ผอ.รพ.ศรีสะเกษ รับฐานข้อมูลผู้ป่วย 'ล่มจริง' หลังสะพัด ฝีมือคนในหวังขาย 'โปรแกรม' 3ล.
ผอ.รพ.ศรีสะเกษสั่งตรวจสอบกรณีมีข่าวลบข้อมูลผู้ป่วยใน Database ทั้งระบบ ทำให้ระบบ HIS ล่มทั้งระบบ ไม่สามารถให้การรักษาผู้ป่วยได้ กำชับเร่งทำการสอบสวนหากพบผิดจริงสั่งฟันไม่เลี้ยงทั้งวินัยและอาญา
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการโพสต์ในเพจชื่อดัง อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 6 ว่า
“มีการลบข้อมูลผู้ป่วยจริงหรือไม่..ลบเพื่อเหตุอะไรขายโปรแกรมหรืออย่างไร..ส่วนกลางและสื่อสังคมช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย โรงพยาบาลศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล (เป็นข้าราชการ) ได้ทำการลบข้อมูลผู้ป่วย ใน Database ทั้งระบบ ทำให้ระบบ HIS ล่มทั้งระบบ ไม่สามารถให้การรักษาผู้ป่วยได้ ผู้ป่วยที่เดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลต้องเดินทางกลับ โดยที่ยังไม่ได้รับการรักษา อีกทั้งข้อมูลเก่าสูญหาย ทำให้ไม่สามารถเรียกเก็บได้โรงพยาบาลสูญเสียรายรับเกือบ 50 ล้านบาท
โดยมีผู้หวังดีส่งแชตหลุดของผู้กระทำมา ซึ่งจะเห็นว่ามีการแอบอ้างว่ามีแบ๊คใหญ่ เป็นเด็กในสังกัดของ ผอ. โรงพยาบาลว่าเป็นใครไม่มีใครกล้าทำไร ซึ่งเรื่องนี้ทางผู้ใหญ่รับทราบ ได้แต่บอกจะดำเนินการ แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ ซึ่งมีการกระทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง สามารถตรวจสอบได้
โดยการกระทำดังกล่าวเพื่อที่จะเสนอขายโปรแกรมให้กับทางโรงพยาบาล เพื่อกินค่าหัวคิว จากแชตที่หลุด ซึ่งโดยปกติ การกระทำลักษณะนี้เป็นคดีอาญาและแพ่ง ทุกวันนี้คนที่กระทำยังเดินลอยหน้าลอยตาปกติในโรงพยาบาล โดยเหตุการล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4/7/2566 รายละเอียดสามารถตรวจสอบได้ครับ ซึ่งอาจจะเกิดอีกจากแชตที่หลุดมา ลองนึกถึงคนที่เดินทางมาจากต่างอำเภอ เจ็บป่วยหนักไม่ได้รับการรักษาจะมีผลกระทบยังไง อยากฝากให้ช่วยเป็นสื่อให้กับทางผู้ใหญ่ได้ดำเนินการครับ”
เพื่อเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่ รพ.ศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พบว่า บริเวณด้านหน้า รพ.มีญาติผู้ป่วยนำผู้ป่วยมาเข้ารับการรักษาพยาบาลจำนวนมาก และได้ติดต่อขอพบกับ นพ.ชลวิทย์ หลาวทอง ผอ.รพ.ศรีสะเกษ เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร ได้รับทราบว่า นพ.ชลวิทย์เดินทางไปราชการที่กรุงเทพฯ ส่วนแพทย์ พยาบาลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ได้ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเรื่องนี้ เนื่องจากว่าไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าว จึงได้โทรศัพท์ สอบถามไปยังแหล่งข่าวที่ให้ข้อมูลดังกล่าวนี้ ซึ่งจากการสอบถาม แหล่งข่าวได้ให้ข้อมูลว่า สาเหตุที่ตนให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะตนรู้สึกว่าผู้ป่วย ที่ต้องเดินทางจากต่างอำเภอเพื่อมารักษาใน รพ.ศรีสะเกษ แต่ปรากฏว่า ระบบข้อมูลผู้ป่วยหาย ไม่สามารถทำการรักษาได้ ทำให้ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างอำเภอต้องกลับบ้านก่อน แล้วค่อยกลับมารักษาใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เสียหายเป็นอย่างยิ่ง และถ้าหากเป็นครอบครัวเรา เจอเหตุการณ์อย่างนี้ จะรู้สึกอย่างไร
แหล่งข่าวได้ให้ข้อมูลต่อกับผู้สื่อข่าวว่า การกระทำนี้มาจากเจ้าหน้าที่ รพ.ศรีสะเกษคนหนึ่ง โดยสาเหตุที่กระทำเช่นนี้ เพื่อต้องการที่จะขายโปรแกรม BACK UP ฐานข้อมูลผู้ป่วย มีมูลค่าถึง 3 ล้านบาท ให้กับทาง รพ.ศรีสะเกษ และสาเหตุที่เจ้าหน้าที่คนนี้ทำระบบฐานข้อมูลผู้ป่วยตัวเดิมล่ม เนื่องจากต้องการให้มีการซื้อโปรแกรมกับเจ้าหน้าที่คนนี้ เหมือนเป็นการกระตุ้นให้ทาง รพ.ศรีสะเกษรีบซื้อโปรแกรม ไม่งั้นระบบของโรงพยาบาลก็จะล่มอยู่แบบนี้ตลอด
แหล่งข่าวได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เรื่องราวดังกล่าว ทางผู้บริหารระดับสูง ของ รพ.ศรีสะเกษ ได้รับทราบเรื่องแล้ว และได้เรียกตัวเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เข้าไปเพื่อพูดคุยแล้ว ซึ่งความผิดในเรื่องนี้ สร้างความเสียหายให้กับรัฐ ถึง 50 ล้านบาท อีกทั้งยังมีความผิดตามกฎหมาย ทั้งทางแพ่งและทางอาญา แต่ปรากฏว่าทุกวันนี้เจ้าหน้าที่คนนี้ยังทำงานปกติเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะเขามีเส้นสาย หรือคนใหญ่คนโตอยู่เบื้องหลังตามที่กล่าวอ้างจริงก็ได้
ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับ นพ.ชลวิทย์ หลาวทอง เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น นพ.ชลวิทย์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง ซึ่งขณะนี้ตนได้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว โดยตนได้กำชับให้คณะกรรมการเร่งดำเนินการสอบสวนให้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนที่สุด หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงจะดำเนินการทางวินัยและอาญาสถานหนักกับผู้กระทำผิดทันที
ส่วนที่มีการแอบอ้างว่า เส้นใหญ่มีแบ๊กหนุนหลังนั้น ขอเรียนว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกคนใน รพ.ศรีสะเกษ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตน ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามระเบียบวินัยของข้าราชการและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว หากทำผิดวินัยจริงไม่มีใครช่วยได้อย่างแน่นอน