ทำไมคนจากเกาะสวรรค์แดนใต้ของญี่ปุ่น “โอกินาว่า” จึงถูกกล่าวขานว่าอายุยืนนับร้อยปี
หลังจากโลกก้าวผ่านช่วงพีกของโควิด-19 มาได้ระยะใหญ่ ผู้คนก็หันมาสนใจและใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้นจนกลายเป็นเทรนด์แห่งยุค หลายคนก็ยังตั้งเป้าจะมีอายุยืนยาวตราบจนได้เห็นลูกหลานเติบโต แต่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า จากพื้นที่หลายล้านตารางกิโลเมตรบนโลกนี้ มีพื้นที่อยู่จำนวนหนึ่งที่ได้รับการเรียกขานว่า “บลูโซน” (Blue Zones) อันหมายถึงสถานที่ 5 แห่งที่ผู้คนมีอายุยืนยาว สุขภาพดี และมีความสุข
พื้นที่บลูโซน 5 แห่งประกอบด้วย ซาร์ดิเนีย ประเทศอิตาลี อีคารีอา ประเทศกรีซ โลมาลินดา ประเทศสหรัฐอเมริกา นิโคยา ประเทศคอสตาริกา และที่โด่งดังที่สุดจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจากเกาะสวรรค์แดนใต้ของประเทศญี่ปุ่นอย่าง “โอกินาว่า” ที่ที่ถูกกล่าวขานว่าผู้คนมีอายุยืนยาวเป็นร้อยปี
Syuhei Inoue / Unsplash
ไขปริศนาอายุยืนยาวแบบชาวใต้ของญี่ปุ่น
ในปี 2020 ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุเกิน 100 ปี มากกว่า 70,000 คน แต่ความน่าสนใจคือ หมู่บ้านโองิมิ ตอนเหนือของเกาะโอกินาว่า มีชาวบ้าน 15 คน อายุเกิน 100 ปี และมีชาวบ้าน 171 คน อายุเกิน 90 ปี ทำให้หมู่บ้านโองิมิมีป้ายหินเล็ก ๆ สลักเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า “ในวัย 80 คุณยังเป็นเด็ก ในวัย 90 ถ้าบรรพบุรุษมาเชิญไปสวรรค์ ขอให้พวกเขารอจนกว่าคุณจะอายุ 100 ปีแล้วค่อยพิจารณา”
เคร็ก ดี วิลล์ค็อกซ์ (Craig Willcox) ศาสตราจารย์สาธารณสุขศาสตร์และเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยโอกินาว่าอินเตอร์เนชันแนล และหนึ่งในผู้ร่วมวิจัยของOkinawa Centenarian Study การศึกษาเกี่ยวกับผู้สูงอายุชาวโอกินาว่าที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่น และเป็นการศึกษาครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาอธิบายว่า ปัจจัยหลัก 3 ประการที่มีผลต่ออายุยืนยาวของคนโอกินาว่า ได้แก่ อาหาร วิถีปฏิบัติทางสังคม และพันธุกรรม โดย 2 ใน 3 ของปัจจัยทั้งหมดเกี่ยวพันกับ “อาหาร” และ “วิถีชีวิต” และส่วนที่เหลือเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม
Okinawa Research Center for Longevity Science
ให้ “อาหาร” กลายเป็น “ยา” ของชีวิต
“nuchi gusui” คือวลีของชาวโอกินาว่าที่แปลว่า “ให้อาหารเป็นยาของคุณ” ก่อนปี 1960 อาหารหลักของคนโอกินาวา คือ “มันเทศ” ก่อน “ข้าวขาว” จะเริ่มเข้ามาแทนในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้คนโอกินาว่าที่มีอายุมากกินอาหารที่มี “พืช” เป็นองค์ประกอบหลักมาตลอดชีวิต คืออาหารประเภทมันหวาน ข้าวขาว ผัก ถั่ว ธัญพืช และเต้าหู้ โดยกินอาหารในกลุ่มเนื้อสัตว์และปลาแค่เพียง 2% เท่านั้น ถึงอย่างนั้นอาหารหลักของคนโอกินาว่า ก็เป็นอาหารกลุ่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่แคลอรี่ต่ำ ซึ่งรูปแบบของอาหารที่คนโอกินาว่าดั้งเดิมกินนี้มีส่วนในการช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด ทั้งยังช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ
ให้ “วิถีปฏิบัติทางสังคม” สนับสนุนผู้สูงวัย
นอกจากอาหาร “วิถีปฏิบัติทางสังคม” ที่ไม่เหมือนใคร ก็ทำให้ผู้สูงอายุชาวโอกินาว่ามีอายุที่ยืนยาวเช่นเดียวกัน อย่างเช่นแนวคิด “อิคิไก” (Ikigai) หรือแนวทางการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและมีความหมาย คนโอกินาว่ายอมรับว่าแนวคิดอิคิไกของตนเอง ทำให้ชีวิตของพวกเขามีจุดมุ่งหมาย มีความรับผิดชอบ และมีเหตุผลชัดเจนในการใช้ชีวิตแต่ละวัน และวิธีดำเนินชีวิตภายใต้ปรัชญาแบบอิคิไก ทำให้สังคมสามารถรวบรวมผู้คนตัวเล็ก ๆ เข้ามาหากัน อย่างกลุ่มทอผ้าบะโชฟุของหมู่บ้านโองิมิที่ทำให้กลุ่มสตรีสูงอายุได้ทำงาน ได้รับความเคารพ และได้รายได้เพิ่มด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ชาวโอกินาว่ายังมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง “โมไอ” (moai) หรือว่ากลุ่มคนที่มาพบปะกันเป็นประจำ แบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ พูดคุยเรื่องความสนใจ และสนับสนุนช่วยเหลือกันและกันในยามคับขัน “โมไอ” จะสนับสนุนสมาชิกทางด้านอารมณ์และการเงิน ทำให้สมาชิกใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ ว่าจะมีคนคอยช่วยเหลือตลอดเวลา อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือบทบาทการเป็นผู้นำของผู้หญิงโอกินาว่าในด้านศาสนาที่ได้ช่วยลดอัตราการฆ่าตัวตายในโอกินาว่าให้น้อยลงเป็นเวลาหลายปีและอยู่ในกลุ่มต่ำที่สุดในเอเชียตะวันออกที่รู้กันดีว่าเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงในหมู่สตรีสูงอายุ แม้จะยังไม่มีการศึกษามากเพียงพอจะยืนยันการเชื่อมโยงระหว่างศาสนา จิตวิญญาณ ความชราภาพ และสุขภาพได้ก็ตาม
“พันธุกรรม” มีส่วนกำหนดอายุขัย
อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาของ Okinawa Centenarian Study บอกว่า ในโอกินาว่ามีความแปรปรวนทางพันธุกรรมน้อยกว่าพื้นที่อื่น ๆ ของญี่ปุ่น อันเนื่องมาจากการแต่งงานตามประเพณีภายในหมู่บ้านและการแยกตัวตามภูมิศาสตร์ โดยปัจจัยเหล่านี้เป็นตัวช่วยสนับสนุนการรวมกลุ่มของ “ตัวแปรทางพันธุกรรม” นำไปสู่ “ฟีโนไทป์” หรือสิ่งที่เรียกว่า “ลักษณะปรากฏ” ที่เด่นชัดอย่าง “อายุยืนยาว” ได้นั่นเอง และจากการศึกษาแฝดเหมือนภายในพื้นที่นี้ ยังทำให้สามารถคาดเดาได้ว่า พันธุกรรมส่งผลเพียง 1 ใน 3 ต่อการมีอายุยืนยาวของคนคนหนึ่ง และการศึกษาแฝดอื่น ๆ ก็คาดว่าพันธุกรรมส่งผลต่ออายุที่ยืนยาวราว 25-30% แต่ก็มีบางการศึกษาเช่นเดียวกันที่แย้งว่า พันธุกรรมอาจจะส่งผลเกือบครึ่งให้คนคนหนึ่งมีอายุขัยที่ยาวนาน
อายุยืนยาวไม่ได้คงอยู่ถาวร แต่ต้องการวิถีปฏิบัติ
