“ภาคการผลิตเอเชีย” สะดุดต่อเนื่อง คำสั่งซื้อจากสหรัฐร่วง-ภาษีทรัมป์กดดันส่งออก
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ เดือนตุลาคม เผยจีน–เกาหลีใต้เผชิญยอดคำสั่งซื้อหดตัว ขณะที่ภาคธุรกิจยังระวังผลกระทบจากภาษีศุลกากรและอุปสงค์สหรัฐที่ซบ
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลา 11.03 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ดัชนีภาคการผลิตของประเทศอุตสาหกรรมใหญ่ในเอเชียยังคงซบเซาในเดือนตุลาคม ตามผลสำรวจภาคธุรกิจที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ โดยคำสั่งซื้อจากสหรัฐที่อ่อนแรงและภาษีศุลกากรในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงกดดันภาคโรงงานทั่วทั้งภูมิภาค
แม้การเยือนเอเชียของทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจะมีความคืบหน้าในการเจรจาการค้ากับประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น จีนและเกาหลีใต้ แต่ผู้ส่งออกในภูมิภาคยังคงระมัดระวังต่อแนวโน้มอุปสงค์จากสหรัฐ
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคเอกชนเดือนตุลาคมที่เปิดเผยในวันจันทร์แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมการผลิตของจีนเติบโตช้าลง ขณะที่ เกาหลีใต้หดตัวลง โดยคำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกในทั้งสองประเทศลดลง
ก่อนหน้านี้ผลสำรวจ PMI ภาครัฐเมื่อวันศุกร์ชี้ว่ากิจกรรมโรงงานของจีนหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ตอกย้ำความกังวลว่าการเร่งส่งออกก่อนมาตรการภาษีของสหรัฐได้สิ้นสุดลงแล้วอย่างชัดเจน
จื้อชุน หวง นักเศรษฐศาสตร์จีนจาก Capital Economics กล่าวว่า “ข้อมูล PMI บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงในเดือนตุลาคม ทั้งในภาคการผลิตและการก่อสร้าง …แม้อาจมีการฟื้นตัวระยะสั้น แต่ผลบวกจากข้อตกลงการค้าล่าสุดระหว่างสหรัฐ–จีนจะมีเพียงเล็กน้อย และแรงกดดันต่อการเติบโตยังคงอยู่”
โดยระหว่างการประชุมที่เกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เห็นพ้องให้ลดความตึงเครียดทางการค้า รวมถึงเลื่อนการเก็บภาษีตอบโต้กันออกไปหนึ่งปี แต่ข้อตกลงนี้ยังไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระหว่างสองมหาอำนาจได้อย่างแท้จริง
ทางการจีนกำลังประเมินว่าเศรษฐกิจจีนซึ่งมีมูลค่ากว่า 19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโต ราว 5% ในปี 2568 ได้โดยไม่ต้องออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมหรือไม่
ข้อมูลการค้าประจำเดือนกันยายนของจีนชี้ว่าการส่งออกโดยรวมเติบโตเร็วกว่าคาด แต่ส่วนใหญ่มาจากตลาดใหม่ ๆ ขณะที่การส่งออกไปสหรัฐลดลงถึง 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน
เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ ซึ่งเพิ่งบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ภาษีนำเข้าจากสหรัฐลดลงบางส่วน แต่ข้อตกลงดังกล่าวถูกมองว่าเป็นเพียงการประนีประนอม เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจอันดับ 4 ของเอเชียตกขบวนการค้าโลก ส่วนประเทศอื่นในเอเชีย ผลสำรวจ PMI ยังพบว่ากิจกรรมภาคโรงงานของมาเลเซียและไต้หวันยังคงชะลอตัว ขณะที่เวียดนามและอินโดนีเซียกลับมีการเติบโตของภาคการผลิตเพิ่มขึ้นในเดือนตุลาคม
อ้างอิง : reuters.com