โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘น้องบอสของคุณแม่อายุ 29’ เมื่อดาวน์ซินโดรมเป็นดาว TikTok ได้เพราะมีครอบครัวเชียร์อยู่ข้างๆ

becommon.co

อัพเดต 28 ส.ค. 2566 เวลา 14.05 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2566 เวลา 07.54 น. • common: Knowledge, Attitude, make it Simple

‘น้องบอสของคุณแม่อายุ 29’เป็นช่อง TikTok ที่เล่าชีวิตสนุกๆ ของ ‘บอส’ แม้ปัจจุบันเธออายุย่างเข้า 30 แล้ว แต่ทุกคนก็ยังพร้อมใจกันเรียกเธอว่า ‘น้องบอส’

ด้วยความน่ารัก สดใส ขี้เล่น ของบอส ที่ใครได้เห็นเป็นต้องอมยิ้ม ทำให้เธอมีผู้ติดตามบน TikTok กว่าครึ่งล้าน ดังไม่ดัง ไปเดินห้างทีไรเป็นอันต้องแฟนๆ แวะเข้ามาทักทาย

บอส – จุทรามาศ วรพงศากร

บอส – จุทรามาศ วรพงศากรเป็นพี่สาวคนโตในบรรดาพี่น้องทั้ง 3 คนของบ้าน ‘วรพงศากร’อย่างที่ทุกคนคงทราบดีอยู่แล้ว เธอเป็นเด็กพิเศษในกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม ซึ่งเป็นโรคที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมมาตั้งแต่กำเนิด ทำให้พัฒนาการช้ากว่าเด็กทั่วๆ ไป แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะสิ่งนี้กลับทำให้เธอโดดเด่นกว่าใครๆ

บอสเป็นคนที่อารมณ์ดี ตบมุกเก่ง หยอกล้อกับคนอื่นๆ ได้ นั่นเป็นเหตุผลที่ใครได้รู้จักบอสต่างก็ชื่นชอบเธอ หากมองให้ลึกลงไป เราจะเห็นได้ว่าที่บอสเติบโตมาได้อย่างดีจนเป็นที่รักของทุกคนได้อย่างนี้ นั่นเป็นเพราะพลังของครอบครัวที่เข้มแข็งและอบอุ่น ซึ่งคอยซัพพอร์ตอยู่ข้างๆ เธอเสมอ

(ซ้ายไปขวา) อิง แม่นาง บอส และมีมี่

เราจึงอยากชวนทุกคนไปคุยกับ แม่นาง – สงบ วรพงศากรและน้องสาวทั้งสองของเจ้บอสอิง – ปิยธิดาและ มีมี่ – ณัฐริการ์ ที่นอกจากจะเป็นคุณแม่ เป็นน้องสาวแล้ว ยังเป็นทั้งเพื่อน เป็นตากล้อง เป็นกองเชียร์ เป็นคนพาไปช้อปปิง เป็นคนสั่งของอร่อยมาให้ และเป็นแทบจะทุกอย่างแล้วให้กับเจ้บอสคนนี้

กว่าจะเป็น ‘น้องบอส’ ขวัญใจชาว TikTok

การเป็นดาว TikTok เริ่มต้นขึ้นตอนไหน

อิง : ป๊าบอกว่าอยู่บ้านก็ถ่ายเจ้ลงบ้างสิ เพราะเขาเห็นคนถ่ายคลิปกันเยอะมาก เราก็ไม่รู้นะว่าบ้านอื่นเป็นอย่างไร แต่เด็กดาวน์ซินโดรมบ้านเราพูดรู้เรื่อง ป๊าบอกว่าเจ้เนี่ยเป็นคนเก่งนะ เจ้ต้องดังแน่ๆ

บอส : เธอไม่ต้องเกร็ง (บอกตัวเอง)

อิง : แม่ก็เลยโพสต์คลิปบอสกินแซลมอน เพราะเขาชอบกินแซลมอนมาก ผ่านไปคืนเดียวก็มีคนก็เข้ามาดูเป็นล้าน ตอนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่โพสต์ เพราะตอนแรกแม่ก็ถ่ายเกี่ยวกับวันพระ ถ่ายดอกไม้ที่เขาชอบ พอเริ่มถ่ายเจ้ก็ดังเลย คนดูเป็นล้าน มีคนมาติดตาม ถือว่าคลิปนั้นเป็นคลิปแจ้งเกิดก็ว่าได้