เพราะ “อายุยืนยาว” ไม่ได้อาศัยแต่เพียงพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ 2 ใน 3 เป็นผลมาจากวิถีชีวิตและพฤติกรรม จึงไม่ใช่คนโอกินาว่าทุกคนที่จะมีอายุยืนอีกต่อไป
ในปี 1980 คนโอกินาว่ามีอายุขัยเฉลี่ยสูงที่สุดในประเทศ ผู้ชายมีอายุอย่างน้อย 84 ปี และผู้หญิงจะมีอายุราว 90 ปี แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ยั่งยืนอยู่ตลอดไป
ปี 1990 อายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายโอกินาว่าอยู่อันดับ 5 แต่ในปี 2020 ขยับมาอยู่ในอันดับ 36
ปี 2005 อายุขัยเฉลี่ยของผู้หญิงโอกินาว่าอยู่อันดับต้น ๆ แต่ในปี 2020 ขยับมาอยู่ในอันดับ 7
จากการสำรวจสำมะโนประชากรของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ ประเทศญี่ปุ่น พบว่า ในปี 2020 อายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายโอกินาว่า คือ 80.27 ปี ส่วนอายุขัยเฉลี่ยของผู้หญิงโอกินาว่า คือ 87.44 ปี หรือเรียกได้ว่าหลังเดินทางผ่านเวลาราว 40 ปี คนโอกินาว่าทั้งชายหญิงมีอายุเฉลี่ยลดลงราว 3 ปี
มาโกโตะ ซูซูกิ อดีตแพทย์โรคหัวใจและผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์วิจัยโอกินาว่าเพื่อวิทยาศาสตร์อายุยืนอธิบายว่า สาเหตุที่อายุขัยของชาวโอกินาว่ากำลังลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะคนหนุ่มสาวไม่สามารถเดินตามวิถีของคนรุ่นก่อนได้ โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะอิทธิพลจากสังคมภายนอกที่มีต่อการเลือกอาหารและวิถีชีวิตของผู้คนบนเกาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิทธิพลทางสังคมจากสหรัฐอเมริกาที่เคยตั้งฐานทัพอยู่บนเกาะแห่งนี้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้วัฒนธรรมอเมริกันบางอย่างถูกส่งต่อมาให้คนในท้องถิ่น อย่างเช่นฟาสต์ฟู้ดและอื่น ๆ
รายงานเกี่ยวกับสารอาหารหลักของชาวโอกินาว่าแสดงให้เห็นถึงปริมาณสารอาหารที่เปลี่ยนแปลงจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ในอดีตผู้คนโอกินาว่ากินอาหารในสัดส่วนคาร์โบไฮเดรต 85% โปรตีน 9% และไขมัน 6% แต่ในปัจจุบันสัดส่วนเปลี่ยนแปลงเป็นคาร์โบไฮเดรต 58% โปรตีน 15% และไขมัน 28%
โดยเขาอธิบายถึงวิถีชีวิตแบบคนโอกินาว่าในยุคของเขาว่า อาหารโอกินาว่าจะประกอบด้วยผักและผลไม้ท้องถิ่น รวมไปถึงเต้าหู้ ปลา และเนื้อสัตว์ในปริมาณเล็กน้อย ตอนเด็ก ๆ เขากินเนื้อสัตว์ประมาณสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นและยังคงติดเป็นนิสัยมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนั้น สมัยเด็กเขายังมักจะเดิน ปีนเขา และยิงธนู รวมถึงดำเนินชีวิตตามหลักอิคิไกที่เขาเชื่อว่ามีความสำคัญมาก ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ
Sho K / Unsplash
