โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

`เอกนิติ` กางแผนทำงาน 3 เดือน คลอด `Quick Big Win` พร้อมบูรณาการความร่วมมือเอกชน

efinanceThai

เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 02.50 น.

เอกนิติ กางแผนทำงาน 3 เดือน คลอด Quick Big Win พร้อมบูรณาการความร่วมมือเอกชน

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 ธ.ค. 68 9:50: น.

"เอกนิติ" เปิดการทำงาน 3 เดือน ออกมาตรการ Quick Big Win 5 เสาหลัก 1 ฐานราก ได้เกือบครบตามเป้าหมาย ชี้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ผ่านการขับเคลื่อน โดยบูรณาการความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่โอกาสดูแลเศรษฐกิจของประเทศ และขอบคุณทีมงานที่ร่วมใจกันขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ว่า จาก Executor ในฐานะข้าราชการประจำ สู่ policy maker ในตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ช่วงเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมา นอกจากหน้าที่การงานที่เปลี่ยนไป เวลาที่จะได้อยู่กับตัวเองก็หายไปเช่นกัน เพราะทุกอย่างเร่งรีบไปหมด ต้องทำงานแข่งกับเวลา 4 เดือน เพื่อคลอดมาตรการ 5 เสาหลัก 1 ฐานรากที่เรียกว่า Quick Big Win ให้ครบ เพื่อ กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว แต่ในที่สุด เวลาที่ได้ทำงานจริงๆ มีแค่ประมาณ 2 เดือน กว่าๆ ซึ่งสามารถคลอดมาตรการต่างๆ ได้เกือบครบตามที่ตั้งใจไว้

วันนี้อยากจะขออนุญาต share ประสบการณ์อันมีค่าสำหรับในการเป็นรองนายกฯ และ รมว คลังในช่วงที่ผ่านมา

1. การออกแบบนโยบาย Quick Big Win
- ที่มาของชื่อ Quick Big Win: หากใครเคยร่วมงานกับผมที่กระทรวงการคลัง Quick Big Win ไม่ใช่คำใหม่แต่เป็นคำที่ใช้ในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหน่วยงานต่างๆ แต่พอต้องออกแบบนโยบายที่ต้องทำใน 4 เดือนให้เกิดผลเชิงประจักษ์ ผมจึงนำ concept นี้มาใช้ในการออกแบบนโยบายเศรษฐกิจร่วมกับทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจท่านอื่นเพื่อให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน

- นโยบายที่ทำได้จริง จับต้องได้ เห็นผลเป็นรูปธรรม: การออกนโยบายในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเราต้องคำนึงถึงทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจภาพรวม สังคม ธุรกิจ อุตสาหกรรม การเงิน ตลาดทุน การคลัง ที่สำคัญที่สุด คือ ประชาชน เป็นสัจธรรมที่เราไม่สามารถออกแบบนโยบายที่ถูกใจทุกคนได้ แต่ต้องตัดสินใจบนพื้นฐานให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติ ดังนั้น นโยบายที่ออกแบบจะต้องทำได้จริง มุ่งแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น และยาว เห็นผลเป็นรูปธรรม และคำนึงถึงความคุ้มค่าของทรัพยากรที่มีจำกัด และวินัยการคลังควบคู่กันไป เช่น คนละครึ่งพลัส (เสาที่ 1) ที่เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น โดยให้มีการ upskill ร้านค้า เพื่อผลระยะยาว และผลที่ได้กระจายตัวไปทั่วประเทศ

2. หัวใจการขับเคลื่อนนโยบายทุกเสาหลัก คือ การ บูรณาการ (Agile) ของทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน

- คนมักเข้าใจผิดว่าการบูรณาการจะเกิดเฉพาะตอน execution แต่จริงๆ แล้ว นโยบายที่มีประสิทธิภาพจะต้องเริ่ม บูรณาการ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ

- การออกแบบนโยบายเพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน (เสาที่ 2) สภาพคล่อง SME ที่หดตัว (เสาที่ 3) รวมทั้งการส่งเสริมการออมเพื่อตอบโจทย์สังคมสูงวัย (เสาที่ 4) มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเกี่ยวข้องมากมายตั้งแต่กรมต่างๆ ในกระทรวงการคลัง แบงค์ชาติ NCB สมาคมธนาคารไทย สมาคมแบงค์รัฐ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า จนถึง กลต. ตลท.

ดังนั้น การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อมูล พร้อมทั้งเปิดใจรับฟังว่าแต่ละหน่วยมีข้อเสนอและอุปสรรคอะไรบ้างตั้งแต่เริ่มต้น จะทำให้เกิดการ บูรณาการ เชิงนโยบาย ซึ่งตามมาด้วย การ บูรณาการ ในเชิงปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่ตั้งใจไว้ เนื่องจากหน่วยงานต่างๆ รู้สึกถึงการมีส่วนรวม และเป็นเจ้าของร่วมในนโยบายนั้นๆ และเห็นว่าตอบโจทย์และทำได้จริง

3. การออกแบบนโยบายจะไม่ประสบความสำเร็จเลย หากเราไม่รับฟังปัญหาที่แท้จริงของ customer ในที่นี้หมายถึงผู้ประกอบการ

ในเสาที่ 5 - การลงทุนเพื่ออนาคต ได้มีการรับฟังปัญหา และอุปสรรคของนักลงทุนที่ได้รับบัตรส่งเสริม BOI ว่าติดปัญหาอะไร จึงเกิดโครงการ Thailand Fast Pass ขึ้น เพื่อปลดล็อคกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้โครงการลงทุนขนาดใหญ่เดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ โดยจับมือกับผู้ประกอบการพัฒนาหลักสูตรที่ตรงตามความต้องการของตลาด

4. การออกแบบนโยบายเศรษฐกิจ และการดำเนินงานทั้งหมดต้องตั้งอยู่บน วินัยการเงินการคลัง โดยปรับแผนการคลังระยะปานกลาง เพื่อลดการขาดดุลภาครัฐ และแสดงความตั้งใจจริงในการรักษาวินัยการคลัง โดยการคืนหนี้ ธกส. และการออกหลักเกณฑ์ ม. 28 เพื่อจำกัดการใช้นโยบายกึ่งการคลังให้มีความรัดกุม และรอบคอบมากขึ้น

5. นโยบายจากสัมฤทธิ์ผลสูงสุด ไม่ใช่แค่ ทำได้จริง ตอบโจทย์ปัญหาทั้งระยะสั้นและยาวเท่านั้น

อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ เวลา และ ความต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกมาตรการมีผลเป็นรูปธรรมผมคนเดียวไม่สามารถขับเคลื่อนทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาอันจำกัด หากไม่ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือร่วมใจจากผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สศช. BOI และกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐ และเอกชน ตั้งแต่ ธปท. กลต. ตลท. สมาคมแบงค์รัฐ กกร. NCB ไปจนถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่อาจจะกล่าวถึงไม่หมด

สุดท้าย ขอขอบคุณทีมงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ตั้งแต่ผู้ช่วยฯ/เลขาฯ/ทีมที่ปรึกษาทางการ และไม่ทางการ/ทีมหน้าห้องของรองนายกฯ และรมว. คลัง ที่ช่วยกันขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ โดยไม่ได้หยุดพักหายใจหายคอกันเลย ทุกคนยอดเยี่ยมมากครับ ขอบคุณทุกท่านจากใจจริงครับ

ท้ายสุด กราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่เห็นความตั้งใจ ความจริงใจ และให้โอกาสผมเข้ามาช่วยดูแลเศรษฐกิจของประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญนี้

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...