แม่นาง : ก็ไม่คิดว่าจะดัง ไม่คิดว่าจะมีคนมาดูเขาเยอะขนาดนี้ ทำมาประมาณปีกว่า หลังจากนั้นก็มีคลิปบอสขอตังค์ปะป๊า คนยิ่งเข้ามาติดตามเต็มเลยทีนี้

อิง : เป็นเรื่องชีวิตประจำวันของพวกเรา มีบางคลิปที่ลูกค้าจ้าง อย่างคลิปรีวิวที่ LOFT เราก็จะต้องเทรนด์เขาก่อนว่าต้องพูดแบบนี้นะเจ้ ต้องท่องนะเจ้ เพราะว่าเขาจ้างเรามา แล้วเขากลับมาจ้างเราซ้ำด้วยนะ (หัวเราะ)

@mamanongboss♬ เสียงต้นฉบับ – Nangnang❤️🥰 – น้องบอสของคุณแม่ อายุ29

คลิปแจ้งเกิดของบอส

พอกลายเป็นดาว TikTok แล้วชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

แม่นาง : ไปไหนก็มีแต่คนรู้จัก คุณพ่อไปไหนก็มีคนมาทักว่าเจอคุณพ่อที่นั่น ที่นี่ บอสจะดีใจมากถ้ามีใครเข้ามาทักเขา

อิง : เวลาเธอไปห้างเธอต้องเจอเอฟซีถ้าไม่เจอเธอจะเสียใจใช่ไหม

บอส : ไม่เป็นไร โอเคอยู่

แม่นาง : จริงเหรอลูก (หัวเราะ)

มีมี่ : แล้วคนมาทักเยอะไหม

บอส : เยอะเลย

มีมี่ : ดีใจไหม

บอส : ดีใจมากเลยหมี

อิง : ตอนวันเกิดเขาเอฟซีทักมาขอที่อยู่เต็มเลย เพราะจะส่งของมาให้ ตอนนี้เจ้มีกิ๊บติดผมเป็นร้อยๆ อันแล้ว

พอมีแฟนๆ ก็เลยได้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้วย

บอส : ทำงาน ไลฟ์สด

อิง : บ้านเราจะมีแจกรางวัลทุกไตรมาส ป๊าก็จะให้บอสไปช่วยไลฟ์ ช่วยจับรางวัล

แม่ : ได้ค่าจ้างเท่าไหร่คะ

บอส : 10 ล้าน

ทุกคน : โห ! 10 ล้านเลยเหรอ

อิง : ที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อว่า NPV

บอส : ดีมากเลยของพ่อฉันเอง

มีมี่ : ชอบผลิตภัณฑ์ไหนที่สุด

บอส : ชอบได้ตังค์

อิง : ไม่ใช่ หมายถึงชอบใช้อะไรมากที่สุด

บอส : ปลั๊กพ่วง

นอกจากไอแพด ก็มีปลั๊กพ่วงนี่แหละ ที่เป็นสิ่งที่บอสขาดไม่ได้เลย

พี่คนโต ลูกสาว และดาวน์ซินโดรม

ด้วยสกิลที่ตบมุกได้ หัวไวเป็นที่หนึ่งของบอส ทำให้เธอกลายเป็นขวัญใจชาว TikTok ได้ไม่ยาก แต่ใครจะเชื่อว่าเมื่อครั้งยังเด็ก เธอแทบจะฟังไม่ได้ศัพท์และไม่สื่อสารกับคนอื่น ผิดกับปัจจุบันราวฟ้ากับดิน ซึ่งครอบครัวต้องผ่านวิกฤติครั้งใหญ่และอดทนใช้เวลาอยู่นานกว่าบอสจะกลายเป็นดาว TikTok เจอกล้องปุ๊บ พูดได้ปั๊บ ราวกับมืออาชีพ อย่างทุกวันนี้

