โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ผอ.รพ.ศรีสะเกษ รับฐานข้อมูลผู้ป่วย 'ล่มจริง' หลังสะพัด ฝีมือคนในหวังขาย 'โปรแกรม' 3ล.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 ส.ค. 2566 เวลา 06.27 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2566 เวลา 05.59 น.

ผอ.รพ.ศรีสะเกษสั่งตรวจสอบกรณีมีข่าวลบข้อมูลผู้ป่วยใน Database ทั้งระบบ ทำให้ระบบ HIS ล่มทั้งระบบ ไม่สามารถให้การรักษาผู้ป่วยได้ กำชับเร่งทำการสอบสวนหากพบผิดจริงสั่งฟันไม่เลี้ยงทั้งวินัยและอาญา

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการโพสต์ในเพจชื่อดัง อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 6 ว่า

“มีการลบข้อมูลผู้ป่วยจริงหรือไม่..ลบเพื่อเหตุอะไรขายโปรแกรมหรืออย่างไร..ส่วนกลางและสื่อสังคมช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย โรงพยาบาลศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล (เป็นข้าราชการ) ได้ทำการลบข้อมูลผู้ป่วย ใน Database ทั้งระบบ ทำให้ระบบ HIS ล่มทั้งระบบ ไม่สามารถให้การรักษาผู้ป่วยได้ ผู้ป่วยที่เดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลต้องเดินทางกลับ โดยที่ยังไม่ได้รับการรักษา อีกทั้งข้อมูลเก่าสูญหาย ทำให้ไม่สามารถเรียกเก็บได้โรงพยาบาลสูญเสียรายรับเกือบ 50 ล้านบาท

โดยมีผู้หวังดีส่งแชตหลุดของผู้กระทำมา ซึ่งจะเห็นว่ามีการแอบอ้างว่ามีแบ๊คใหญ่ เป็นเด็กในสังกัดของ ผอ. โรงพยาบาลว่าเป็นใครไม่มีใครกล้าทำไร ซึ่งเรื่องนี้ทางผู้ใหญ่รับทราบ ได้แต่บอกจะดำเนินการ แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ ซึ่งมีการกระทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง สามารถตรวจสอบได้

โดยการกระทำดังกล่าวเพื่อที่จะเสนอขายโปรแกรมให้กับทางโรงพยาบาล เพื่อกินค่าหัวคิว จากแชตที่หลุด ซึ่งโดยปกติ การกระทำลักษณะนี้เป็นคดีอาญาและแพ่ง ทุกวันนี้คนที่กระทำยังเดินลอยหน้าลอยตาปกติในโรงพยาบาล โดยเหตุการล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4/7/2566 รายละเอียดสามารถตรวจสอบได้ครับ ซึ่งอาจจะเกิดอีกจากแชตที่หลุดมา ลองนึกถึงคนที่เดินทางมาจากต่างอำเภอ เจ็บป่วยหนักไม่ได้รับการรักษาจะมีผลกระทบยังไง อยากฝากให้ช่วยเป็นสื่อให้กับทางผู้ใหญ่ได้ดำเนินการครับ”

เพื่อเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่ รพ.ศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พบว่า บริเวณด้านหน้า รพ.มีญาติผู้ป่วยนำผู้ป่วยมาเข้ารับการรักษาพยาบาลจำนวนมาก และได้ติดต่อขอพบกับ นพ.ชลวิทย์ หลาวทอง ผอ.รพ.ศรีสะเกษ เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร ได้รับทราบว่า นพ.ชลวิทย์เดินทางไปราชการที่กรุงเทพฯ ส่วนแพทย์ พยาบาลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ได้ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเรื่องนี้ เนื่องจากว่าไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าว จึงได้โทรศัพท์ สอบถามไปยังแหล่งข่าวที่ให้ข้อมูลดังกล่าวนี้ ซึ่งจากการสอบถาม แหล่งข่าวได้ให้ข้อมูลว่า สาเหตุที่ตนให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะตนรู้สึกว่าผู้ป่วย ที่ต้องเดินทางจากต่างอำเภอเพื่อมารักษาใน รพ.ศรีสะเกษ แต่ปรากฏว่า ระบบข้อมูลผู้ป่วยหาย ไม่สามารถทำการรักษาได้ ทำให้ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างอำเภอต้องกลับบ้านก่อน แล้วค่อยกลับมารักษาใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เสียหายเป็นอย่างยิ่ง และถ้าหากเป็นครอบครัวเรา เจอเหตุการณ์อย่างนี้ จะรู้สึกอย่างไร

แหล่งข่าวได้ให้ข้อมูลต่อกับผู้สื่อข่าวว่า การกระทำนี้มาจากเจ้าหน้าที่ รพ.ศรีสะเกษคนหนึ่ง โดยสาเหตุที่กระทำเช่นนี้ เพื่อต้องการที่จะขายโปรแกรม BACK UP ฐานข้อมูลผู้ป่วย มีมูลค่าถึง 3 ล้านบาท ให้กับทาง รพ.ศรีสะเกษ และสาเหตุที่เจ้าหน้าที่คนนี้ทำระบบฐานข้อมูลผู้ป่วยตัวเดิมล่ม เนื่องจากต้องการให้มีการซื้อโปรแกรมกับเจ้าหน้าที่คนนี้ เหมือนเป็นการกระตุ้นให้ทาง รพ.ศรีสะเกษรีบซื้อโปรแกรม ไม่งั้นระบบของโรงพยาบาลก็จะล่มอยู่แบบนี้ตลอด

แหล่งข่าวได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เรื่องราวดังกล่าว ทางผู้บริหารระดับสูง ของ รพ.ศรีสะเกษ ได้รับทราบเรื่องแล้ว และได้เรียกตัวเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เข้าไปเพื่อพูดคุยแล้ว ซึ่งความผิดในเรื่องนี้ สร้างความเสียหายให้กับรัฐ ถึง 50 ล้านบาท อีกทั้งยังมีความผิดตามกฎหมาย ทั้งทางแพ่งและทางอาญา แต่ปรากฏว่าทุกวันนี้เจ้าหน้าที่คนนี้ยังทำงานปกติเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะเขามีเส้นสาย หรือคนใหญ่คนโตอยู่เบื้องหลังตามที่กล่าวอ้างจริงก็ได้

ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับ นพ.ชลวิทย์ หลาวทอง เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น นพ.ชลวิทย์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง ซึ่งขณะนี้ตนได้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว โดยตนได้กำชับให้คณะกรรมการเร่งดำเนินการสอบสวนให้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนที่สุด หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงจะดำเนินการทางวินัยและอาญาสถานหนักกับผู้กระทำผิดทันที

ส่วนที่มีการแอบอ้างว่า เส้นใหญ่มีแบ๊กหนุนหลังนั้น ขอเรียนว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกคนใน รพ.ศรีสะเกษ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตน ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามระเบียบวินัยของข้าราชการและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว หากทำผิดวินัยจริงไม่มีใครช่วยได้อย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...