ธันวาคม 2568

สวพ.FM91

อัพเดต 19 ธ.ค. 2568 เวลา 22.33 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2568 เวลา 22.33 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 19 ธันวาคม 2568

>> รวบ "มนัส บุญจำนงค์" อดีตฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก หนีคดีฉ้อโกงโควตาล็อตเตอรี่

08.00 น. ตำรวจ บก.ปทส. จับกุมนายมนัส บุญจำนงค์ อายุ 45 ปี อดีตนักมวยเหรียญทองโอลิมปิก ในข้อหา “ฉ้อโกง” โดยจับกุมตัวที่ห้องพักคอนโดย่านรัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน อ.เมือง จ.นนทบุรี

สืบเนื่องจากเมื่อปี 2564 ได้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สน.ดอนเมือง ว่าถูก นายมนัส อดีตนักมวยฮีโร่โอลิมปิก หลอกขายโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ โดยนายมนัส อ้างว่าได้โควต้ามาจาก นายสมรักษ์ คําสิงห์ อดีตนักมวยฮีโร่โอลิมปิกรุ่นพี่ อีกทอดหนึ่ง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้ไปจำนวน 2 ล้านบาท แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่ได้รับโควตาสลาก ตามที่ตกลงกันไว้แต่อย่างใด จึงพยายามทวงถามขอเงินกลับคืน แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยง จึงเชื่อว่าถูกหลอก

อย่างไรก็ตาม ภายหลังมีการแจ้งความที่ สน.ดอนเมือง ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายมนัส ก่อนจะอนุญาตให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว คดีอยู่ในชั้นศาล แต่นายมนัสมีพฤติกรรมหลบหนี ไม่มาฟังคําพิพากษาตามนัดหมาย ซึ่งภายหลังศาลได้มีคําพิพากษาใน คดีที่ 1 จําคุก 1 ปี 6 เดือน และ คดีที่ 2 จําคุก 1 ปี 3 เดือน รวมโทษ 2 ปี 9 เดือน ก่อนทำการออกหมายจับ จนกระทั่งนำมาสู่การตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว พร้อมนำตัวส่งศาลแขวงดอนเมือง ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ก่อนที่ต่อมาศาลจะมีคําสั่งส่งตัวไปจําคุก ที่เรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานคร

>> ไฟไหม้อาคารชมรมฟอร์มูล่า ม.อ.หาดใหญ่ โชคดีควบคุมเพลิงได้ทัน ไม่มีผู้บาดเจ็บ

09.55 น. ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยมัชฌิมา มูลนิธิโรงเจเต๋าบ้อเก็ง หาดใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารชมรมฟอร์มูล่าวัน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ที่เกิดเหตุ พบว่าลักษณะของเพลิงไหม้มีการปะปนกับสารเคมีบางชนิด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการควบคุมสถานการณ์ ขณะเดียวกัน ได้มีการจัดพื้นที่ เพื่อเตรียมพร้อมดูแลผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงตรวจสอบอาการของบุคลากรและนักศึกษาที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ พร้อมดำเนินการกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย ทีมดับเพลิงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทีมดับเพลิงเทศบาลนครหาดใหญ่ และทีมดับเพลิงเทศบาลตำบลคอหงส์ ซึ่งได้ร่วมกันฉีดน้ำและใช้สารเคมีควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่อง จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบพื้นที่โดยรอบเพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ รวมถึงเร่งหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง

ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบความเสียหายภายในอาคาร พร้อมยืนยันให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักศึกษา บุคลากร และผู้ที่อยู่ในพื้นที่เป็นอันดับแรก

>> ซีเกมส์ไทย ทำเงินสะพัด 12,000 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจไทย ยอดผู้ชมเข้าสนามแข่งขันต่างๆ สะสมเกือบ 400,000 คน

12.09 น. ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า สำหรับการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจตั้งแต่เริ่มเตรียมการก่อนการแข่งขัน จนมาถึงตอนนี้ที่เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน มีตัวเลขเงินสะพัดแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท ทั้งมูลค่าที่เกิดจากการแข่งขันโดยตรง และมูลค่าด้านอื่น ๆ ประกอบกัน โดยเชื่อว่าเมื่อจบการแข่งขันมูลค่าทางเศรษฐกิจน่าจะพุ่งสูงถึง 14,000 ล้านบาท

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อว่า ตัวเลขดังกล่าวนับเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงมาก ซึ่งหากเทียบจากการจัดมหกรรมกีฬาอื่น ๆ ที่ผ่านมาถือว่ามากที่สุด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะซีเกมส์ครั้งนี้มีการบรรจุกีฬาแข่งขันมากถึง 50 กีฬา ทำให้มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมมากกว่า 12,000 คน เทียบกับซีเกมส์ ครั้งที่ 32 เมื่อปี 2566 ที่ประเทศกัมพูชา มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประมาณ 7,000 คน นอกจากนี้ ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ก็ยังมีผู้ติดตาม ครอบครัว แฟน ๆ กีฬาของแต่ละชาติ ตลอดจนนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมากที่เดินทางเข้ามาเชียร์นักกีฬาของชาติตัวเองด้วย

ดร.ก้องศักด กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในส่วนของการเข้าชมกีฬาของชาวไทยมีความคึกคักและตื่นตัวเป็นอย่างมาก โดยสถิติกองเชียร์ที่เดินทางไปชมที่สนามแข่งขัน ตัวเลขสะสมจากที่ลงทะเบียนในระบบและวอล์คอินเข้าสนามต่าง ๆ จนถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2568 มีเกือบ 400,000 คนแล้ว และคาดว่าเมื่อจบการแข่งขันตัวเลขจำนวนผู้ชมเข้าสนามจะเพิ่มมากขึ้นกว่านี้อีก

>> ตำรวจไซเบอร์รวบหนุ่มโคราช ลอบขายปืน–กระสุนออนไลน์ ยึดของกลางเพียบ

13.22 น. ตำรวจไซเบอร์บุกจับกุม นายสอ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี หลังลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนผ่านสื่อออนไลน์ โดยสามารถจับกุมได้ที่ร้านรับส่งพัสดุแฟลชโฮม สาขาโนนฝรั่ง อ.เมืองนครราชสีมา พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นกระสุนปืนหลายขนาด อาวุธปืนไม่มีทะเบียน ชิ้นส่วนอาวุธปืน ท่อลดเสียง และโทรศัพท์มือถือ รวมจำนวนมาก

จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าอาวุธและกระสุนปืนเป็นของตน บางส่วนซื้อจากผู้ค้าในเฟซบุ๊กและตั้งใจนำมาประกอบหรือจำหน่าย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาครอบครอง ผลิต และจำหน่ายอาวุธปืน เครื่องกระสุน และยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> CIB รวบแอดมินเว็บพนันชื่อดัง คาสนามบินดอนเมือง

15.04 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายนอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวน โดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และร่วมกันฟอกเงิน” โดยจับกุมได้โถงอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานดอนเมือง การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง ขณะผู้ต้องหากำลังเดินทางกลับเข้าประเทศไทย หลังจากเดินทางมาจากเมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ผู้ต้องหาได้เดินทางออกไปทำงานเป็น แอดมินดูแลระบบของเว็บไซต์ พนันออนไลน์ ในฝั่งประเทศกัมพูชาจริง โดยผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าเริ่มทำงานดังกล่าวมาเป็นระยะเวลาประมาณ 4–5 เดือนแล้ว ซึ่งลักษณะงานที่ได้รับมอบหมาย ได้แก่ การดูแลระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ การตอบคำถามและให้บริการลูกค้าเกี่ยวกับ ขั้นตอนการฝาก–ถอนเงิน รวมถึงการประสานงานกับทีมงานภายในเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวนส่ง สภ.เมืองชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

>> ร่างทหารกัมพูชาที่ชายแดน ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง หลังกัมพูชาปฏิเสธรับศพทหารตัวเองกลับ ด้านพื้นที่ กปต.ชต. กัมพูชา ขอฝากไว้ที่โรงพยาบาลก่อน

16.23 น. แหล่งข่าวกองทัพภาคที่ 2 รายงานเหตุปะทะระหว่างทหารไทย-ทหารกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. ถึงปัจจุบัน รวม 12 วัน ในพื้นที่ชายแดน 4 จังหวัด ส่งผลให้ทหารสองฝ่ายบาดเจ็บเสียชีวิต ในส่วนทหารไทย ได้นำร่างผู้เสียชีวิตกลับจัดพิธีทางศาสนา เหลือเพียง 2 ร่างอยู่ระหว่างนำออกมาจากพื้นที่แนวรบ