เรื่องราว ‘ลูกสาวคนแรก’ ของแม่นาง

แม่นาง : คุณแม่ท้องนาน 10 เดือน สงสัยว่าทำไมไม่คลอดสักที ก็เลยไปหาคุณหมอ หมอบอกว่าเกินกำหนดแล้วเลยให้เราไปนอนโรงพยาบาล ผ่านไป 4 วันเขาก็ยังไม่คลอดสักทีเลยตัดสินใจผ่า ตอนเกิดมาเขาหนักมากเลย เกือบ 4 โล ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าลูกเป็นอะไร เขาจะยกมือท่าทางแปลกๆ ลูกไม่ร้อง ไม่รู้สึกอะไรเลย ก็เลยสงสัยว่าทำไมเป็นแบบนี้ จนกระทั่ง 2 เดือนผ่านไป คุณหมอก็โทรมาบอกเรา

ตอนที่รู้ว่าบอสเป็นดาวน์ซินโดรม แม่นางรู้สึกอย่างไร

แม่นาง : ตกใจนะ แต่รู้สึกถึงความเงียบไปชั่วขณะ เราสงสารลูกมากและคิดว่าจะเลี้ยงดูเขาให้ดีที่สุด มองหน้าป๊าแล้วก็บอกป๊าว่าไม่เป็นไรนะ

เขาเป็นลูกคนแรกในครอบครัวคนจีน อากง อาม่า เขาจะบอกว่าเฮงๆ อาม่าบอกว่าเขาเกิดมาให้โชค อาม่าก็บอกว่าเด็กแบบนี้เขาเกิดมาดี ต้องเลี้ยงเขาดีๆ แต่ก่อนตอนที่เรายังอยู่บ้านเดียวกันกับอาม่า เราก็ช่วยกันเลี้ยง

รับมืออย่างไรกับการเลี้ยงลูกคนแรกที่เป็นดาวน์ซินโดรม

แม่นาง : เราพยายามเลี้ยงเขาด้วยตัวเอง เลี้ยงตามปกติ เพียงแต่พัฒนาการของเขาจะช้ามากๆ เขาเพิ่งหัดคลานตอน 2 ขวบ เริ่มหัดเดินตอน 3 ขวบ ยิ่งแต่ก่อนเขาจะไม่พูดเลยและเป็นคนอารมณ์ร้อนมาก

อิง : ยิ่งตอนเด็กๆ เวลาไปห้างคลาดสายตาไม่ได้เลย เขาชอบหนี ชอบหาย

แม่นาง : เพิ่งจะมาพูดรู้เรื่อง พูดเก่งตอนผ่าตัดหัวใจเสร็จ ประมาณ 10 ขวบ

อยากให้เล่าถึงการผ่าตัดครั้งนั้นที่เปลี่ยนชีวิตของบอสและครอบครัว

แม่นาง : ผ่าตัดหัวใจ ครั้งแรกที่แม่รู้ว่าเขาเป็นหัวใจคือตอนอายุ 8 ขวบ เราพาเขาไปหาหมอที่คลินิก แล้วคุณหมอทักว่าน้องเล็บเขียว คุณแม่ต้องพาน้องไปเช็คร่างกายแล้วนะ ตอนนั้นผอมมาก น้ำหนักแค่ 8 กิโลฯ เราเลยพาไปโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนคุณหมอเขาก็แนะนำให้ฉีดสี ถึงรู้ว่าหัวใจเขารั่วหมดเลยทั้ง 4 ห้อง

จากนั้นคุณหมอก็ส่งต่อให้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คุณหมอที่นั่นบอกว่าถ้าเขาเปลี่ยนหัวใจ เขาจะอยู่ได้แค่ปีเดียว แต่ถ้าผ่าตัด เปอร์เซ็นต์รอดจะไม่มีเลย เราก็คิดกันกับคุณพ่อว่าจะทำอย่างไรดี ถ้าเปลี่ยนหัวใจเขาอยู่ได้แค่ปีเดียว แต่ถ้าผ่าตัด ถ้าดวงลูกยังอยู่กับเรา เขาก็จะได้อยู่กับเราไปตลอดชีวิต เลยตัดสินใจผ่าตัด คุณหมอบอกว่าถ้าภายใน 7 วันยังไม่ฟื้น ก็เตรียมทำใจได้เลย ตอนนั้นเราวิ่งหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระแม่อุมา แล้วบอกว่าเราจะไม่กินเนื้อตลอดชีวิตเลย

เขาอยู่ห้องไอซียู ตอนนั้นสายระโยงระยางเต็มตัวเยอะมาก จนอาม่าเห็นแล้วเป็นลม จนกระทั่งเขาฟื้นในวันที่ 6 คำแรกที่เขาพูดคือ “ซี่ๆ”

บอส : เป๊บซี่

แม่นาง : เอาน้ำเปล่าหยอดเขาถุยออกมาหมด เลยบอกคุณหมอว่าน้องชอบกินเป๊บซี่มาก พยาบาลเลยไปกดเป๊บซี่มาให้ หยอดเข้าไป โอโห น้องดูดใหญ่เลย (หัวเราะ)

บอส : รู้ล่ะซี้

แม่นาง : แต่ตอนนี้เปลี่ยนแล้ว แต่ก่อนชอบกินเป๊บซี่ แต่กระเพาะไม่ดี ต้องไปนอนโรงพยาบาล 3 คืน คุณหมอเลยให้กินโค้กแทน แค่วันละ 1 ขวด

หลังผ่าตัดเป็นอย่างไรบ้าง

แม่นาง : พอผ่าตัดเสร็จ น้ำหนักก็ขึ้น ตอนนั้นเขาได้เลือดเยอะด้วย ก็ดีเลย เริ่มคุย เริ่มพูดรู้เรื่อง แล้วก็พูดเก่งมากๆ เพราะว่าเขาดู ‘เป็นต่อ’ ด้วย ดูทุกตอนเลยนะ ชอบใครคะ

บอส : พี่ยม พี่อู๊ด

อิง : เขาชอบดูหนัง แล้วเขาก็พูดตามหนัง เราก็ปล่อยให้เขาดู ทุกวันนี้ก็ยังดูอยู่

มีมี่ : เขาจะเปิดซีดีในทีวี แล้วก็จะใช้ไอแพดถ่ายจากหน้าจอทีวีอีกที เวลาไปไหนเขาก็จะเปิดดูคลิปนั้นจากไอแพด

แม่นาง : ถ้ามีใครเข้ามาเสียงดัง เขาก็จะบอกว่า เฮ้อ ต้องทำใหม่อีกแล้ว

อิง : ถ่ายทำไมไม่รู้ ถ่ายทั้งวัน แล้วก็ห้ามเข้าไปเสียงดัง เพราะเขาจะต้องถ่ายใหม่ เขาไม่ชอบใช้อินเทอร์เน็ต ไม่รู้เป็นอะไร ก็ดูในเน็ตได้ (หัวเราะ)

บอส : ไม่เหมือนกันนะน้องหญิง

(ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน)

กระเป๋าใส่ซีดีหนาปึ้กของบอส

ก่อนจะช่างพูด ช่างเจรจาอย่างทุกวันนี้ บอสตอนเด็กๆ เป็นอย่างไร

แม่นาง : เขาดื้อมาก มีประวัติเอามีดโกนเฉือนน้องอิงตรงขาสองฝั่ง แล้วเขารู้สึกผิดเขาก็เอามาเฉือนนิ้วตัวเอง เพราะเขาก็รู้สึกผิด เพื่อเป็นการบอกว่าเขาก็เจ็บเหมือนกันแล้วนะ คุณแม่ไม่ด่าเขานะ

บอส : ขอบใจ (กระซิบ)

มีมี่ : บอสเขาไม่ค่อยชอบหมา เคยปล่อยน้องเบล (หมาฮัสกี้ที่เลี้ยงไว้) ออกจากบ้านไปเลย

อิง : เคยเอาสเปรย์แอลกอฮอล์ไปฉีดใส่ขนมหมาด้วย ไม่รู้ฉีดทำไม (หัวเราะ)

แม่นาง : เคยเทวาสลีนทิ้งแล้วเอาน้ำยาล้างห้องน้ำมาใส่แทน มีครั้งหนึ่งที่ตื่นเต้นกันทั้งบ้านคือลิ้นติดตู้เย็น

อิง : เขาดูเรื่องนาร์เนีย แล้วในเรื่องตัวละครเอาลิ้นไปแตะน้ำแข็งแล้วลิ้นมันยืดออกมาได้ วันนั้นก็รู้สึกว่าทำไมบอสหายไปนานจัง ก็เลยเดินลงมาดูแล้วเห็นบอสเอาหน้าจ่ออยู่ตรงตู้เย็นแล้วลิ้นติด

แม่นาง : เขาเอามือแซะแล้วแต่ไม่ออก คุณแม่เลยไปช่วยแซะจนออกแล้วพาไปหาหมอตอนเที่ยงคืน

