โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หวังเหว่ย” นักบินพลีชีพแดนมังกร ผู้จุดประกายให้จีนปฏิรูปกองทัพและกำเนิดเครื่องบินขับไล่ “J-20”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 20 เม.ย. 2567 เวลา 05.02 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2567 เวลา 04.57 น.
ภาพ : Baidu

เมื่อมีการขึ้นบินหรือปฏิบัติหน้าที่ สิ่งที่นักบินจะต้องทราบและเตรียมใจ คือ ยามขึ้นไปทำภารกิจ พวกเขาอาจไม่ได้กลับมายืนอยู่บนพื้นดินผืนนี้อีกครั้ง และอาจถูกจารึกชื่อไว้ในอนุสรณ์สักแห่งหน แต่การจากไปของนักบินนามว่า “หวังเหว่ย”ไม่เพียงแค่สลักลงบนแท่นผู้กล้าหาญและเป็นฮีโร่ในใจของผู้คน ทว่ายังเป็นชนวนสำคัญซึ่งนำมาสู่การปฏิรูปกองทัพเรือและอากาศของจีนให้เข้าสู่สมัยใหม่

ย้อนไปในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 2001 เมื่อเสียงสัญญาณเตือนดังไปรอบบริเวณ เหล่าชายชาติทหารภายใต้สังกัดกองทัพเรือแห่งกองทัพปลดแอกประชาชน (The people’s liberation army/PLA) ต่างรู้ทันทีว่าอีกไม่นานตนเองจะต้องขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่บนฟากฟ้าอีกครั้ง

“หวังเหว่ย”ก็เป็นหนึ่งในนักบินที่ต้องรับภารกิจ หลังจากเติบโตในเมืองหูโจว มณฑลเจ้อเจียง เขาก็เข้าศึกษาในโรงเรียนการบินทหาร เป็นนักเรียนนายร้อย มีความใฝ่ฝันมาทั้งชีวิตว่าจะได้ช่วยเหลือประเทศ กระทั่งจบการศึกษาในปี 1991 เขาก็เข้าร่วมกองกำลังการบินของกองทัพเรือ เพื่อปกป้องประตูแดนใต้ของประเทศให้ปลอดภัยและมั่นคง

ภารกิจสำหรับวันนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากเดิมมากนัก นั่นก็คือติดตามเครื่องบินสอดแนมจากต่างชาติ ที่รุกล้ำเข้ามาในเขตน่านฟ้าจีน

หวังเหว่ยเข้าประจำการบนเครื่องบินขับไล่ J-8 เพื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างที่เคย เขาได้รับสั่งว่า มีเครื่องบินสอดแนมจากสหรัฐอเมริกาลำหนึ่งล่วงล้ำเข้ามาในเขตแดนของจีน

หลังจากทะยานขึ้นมาอยู่บนแผ่นฟ้า หวังเหว่ยก็ทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดศัตรูออกไปทว่าความโชคร้ายก็บังเกิดขึ้น เมื่อเครื่องบินของสหรัฐฯ กลับเข้ามาเฉี่ยวชน

คำให้การของกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า ในวันนั้นเครื่องบิน EP-3 (เครื่องบินของสหรัฐฯ) เข้ามาใกล้น่านฟ้าเหนืออาณาเขตของจีน โดยมีจุดประสงค์ลาดตระเวนหาข่าว ทำให้กองทัพจีนต้องส่งเครื่องบินขับไล่ของตนเองขึ้นไป 2 ลำ เพื่อติดตามและตรวจดูการกระทำของสหรัฐฯ

แต่แล้ว EP-3 กลับเบนหัวกะทันหันเข้ามาใกล้และกระแทกทำความเสียหายต่อเครื่องบินจีน 1 ลำ นั่นก็คือเครื่องบินของ “หวังเหว่ย”ทั้งสหรัฐฯ ยังฝ่าฝืนกฎการบินด้วยการบินเข้าเขตน่านฟ้าของจีน และลงจอดที่สนามบินหลิงสุ่ย บนเกาะไห่หนาน โดยไม่ได้รับอนุญาต

ด้านสหรัฐฯ ก็ได้ออกมาโต้ตอบว่า สิ่งที่จีนกล่าวอ้างมานั้นไม่เป็นความจริง เป็นเครื่องบินลาดตะเวนทั้ง 2 ลำของจีนเองที่เข้ามาสกัดกั้น ทำให้พื้นผิวเครื่องเสียหายระหว่างสัมผัสกัน จนมีความจำเป็นต้องลงจอดที่สนามบินจีน

แม้ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นจะไม่สามารถชี้ชัดได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและไม่มีทางเปลี่ยนแปลงคือ หวังเหว่ย เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่