ทั้งนี้ในส่วนของทหารกัมพูชา เสียชีวิตในพื้นที่อธิปไตยของไทย ทหารไทยได้เก็บร่างพร้อมประสานให้ทหารกัมพูชารับกลับ แต่ฝ่ายกัมพูชา ปฏิเสธรับร่างทหารตัวเอง ทำให้ชายแดนไทย-กัมพูชา มีกลิ่นศพส่งกลิ่นคละคลุ้งตลอดแนว เช่นเดียวกับการปะทะในรอบแรก ช่วงเดือนกรกฎาคม ฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธรับศพทหารตัวเองกลับเช่นกัน พร้อมทั้งระบุว่า ไม่ใช่ทหารของกัมพูชา ทำให้ทหารไทยในขณะนั้น นำปูนขาวมาโรยรอบๆพื้นที่เพื่อป้องกันโรคระบาดและกลิ่นไม่พึงประสงค์

สอดคล้องกับ หน่วยประสานงานชายแดนประจำพื้นที่ตราด สำนักงานประสานงานชายแดน ไทย - กัมพูชา กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด(กปจ.ชต.) มีภารกิจในการประสานงาน ติดตามในการแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงตามแนวชายแดน และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานของประเทศกัมพูชาที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามหลักมนุษธธรรมและกฎเกณณ์ที่กำหนดนั้น

ซึ่งที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ปะทะบริเวณบ้านสามหลัง บ้านหนองรี ตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด เป็นผลทำให้มีทหารกัมพูชาสูญเสียจากการปะทะ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ได้เก็บชิ้นส่วนศพของทหารกัมพูชาบริเวณที่ปะทะดังกล่าวส่งศพคืนมาตุภูมิ โดยหน่วยประสานงานชายแดนประจำพื้นที่ตราด ฯ ระหว่างรอการประสาน เจ้าหน้าที่ของประเทศกัมพูชา ในการส่งศพกลับมาตุภูมิ ประเทศกัมพูชา เพื่อให้เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม โดยขอความอนุเคราะห์ในการนำฝากชิ้นส่วนศพกับทางโรงพยาบาลตราดต่อไป

>> นายกฯ เปิดอาคารที่ว่าการอำเภอบ้านลาด (หลังใหม่) จ.เพชรบุรี

16.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารที่ว่าการอำเภอบ้านลาด (หลังใหม่) จ.เพชรบุรี โดยร่วมพิธีทำบุญอาคาร และกล่าวแสดงความยินดีที่ได้มาเปิดที่ว่าการอำเภอบ้านลาด (หลังใหม่) ที่จะทำให้การบริการประชาชนสะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายกฯ กล่าวว่าการก่อสร้างที่ว่าการอำเภอบ้านลาดหลังใหม่นี้ ไม่เพียงเป็นการพัฒนาอาคารสถานที่ แต่เป็นการยกระดับการบริการภาครัฐให้สะดวก ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน พร้อมรองรับการให้บริการตามแนวทาง “ศูนย์ราชการสะดวก (GECC)” ที่คำนึงถึงประชาชนทุกกลุ่มทุกวัย

พร้อมกันนี้ นายกฯ ได้ขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาที่มอบที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารดังกล่าว ซึ่งเป็นแบบอย่างของจิตสาธารณะและการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน และอำนวยพรให้ที่ว่าการอำเภอบ้านลาด (หลังใหม่) เป็นสถานที่แห่งการอำนวยประโยชน์สุขแก่ประชาชน พร้อมกดปุ่มเปิดป้ายอาคารอย่างเป็นทางการ

>> คุณตาวัย 74 ปีขึ้นซ่อมหลังคาบ้าน สลดไฟชอร์ตเสียชีวิตมือยังกำคีมตัดสายไฟแน่น ลูกสาวช็อกมาบ้านหาพ่อไม่เจอเห็นอีกทีขาห้อยลงมา

17.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุไฟฟ้าชอร์ตชายเสียชีวิตอยู่บนหลังคาบ้าน ในพื้นที่ ต.สัมฤทธิ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว พบชายไทย อายุ 74 ปี เสียชีวิตอยู่บนหลังคาบ้านของตัวเองมือยังกำคีมตัดสายไฟไว้แน่น เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพิมายนำร่างลงมาให้เจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพหลังตัดกระแสไฟฟ้าแล้ว

ลูกสาว บอกว่า คุณพ่อบ่นว่าจะขึ้นไปซ่อมหลังคาบ้าน แต่ก็ไม่รู้ว่าหลังคาบ้านเป็นอะไร เพราะตนพักอยู่คนละหลังจนกระทั่งมาหาพ่อที่บ้านแต่ไม่เห็นอยู่ก่อนเห็นขาคนห้อยลงมาจากหลังคาบ้านจึงเรียกคนมาช่วยดูปรากฎว่าเป็นพ่อเสียชีวิตอยู่บนหลังคาบ้าน น่าจะขึ้นไปซ่อมหลังคาบ้าน

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่ง รพ. พร้อมสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย ก่อนให้ครอบครัวรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

>> เร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ปี 2569 ครอบคลุมพื้นที่ป่าและเมือง เฝ้าระวังควบคุมไฟป่า

17.59 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ ครั้งที่ 1/2569 โดยเน้นย้ำให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย และเศรษฐกิจประเทศ

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการดำเนินงานรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569 ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งพื้นที่ป่าไม้ เกษตรกรรม เขตเมือง และปัญหาหมอกควันข้ามแดน โดยกำหนดมาตรการสำคัญ ทั้งการตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่า การประชาสัมพันธ์เชิงรุกในรูปแบบเคาะประตูบ้าน สร้างความเข้าใจกับชุมชนรอบป่า การเฝ้าระวังและป้องปราบการเผา การส่งเสริมเกษตร 3R ในพื้นที่เกษตรกรรม การจัดหาห้องปลอดฝุ่น มุ้งสู้ฝุ่น และหน้ากากอนามัยสำหรับกลุ่มเปราะบาง

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการใช้กลไกท้องถิ่นขับเคลื่อนงาน การตัดอ้อยสดส่งโรงงาน การปรับเปลี่ยนการใช้เครื่องยนต์ในรถโดยสารเป็นระบบไฟฟ้า เร่งดำเนินมาตรการห้ามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มาจากการเผา กระชับความร่วมมือภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส เตรียมความพร้อมกำลังพลและอากาศยานสำหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า รวมถึงบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

สำหรับการแก้ไขปัญหาในเขตเมือง ที่ประชุมเห็นชอบยกระดับมาตรการ Low Emission Zone และ Green List Plus ติดตั้งระบบตรวจวัดการปล่อยมลพิษแบบต่อเนื่อง (CEMS) ในโรงงานที่มีหม้อไอน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตลอดจนให้หน่วยงานที่ขอรับการจัดสรรงบกลาง ปี 2569 ปรับลดงบประมาณในภารกิจที่ไม่เร่งด่วน เพื่อนำมาใช้รองรับสถานการณ์ฝุ่นละอองที่กำลังจะมาถึง

ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมเน้นย้ำสร้างการรับรู้ การแจ้งเตือน และการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับข้อมูลสถานการณ์และแนวทางการป้องกันผลกระทบจากฝุ่นละอองอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

>> คนร้ายลอบยิง ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ดับคารถคู่ใจ ตร.ตั้งปมไว้ที่ความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่น

19.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าบอน จ.พัทลุง รับแจ้งเหตุ มีผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืน บนถนนสายบ้านพรุโอน–ท่าปราง หมู่ 1 ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์อเนกประสงค์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา ป้ายทะเบียน สงขลา ลักษณะเสียหลักตกอยู่ข้างทาง ประตูฝั่งผู้โดยสารมีรอยกระสุนปืนลูกซอง 2 นัด กระสุนทะลุกระจกไปอีกฝั่ง ตรวจสอบภายในรถ พบร่างของ นายพยอม อายุ 63 ปี ถูกยิงเข้าชายโครงขวาและข้อศอกเสียชีวิต โดยพบปลอกกระสุนปืนลูกซอง 2 ปลอกตกอยู่เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

เบื้องต้นทราบว่า นายพยอม เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ก่อนเกิดเหตุได้ไปประชุมกับทีมงานที่ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งในพื้นที่ตำบลท่าชะมวง จากนั้นขับรถไปส่งลูกทีม 3 คนถึงบ้านแต่ละคนจนหมด ก่อนขับรถกลับบ้านเพียงลำพัง จากนั้นคนร้ายขับรถเข้าประกบก่อนใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่ กระสุนถูกนายพยอมทำให้รถตกถนนและได้เสียชีวิตอยู่ในรถ

เบื้องต้นตำรวจ ตั้งปมไว้ที่ความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่น โดยจะประสานกับตำรวจ สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา เร่งสืบสวนขยายผลหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปอย่างเร่งด่วน

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเวียดนาม

02.33 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.6 ความลึก 3 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 326 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

03.16 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.5 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 148 กม. ไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...