บอสในวัยเด็ก

ครอบครัวมีส่วนช่วยอย่างไรให้บอสมีพัฒนาการที่ดีขึ้น

อิง : แต่ก่อนหนูอยู่กับเจ้ตลอด นอนห้องเดียวกัน เราก็ชวนเล่น ชวนคุย เวลาหนูเล่นเกมก็ชวนเขาเล่นด้วย เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก จนเพิ่งมาแยกกันตอนอายุ 14 น่าจะเป็นเพราะสิ่งนี้

แม่นาง : ทำอะไรก็เรียกเจ้ เจ้มาเล่นนี่กัน มาทำนี่กัน

อิง : เพราะไม่มีเพื่อน (หัวเราะ) เธอก็เลยเป็นเพื่อนฉัน

แม่นาง : ทุกวันนี้ลูกกลับมาก็ยังเข้าไปอยู่ห้องคุณแม่ เล่นกัน 2-3 ทุ่มถึงจะแยกย้ายทุกวัน ใครขึ้นไปก็เรียก “เจ้ ! มานี่เร็ว”

อิง : ต้องแกล้ง ต้องคุย ต้องถาม ถามว่าวันนี้กินอะไร ต้องให้เขาบอก ไม่ให้ตอบอืออย่างเดียว

แม่นาง : เราต้องคุยกัน ไปเที่ยวก็ต้องพาไปด้วยตลอด บ้านเราเที่ยวกันบ่อยมาก ปะป๊าก็จะต้องเตรียมรถเข็นให้เขา เพราะเขาต้องนั่ง ทุกอย่างอยู่ที่ครอบครัว พี่น้อง ทุกคนในบ้าน เราต้องให้ความอบอุ่นเขา ไปไหนเราก็ต้องพาเขาไปด้วย

อิง : สิ่งสำคัญคืออย่าให้เขาอยู่คนเดียว อย่าไปคิดว่าเขาคุยไม่รู้เรื่อง แต่ต้องให้คนอยู่ด้วย คอยคุยด้วย มันต้องมีคนถามให้เขาตอบ เดี๋ยวเขาก็จะพูดรู้เรื่องเอง

แม่นาง : เพียงแต่ลูกจะช้าหน่อย เราก็ต้องไม่ท้อ ความจริงมันก็เป็นทุกข์เหมือนกันเพราะลูกเราไม่เดิน ทำอะไรไม่ได้เลยในตอนแรกๆ แต่เราก็อดทน ทุกคนในครอบครัวช่วยกัน น้องก็ดีขึ้นมาเอง

คุณแม่ฟูลไทม์และสามใบเถา

อยากให้เล่าชีวิตของคุณแม่ฟูลไทม์ที่ดูแลลูกสาวทั้ง 3 คน

แม่นาง : ตั้งแต่คลอดลูก เราก็ดูแล รับ ส่งลูกจนเรียนจบ ลูกเรียนอยู่แถวสีลม คนละโรงเรียน แล้วบ้านเราอยู่พระประแดง คุณแม่ก็จะวนอยู่แค่นี้ รู้จักทุกซอกซอยของสีลม เวลาไปรับน้องๆ ก็จะพาบอสไปด้วย ต้องนั่งรอในรถ 3-4 ชั่วโมง คุณแม่ก็รอได้เพราะรถมันติด เราจะห่วงลูกตลอด จะไม่ให้ลูกรอเราเลย

อิง : ตอนเด็กๆ ป๊าเขาทำงานคนเดียว เขาก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ก่อนป๊าเขาต้องขับรถส่งของ ป๊าต้องขับรถไปโคราช ขับรถลงของเอง ไปต่างจังหวัด ไปจีน เราก็เลยได้อยู่กับแม่มากกว่า

แม่นาง : คุณแม่ก็เลยต้องมีหน้าที่ดูแลลูกเอง เราไม่ให้ใครดูแลคือคุณแม่ดูแลเองหมด หลังจากนั้นก็มีอี๊มาช่วยดูตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ

(อี๊ เป็นน้องสะใภ้ของแม่นาง เป็นพี่เลี้ยงที่ช่วยดูแลเด็กๆ)