แม้จะพยายามโดดร่มชูชีพออกมาแต่ก็ไม่เกิดผล ทางการจีนและสหรัฐฯ พยายามเร่งหาตัวหวังเหว่ยให้พบ ทั้งใช้เครื่องบินประมาณ 110 ลำ เรือรบกว่า 100 ลำ และเรืออื่น ๆ อย่างน้อย 1,000 ลำ รวมถึงเรือกู้ชีพ เรือประมง และเรือพลเรือน พร้อมผู้คนมากกว่า 55,000 คน แต่วันเวลาผ่านไปก็ยังไร้วี่แวว จนในที่สุดรัฐบาลจีนก็ออกมาประกาศว่า หวังเหว่ยเสียชีวิตลงในวัย 33 ปี หลังจากที่เขาได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติอย่างสุดความสามารถ

เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่เพียงสร้างความเศร้าสลดเสียใจแก่รัฐบาลจีนภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีเจียง เจ๋อเหมิน แต่ยังรวมไปถึงประชาชนชาวจีนจำนวนมาก

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางการทูตจีนจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้สหรัฐฯ ออกมารับผิดชอบ เช่น ให้พิจารณาการประท้วงและการเรียกร้องของจีนต่อเหตุการณ์วันที่ 1 เมษายนอย่างถี่ถ้วน, ให้คำอธิบายที่น่าเชื่อถือว่าเครื่องบินละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างไรบ้าง, ให้สหรัฐฯ ดำเนินมาตรการการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย, ให้สหรัฐฯ ยอมรับความจริง และขอโทษจีนด้วยความจริงใจ

ช่วงแรก สหรัฐฯ ยังมีท่าทีไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง และมองว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น ก่อนที่ต่อมา ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ของสหรัฐฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะส่งจดหมายและออกมาขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ความตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติมหาอำนาจค่อยผ่อนคลายลงบ้าง

ความสูญเสียในกรณีหวังเหว่ย ทำให้ต่อมา จีนได้เร่งพัฒนากองกำลังการบินของตนเองเพื่อทัดทานประเทศอื่นโดยเฉพาะสหรัฐฯ

จีนเริ่มต้นวิจัยและสร้างเครื่องบินขับไล่ล่องหนลำแรกของประเทศ ที่เรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพอย่างมากขึ้นมาในปี 2007 โดยมีชื่อว่า“J-20”คุณสมบัติของมันนับว่าเก่งกาจสมกับที่จีนยอมลงทุนลงแรง เพราะ J-20 สามารถหลบหลีกการตรวจจับของเรดาห์ เดินทางได้ถึง 5,926 กิโลเมตร หรือหากเทียบก็สามารถทำให้จีนถึงไต้หวันได้ในเวลาอันน้อยนิด มีขนาดปีกที่ใหญ่ ยาว และสามารถบรรจุเชื้อเพลิงและอาวุธได้มากกว่าเครื่องบินรบยุคที่ 5 ของสหรัฐฯ อย่าง F-22และ F-35ซึ่งถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของเครื่องบินใหม่แกะกล่องของจีน

แม้บางส่วนของ J-20 จะมีข้อด้อยที่พ่ายให้กับ F-22 และ F-35 อยู่บ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหน่วยการบินของกองทัพเรือจีนนั้นได้พัฒนาไปอีกขั้น

หวังเหว่ย เปรียบเสมือนฮีโร่ผู้ปกป้องจีนจากการรุกรานภายนอก เป็นแรงบันดาลใจให้นักบินคนอื่น ๆ ทั้งการจากไปของเขายังเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้จีนมีพัฒนาการด้านเทคโนโลยีการบินขึ้นไปอีกขั้น ทุก ๆ ปี ชาวจีนในหลายพื้นที่จะจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงความสูญเสียนี้ เพื่อไม่ให้วีรกรรมของ “หวังเหว่ย” จางหายไปตามกาลเวลา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ฉันทิมา อ่องสุรักษ์. “หมากการทูตกรณีเครื่องบินจีนและอเมริกาชนกันกลางอากาศ.” วารสารสังคมศาสตร์ 31, 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2543): 236-261.

http://eng.chinamil.com.cn/2022special/2022-07/29/content_10174188.htm

https://www.scmp.com/news/china/diplomacy/article/3004383/how-mid-air-collision-near-hainan-18-years-ago-spurred-chinas

https://warriormaven.com/air/the-chinese-j-20-vs-us-air-force-f-22

https://www.globaltimes.cn/page/202204/1257396.shtml

www.airandspaceforces.com/article/0701china/

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 สิงหาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หวังเหว่ย” นักบินพลีชีพแดนมังกร ผู้จุดประกายให้จีนปฏิรูปกองทัพและกำเนิดเครื่องบินขับไล่ “J-20”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...