ซูซูกิบอกว่า “ปัจจุบันงานพาร์ตไทม์ในโรงพยาบาลของผมยุ่งมากและนั่นคืออิคิไกของผม” และ “การได้ช่วยเหลือคนที่กำลังป่วยสำคัญกับผม ผมไม่ถือว่าพวกเขาเป็นคนไข้ แต่เห็นพวกเขาเป็นเพื่อน การได้อยู่กับเพื่อนช่วยผมให้ก้าวผ่านความโดดเดี่ยวและความเหงา หลังจากภรรยาผมเสียชีวิต ผมมักจะไปโรงพยาบาลตอนกลางคืนเพื่ออยู่กับเพื่อน ๆ ที่นั่น เพราะความโดดเดี่ยวและความเหงาเป็นสิ่งอันตรายสำหรับคนชรา”
สอดคล้องกับความเห็นของ โทโมโกะ โอวะ รองศาสตราจารย์คณะแพทยศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยริวคิว ที่ยอมรับว่า อิทธิพลจากภายนอกมีผลกระทบเชิงลบต่อความเป็นอยู่ของชาวเกาะโอกินาว่า เพราะโอกินาว่าที่มีชื่อเสียงในฐานะสถานที่ที่ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายจนถึงวัยชรานั้นเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในปีหลังจากสงคราม ผู้คนต่างแดนย้ายเข้ามาและนำวัฒนธรรมมาด้วย คนท้องถิ่นค่อย ๆ ผสมผสานกับผู้มาใหม่ อาหารการกินและประเพณีก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย นอกจากอาหารแล้ว โอวะยังเชื่อว่า วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากการทำงานหนักและเร่งรีบเช่นเดียวกับชาวญี่ปุ่นบนแผ่นดินใหญ่ ก็ทำให้เวลาพักผ่อน รวมถึงเวลาที่ใช้กับครอบครัวและเพื่อน ๆ ของชาวโอกินาว่าลดลง
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่สามารถมีชีวิตยาวนานเท่ากับปู่ย่าตายายของพวกเขา แต่คนโอกินาว่ารุ่นเยาว์หลายคนก็พอใจกับวิถีชีวิตในปัจจุบันของตัวเอง หรือ “วิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นยุคใหม่” ที่อาจจะต้องทำงานล่วงเวลา กินข้าวกลางวันจากร้านสะดวกซื้อ ออกไปดื่มกับเพื่อนร่วมงานในตอนเย็น และยืนยันว่ายากจะปรับตัวกลับสู่วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมอย่างที่บรรพบุรุษทำมา
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับคนโอกินาว่าจึงสามารถยืนยันได้ว่า “วิถีชีวิต” มีความสำคัญอย่างสูงยิ่งต่อสุขภาพและอายุขัยของผู้คน เริ่มต้นตั้งแต่วิธีคิด จิตใจ อาหาร การออกกำลังกาย ไปจนถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัว
ที่มา : บทความ “Japan: What’s behind Okinawans’ falling life expectancy?” โดย Julian Ryall Tokyo จาก www.dw.com/en
บทความ “This island unlocked the secret to long life—and knows how to get through tough times” โดย ROB GOSS จาก www.nationalgeographic.com
บทความ “Okinawa, Japan Secrets of the world’s longest-living women.” จาก www.bluezones.com
บทความ “What Is the Okinawa Diet? Foods, Longevity, and More” จาก www.healthline.com
บทความ “The OCS Study” และ “The OCS Study Part 2” โดย Okinawa Research Center for Longevity Science จาก https://orcls.org
บทความ “The Secret of Okinawan Longevity” โดย Okinawa Convention & Visitors Bureau จาก https://visitokinawajapan.com
บทความ “Longevity of Okinawans and Healthy Aging in Blue Zones” โดย Mark Stibich, PhD จาก www.verywellhealth.com
เรื่อง : Techa S.