LALIN รุกอสังหาฯ ภาคตะวันออก เปิดตัวโครงการใหม่มูลค่า 650 ล้านบาท รับอานิสงส์ EEC
LALIN มองพัทยา-นาจอมเทียน ขึ้นแท่น "New Living Destination" รับกลุ่มแรงงานทักษะสูงและผู้บริหารภาคเอกชน ชูโครงการ "ลลิล ทาวน์" รองรับดีมานด์บ้านแนวราบในพื้นที่ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและศูนย์กลางอุตสาหกรรมใหม่ ผนวกฟังก์ชันประหยัดพลังงานและระบบรองรับ EV Charger มุ่งตอบโจทย์พฤติกรรมการอยู่อาศัยยุคใหม่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
5 มกราคม 2569 – บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN เปิดเผยกลยุทธ์การขยายฐานธุรกิจในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก โดยมุ่งเน้นการดึงดูดกำลังซื้อจากภาคการท่องเที่ยวระดับนานาชาติและอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ล่าสุดประกาศเปิดตัวโครงการ"ลลิล ทาวน์ พัทยา-นาจอมเทียน" มูลค่าโครงการรวม 650 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 25 ไร่ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองพัทยาที่กำลังพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และที่อยู่อาศัยคุณภาพ
จากการประเมินทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในโซนตะวันออก พบว่าทำเลพัทยา-นาจอมเทียนมีการปรับตัวสู่การเป็นแหล่งพำนักถาวรมากขึ้น (Primary Home) จากเดิมที่เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวพักผ่อน ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับเมกะโปรเจกต์ อาทิ รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และการยกระดับท่าอากาศยานอู่ตะเภา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อของกลุ่มแรงงานคุณภาพและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ (Expatriates) ที่เข้ามาปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โลจิสติกส์ และดิจิทัล
นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ชี้ให้เห็นว่าภาคตะวันออกไม่ได้เป็นเพียงทำเลพักตากอากาศอีกต่อไป แต่คือเสาหลักทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากทั้งภาครัฐและเอกชน
"พื้นที่โซนตะวันออกของไทยถือเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ… ส่งผลให้เกิดกำลังซื้อที่อยู่อาศัยทั้งเพื่อการลงทุนระยะยาว และเพื่ออยู่อาศัยจริง โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานคุณภาพ ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ และผู้บริหารภาคเอกชน"
การเติบโตของธุรกิจบริการรอบข้าง เช่น โรงแรมระดับพรีเมียม ร้านอาหาร และศูนย์การค้าเชิงไลฟ์สไตล์ในพื้นที่จอมเทียน-ห้วยใหญ่ เป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่สะท้อนถึงการขยายตัวของเมืองพัทยากลางสู่พัทยาตอนใต้และแนวถนนสุขุมวิทอย่างต่อเนื่อง
LALIN ประเมินว่าตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบในเขต EEC จะยังคงมีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดโดยรวม เนื่องมีปัจจัยบวกจาก Real Demand ที่มีรายได้มั่นคงและมาตรฐานการครองชีพสูง การเปิดตัวโครงการใหม่ในครั้งนี้จึงเป็นการชิงความได้เปรียบในเชิงทำเล (Early Mover Advantage) เพื่อสร้างชุมชนที่อยู่อาศัยรองรับการเติบโตของ "Tourism Economy Hub" และอุตสาหกรรมในอนาคตอย่างยั่งยืน
"บริษัทมองว่าโซนตะวันออกยังคงเป็นพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ในอนาคต จากแรงสนับสนุนของเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมอนาคต และศักยภาพการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ"
โครงการ "ลลิล ทาวน์ พัทยา-นาจอมเทียน" ประกอบด้วยยูนิตพักอาศัยรวม 228 ยูนิต ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ประเภททาวน์โฮมขนาด 3-4 ห้องนอน ไปจนถึงบ้านเดี่ยวขนาดกลางและขนาดใหญ่ โดยวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Positioning) ให้เป็นที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่เข้าถึงได้แต่มีมาตรฐานการก่อสร้างที่รองรับการใช้งานระยะยาว
ในด้านการออกแบบ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ได้นำแนวคิด Sustainable Living เข้ามาปรับใช้ในกระบวนการพัฒนาโครงการ เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยที่สอดรับกับนโยบายประหยัดพลังงาน อาทิ
- ระบบหมุนเวียนอากาศ: เพื่อลดการใช้พลังงานภายในบ้าน
- โครงสร้างพื้นฐานรองรับเทคโนโลยีอนาคต: การติดตั้งจุดเชื่อมต่อ EV Charger ในพื้นที่บ้าน
- นวัตกรรมประหยัดน้ำและแสงสว่าง: การใช้สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำและหลอดไฟ LED ในพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงการนำพลังงานทดแทนมาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางในระยะยาว