จ่อ WFH หลังผู้ว่าฯชัชชาติ ประกาศกรุงเทพฯ เข้าสู่ “ฤดูฝุ่น” เต็มตัว ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสีส้มทั้ง 50 เขต
จ่อ WFH หลังผู้ว่าฯชัชชาติ ประกาศกรุงเทพฯ เข้าสู่ “ฤดูฝุ่น” เต็มตัว ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสีส้มทั้ง 50 เขต จ่อใช้มาตรการ WFH หลังอากาศปิดหนักสุดในรอบปี
วันที่2 ธ.ค. 2568 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพมหานคร ที่วันนี้มีค่าความเข้มข้นในระดับสีส้มว่า ขณะนี้กรุงเทพมหานครเปลี่ยนจากฤดูฝนเริ่มเข้าสู่ฤดูฝุ่น ตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ จะเห็นได้ว่าไม่ใช่แค่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น ที่มีค่าฝุ่นเป็นสีส้มทั้ง 50 เขต แต่ทั้งภาคกลางได้รับผลกระทบเรื่องฝุ่น ไม่ว่าจะเป็นนครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี ล้วนมีค่าฝุ่นในระดับสีส้ม
สำหรับการวัดค่าฝุ่นของกรุงเทพมหานครที่เห็นว่า เป็นระดับสีส้ม กทม. จะใช้ค่า PM2.5 ซึ่งมีหน่วยเป็นไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ไม่ใช่ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI⁺) ซึ่งบางทีอาจทำให้สับสนเพราะตัวเลขจะห่างกันเป็นหลักร้อย โดยกทม. แบ่งระดับฝุ่นออกเป็น 5 สี คือ
สีฟ้า 0–15 มคก./ลบ.ม.
สีเขียว 15.1–25 มคก./ลบ.ม.
สีเหลือง 25.1–37.5 มคก./ลบ.ม.
สีส้ม 37.6–75 มคก./ลบ.ม.
สีแดง 75.1 มคก./ลบ.ม. ขึ้นไป
ช่วงนี้คุณภาพอากาศระดับสีส้มเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไปควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ส่วนประชาชนกลุ่มเสี่ยงควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์
สำหรับสาเหตุที่ทำให้กรุงเทพมหานครช่วงนี้ มีค่าฝุ่นเป็นสีส้ม เกิดจากสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ
1. สภาพอากาศปิด มีมวลอากาศเย็นกดทับทำให้คล้ายฝาชีครอบกรุงเทพฯ ทำให้ฝุ่นในพื้นที่ กทม. มีความหนาแน่นขึ้น ถ้าสภาพอากาศเปิด แม้ปริมาณฝุ่นจะเท่าเดิม แต่ความหนาแน่นจะเจือจางลง ซึ่งสภาพดังกล่าวมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว คือเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ และมักหนักที่สุดช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม ในส่วนการพยากรณ์ค่าฝุ่น 10 วันจากกรมอุตุนิยมวิทยา จะใช้อัตราการถ่ายเทอากาศ (ตารางเมตรต่อวินาที) หากตัวเลขยิ่งมากถือว่าการถ่ายเทอากาศดี โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่าเมื่อวานนี้ (1 ธ.ค. 68) อยู่ที่ 1,200 ตร.ม./วินาที ส่วนวันนี้แย่ลงเหลือ 600 ตร.ม./วินาที ทำให้ฝุ่นเริ่มสะสมจนเป็นสีส้มในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนวันพรุ่งนี้อัตราการถ่ายเทอากาศจะดีขึ้น และจะดีต่อเนื่อง ก่อนจะเริ่มแย่อีกครั้งในวันที่ 5 – 7 ธ.ค. 68 และดีขึ้นในวันที่ 8 ธ.ค. 68 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าวันนี้เป็นวันที่อัตราการถ่ายเทอากาศต่ำที่สุดที่ 600 ตร.ม./วินาที
2. การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ในกรุงเทพฯ มีปริมาณรถยนต์จำนวนมาก ทำให้การเผาไหม้ของเครื่องยนต์เป็นต้นเหตุสำคัญที่เพิ่มค่าฝุ่น
3. การเผาชีวมวล ซึ่งยิ่งมีการเผา จะยิ่งทำให้ค่าฝุ่นหนาแน่นขึ้น โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้าน วันนี้พบจุดความร้อนประมาณ 790 จุด และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในเดือนหน้า
สำหรับมาตรการ “ฝ่าฝุ่น 3 วัน” ช่วงวันที่ 5–7 ธ.ค. 68 ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราการระบายอากาศต่ำ รวมถึงวันที่ 9 ธ.ค. 68 ซึ่งมีงานเปิดกีฬาซีเกมส์ และวันที่ 10 ธ.ค. 68 ที่อากาศจะดีขึ้น เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่น ในวันที่ 4 ธ.ค. 68 กทม. จะขอความร่วมมือให้หน่วยงานที่สามารถ Work from Home ได้ ปรับรูปแบบการทำงาน โดยไม่บังคับ ส่วนหน่วยงานที่ต้องให้บริการประชาชนยังคงทำงานตามปกติ โรงเรียนไม่ปิด เพราะเชื่อว่าที่โรงเรียนมีครูดูแล ไม่ให้ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง และสวมหน้ากากจึงปลอดภัยกว่าอยู่บ้าน หากปิดโรงเรียน ผู้ปกครองต้องรับภาระและเด็กเล็กอาจออกไปสัมผัสฝุ่นมากกว่า
เกณฑ์การประกาศ Work from Home คือ ต้องมีค่าฝุ่น PM2.5 สีส้มครบทั้ง 50 เขต ต่อเนื่อง 2 วัน และมีจุดความร้อนเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้เกินเกณฑ์แล้ว ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมประมาณ 170,000 คน เป้าหมายคือ 300,000 คน มีหน่วยงานเข้าร่วม 346 หน่วยงาน โดยจะประกาศขอความร่วมมือในวันที่ 4 ธ.ค. 68 เพื่อช่วยลดปริมาณการจราจร ลดการปล่อยไอเสีย และป้องกันการสะสมของฝุ่นในช่วงปลายสัปดาห์
“Work from Home เป็นการขอความร่วมมือด้วยความสมัครใจ ไม่ได้บังคับ ปีที่แล้วทดลอง 1 วัน ( 14 ก.พ. 2568) พบว่าปริมาณรถลดลงประมาณ 13 %” ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าว
สำหรับมาตรการอื่น กทม. จะเข้มงวดมาตรการที่ไม่กระทบประชาชน เช่น ไซต์ก่อสร้าง การตรวจรถควันดำ ส่วนประชาชนช่วยได้ เช่น บำรุงรักษารถ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ลดใช้รถดีเซลเก่า ใช้รถสาธารณะ และลดการเผาในที่โล่ง ส่วนวันที่ 4 ธ.ค. นี้ หากสามารถ Work from Home ได้ ก็ช่วยลดการจราจร คนที่จำเป็นต้องเดินทาง เช่น พนักงานทำความสะอาด หรือผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม จะได้เดินทางสะดวกขึ้น
“ปริมาณฝุ่นที่ระดับ 37.5 (สีส้ม) หากลดต้นเหตุเพียงเล็กน้อย เช่น ลดจำนวนรถลงประมาณ 10 % ก็อาจกลับลงมาเป็นสีเหลืองได้ ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ ลดการออกกำลังกายกลางแจ้ง กลุ่มเสี่ยงควรใส่หน้ากากหรือใช้เครื่องฟอกอากาศ และช่วยกันดูแลเด็ก ๆ ด้วย” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว