โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

ดราม่าสาวรีเซล “ติดดอย” ลงทุนขายบัตรคอนเสิร์ตนั่งเล่นกว่า 8 แสน แต่ขายไม่หมด ราคาดิ่งเหลือหลักร้อย

มาดามเม้าท์

อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 04.25 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 04.29 น.

ดราม่าสาวรีเซล “ติดดอย” ลงทุนขายบัตรคอนเสิร์ตนั่งเล่นกว่า 8 แสน แต่ขายไม่หมด ราคาดิ่งเหลือหลักร้อย

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาเล่าประสบการณ์สุดช้ำของสองสาวรีเซลนามสมมติ “แอน” และ “เกต” ที่ตัดสินใจร่วมลงทุนซื้อบัตร คอนเสิร์ตนั่งเล่น เพื่อนำมาขายต่อ หวังทำกำไรเล็กน้อยใบละ 50–100 บาท แต่กลับต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้าย จนล้มทั้งยืนและกลายเป็นหนี้ก้อนโต
ทั้งสองเปิดเผยว่าเริ่มต้นลงทุนจากการซื้อ บัตรอ่อน จำนวน 183 ใบ ในราคาต้นทุนใบละ 2,600 บาท รวมเป็นเงิน 475,800 บาท ก่อนจะตัดสินใจซื้อเพิ่มเป็น บัตรแข็ง อีก 144 ใบ ในต้นทุนเท่ากัน รวม 374,400 บาท ส่งผลให้เงินลงทุนทั้งหมดสูงถึง 850,200 บาท ซึ่งยืนยันว่าเป็นเงินสดที่จ่ายจริงทุกบาท ไม่มีการปั่นหรือบิดเบือนตัวเลข

สาเหตุที่กล้าถือบัตรจำนวนมาก ทั้งคู่ยอมรับว่ามาจากความเชื่อข้อมูลของผู้ส่งบัตรที่ย้ำซ้ำ ๆ ว่า บัตรมีน้อย ทำออกมาจำกัด บัตรหมดแล้ว และอ้างอิงว่าปีที่แล้วบัตรหายากมาก ทำให้เชื่อว่าหากถือบัตรจำนวนมาก แม้กำไรต่อใบจะไม่สูง แต่รวมแล้วน่าจะพอมีรายได้หมุนเวียน

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกตั้งข้อสงสัยคือเรื่อง บัตรสปอนเซอร์ ว่าได้มาฟรีแล้วนำมาขายต่อหรือไม่ ซึ่งแอนและเกตยืนยันหนักแน่นว่า บัตรทุกใบมีต้นทุน ไม่มีการกั๊ก และไม่มีการปั่นราคาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างกลับพลิกผันในวันงาน เมื่อราคาบัตรในตลาดรีเซลเริ่มร่วงอย่างหนัก พ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากต่างพากัน “ขายเท” ตัดราคาหนีกันแบบวินาทีต่อวินาที โดยเฉพาะบัตรอ่อนที่ออกมาล้นตลาด จากบัตรที่คิดว่าขาดแคลน กลายเป็นบัตรที่หาได้ทั่วไปและราคาถูกกว่าที่ทั้งคู่ถืออยู่

จากต้นทุนใบละ 2,600 บาท ราคาถูกกดลงเหลือเพียง 200 บาทต่อใบ และถึงแม้จะลดราคาขนาดนั้น บัตรจำนวนมากก็ยังขายไม่หมด สุดท้ายเงินลงทุนกว่า 8 แสนบาท แทบกลายเป็นศูนย์ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

แอนและเกตยอมรับตรง ๆ ว่าเงินที่นำมาลงทุนมาจากการ จำนำทอง จำนำของ และนำรถเข้าไฟแนนซ์ เพื่อหวังตั้งตัว แต่กลับต้องเผชิญกับภาวะหมดตัว ปัจจุบันยังไม่รู้จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไร โดยระบุว่าระหว่างพิมพ์เล่าเรื่องนี้ก็ร้องไห้ไปด้วย

ทั้งสองทิ้งท้ายขอเพียงกำลังใจจากสังคม หากในอนาคตมีการขายสินค้าใด ๆ ก็อยากให้ช่วยอุดหนุน เพื่อให้มีโอกาสลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง พร้อมขอบคุณชาวปากช่องและลูกค้าที่ยื่นมือช่วยซื้อบัตรให้ในวันที่ยากลำบาก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...