แม่นางเคยเล่าว่าพี่น้องบ้านนี้แทบไม่ทะเลาะกันเลย มีวิธีสอนลูกๆ อย่างไร

แม่นาง : เลี้ยงลูกเหมือนเพื่อน ไม่ว่าจะไปโรงเรียน ไปเที่ยวที่ไหน ลูกบอกแม่ว่ากลับมืดนะ แม่ก็ไว้ใจลูก เหมือนเพื่อนกัน ทุกวันนี้ก็ยังเรียกกันว่าฉันกับเธอ

อิง : เคยทะเลาะกันก็ตอนเด็กๆ แต่โตมาไม่ทะเลาะเลย

แม่นาง : ตอนนั้นเขาค่อนข้างติดเพื่อน ทำให้แม่รอนานเลย เราเลยน้อยใจว่าทำไมไม่ถามสักคำว่าแม่รอนานไหม แม่กินข้าวหรือยัง ตอนนั้นเขาเป็นวัยรุ่น แต่ตอนนี้ก็ถือว่าเขาเป็นพี่คนโตของครอบครัว เขารักน้อง รักเจ้ ดีมากๆ ที่ลูกๆ ไม่เคยทะเลาะกันเลย

อิง : แล้วฉันกับเธอเคยทะเลาะกันไหม (ถามบอส)

บอส : ไม่เค้ย

แม่นาง : แล้วรักน้องไหม

บอส : หูย คนนี้ (อิง) สั่งอาหาร คนนี้ (มีมี่) เลี้ยงข้าวค่ะ

แม่นาง : พี่น้องรักกันมาก โชคดีที่น้องสาวเข้าใจทุกเรื่อง

อิง : มีอยู่เรื่องเดียวที่ไม่เข้าใจคือเจ้ชอบหาย ไปเมืองจีนก็หาย เดินสวนสาธารณะอยู่ดีๆ ก็หาย ไปไหนไม่เป็นสุขเลยเพราะว่าจะต้องหาย แล้วก็ต้องตามหา (หัวเราะ)

การเป็นแม่ถือเป็นงานหนักอย่างหนึ่ง แล้วแม่นางอยากประสบความสำเร็จกับงานของแม่อย่างไร

แม่นาง : อยากเห็นลูกเติบโตเป็นคนดี ทำงานเป็นหลักแหล่งเท่านี้ก็พอแล้ว ที่สำคัญคืออยากให้ลูกทุกคนมีความสุข

แม่นางในฐานะลูกสาวของคุณพ่อ คุณแม่เป็นอย่างไร

แม่นาง : แม่เติบโตที่บ้านนอกค่ะ บ้านเราลำบากมากก็จริง แต่คุณพ่อ คุณแม่ก็เลี้ยงลูกมาจนโตได้ แล้วลูกแต่ละคนเป็นคนดีทุกคน เพราะพ่อกับแม่สอนลูกดีมาก เราบอกไม่ถูกว่าเขาสอนอย่างไร แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แม่จะรักลูกที่สุด ถ้ามีอะไรมาสร้างความลำบากใจให้ลูก แม่จะขอรับไว้คนเดียว ไม่ให้ลูกต้องเดือดเนื้อร้อนใจด้วย และเลี้ยงเขาให้ดีที่สุด

ถามลูกสาวทั้ง 3 ว่าประทับใจสิ่งไหนในตัวคุณแม่

อิง : แม่ไม่ดุ ไม่เคยว่าเลย เป็นคนง่ายๆ สบายๆ จะไปไหน ทำอะไร กลับบ้านดึก เขาก็จะไม่ว่า มีแต่เราที่บ่นแม่ว่าทำไมไม่ทำอย่างนู้น อย่างนี้ แต่แม่กลับไม่เคยบ่นเราเลย ไม่ตีด้วย เลยทำให้เราเกรงใจไปเอง เวลาเขาพูดอะไรเราจะกลัว เพราะเขาไม่เคยพูด คือถ้าเขาพูดแสดงว่ามันสุดจริงๆ ต้องรู้ตัว (หัวเราะ)

อย่างตอนเด็กๆ เราชอบดาราเกาหลีมาก เราก็ไปรอห้างเปิด ป๊าก็ไม่ให้ไปแต่สุดท้ายแม่ก็ไปส่งอยู่ดี แล้วแม่ก็ไปรอห้างเปิดกับเรา

มีมี่ : แม่ไม่เคยว่า ทำอะไรแม่ก็ไม่บ่นเลย

แม่นาง : นั่นคือสิ่งที่ลูกทุกคนประทับใจ (หัวเราะ) ลูกอยากทำอะไรทำ อยากเรียนอะไรก็เลือกเอง จะได้เกรดเท่าไหร่ไม่เป็นไร เพราะเราไม่เคยบอกว่าลูกต้องเป็นแบบไหน

บอสล่ะ ประทับใจในตัวคุณแม่

บอส : แม่ทำอาหารอร่อย สุดยอดเลยอาหารของเธอ

ชอบเมนูไหนที่คุณแม่ทำมากที่สุด

บอส : ผัดผักบุ้งค่ะ ผัดปวยเล้ง ผัดใบมัน ปลาก็ชอบกินด้วย

แม่นาง : คุณแม่จะดุครั้งหนึ่งคือตอนน้องบอสแอบกินโค้ก (หัวเราะ)

@mamanongbossวันนี้คุณแม่มีเรื่องเล่าของน้องบอสค่ะ😁บอสแอบคุณแม่กินโค้ก สามขวด ค่ะทุกคน คุณแม่ก็โกรธซิคะ บอส แอบอัดคลิปขอโทษคุณแม่😁🥰แม่รักน้องบอสที่สุดนะลูก😘😘♬ เสียงต้นฉบับ – Nangnang❤️🥰 – น้องบอสของคุณแม่ อายุ29

บอสขอโทษคุณแม่เนื่องจากกินโค้กเกิน 1 ขวด

อิง : แล้วมีเรื่องที่ประทับใจอะไรในตัวแม่อีก

บอส : แม่พาไปเที่ยว ฉันชอบดูหนังไง หนังเรื่องใหม่ เรื่องคุณชายที่มีพี่แจม

(แจม – รชตะ หัมพานนท์ เป็นนักแสดงที่บอสชื่นชอบ)

อิง : บอสนอนห้องเดียวกับอี๊ แล้วอี๊ชอบดูละครช่อง ONE เขาก็เลยได้ดูด้วย ปกติเขาไม่ดูเลยนะ เขาก็นอนเล่นไอแพดของเขาไป แต่พอเป็นเรื่องคุณชาย แล้วเจอพี่แจม เขาก็ติดมาก

แม่นาง : เห็นเจ้ชอบ น้องๆ ก็เลยจัดการจองตั๋วงานแฟนมีตให้ มีมี่ออกเงินค่าตั๋วให้ด้วย

บอส : ติดผู้ชายแล้วตอนนี้ ติดละคร ช่อง ONE

(ทุกคนหัวเราะ)

บอส : อย่าพูดถึงพี่แจมสิ ฉันเขินนะจ๊ะ

แล้วสิ่งที่แม่นางประทับใจในตัวลูกๆ คืออะไร

แม่นาง : น้องหญิงซัพพอร์ตคุณแม่ดีมาก เขารู้ว่าคุณแม่อยากได้อะไร วันเกิดเขาก็หานู่นนี่ให้ หานู่นหานี่ให้เวลารู้ว่าคุณแม่ชอบอะไร เขาก็จะสั่งมาให้ แต่สิ่งที่ภูมิใจที่สุดคือ ลูกทุกคนเป็นคนดี น่ารัก อยู่กับแม่ตลอดไม่เคยทิ้งให้คุณแม่เหงา ดูแลคุณแม่ดีมาก

ส่วนน้องบอส ประทับใจในความเป็นบอส เขาเป็นเหมือนลูกคนเล็กในบ้าน เขาจะเป็นเด็กตลอดเวลาและเป็นรอยยิ้ม เป็นเสียงหัวเราะให้กับทุกคนในบ้าน การที่มีลูกแบบน้องบอสทำให้แม่รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆ

คำถามนี้ชาเลนจ์มาก ระหว่างน้องสาวกับพี่แจม เจ้บอสรักใครมากกว่ากัน

บอส : มีมี่ค่ะ

(ทุกคนหัวเราะ)

อิง : อ้าว ทำไมรักมีมี่แค่คนเดียวล่ะ

บอส : ฉันก็รักทุกคนนั่นแหละ รักนะ~ .

ติดตามบอสและครอบครัวได้ที่

TikTok : น้องบอสของคุณแม่ อายุ29

Facebook page : น้องบอสfamily

Youtube : NongBOSSFamily

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...