โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก " NEO " บริษัท FMCG สัญชาติไทย กับก้าวใหม่สู่บริษัท FMCG แห่งนวัตกรรมของเอเชีย

Positioningmag

อัพเดต 24 ม.ค. 2567 เวลา 06.39 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. 2567 เวลา 11.00 น.

เชื่อว่าผู้บริโภคคนไทยต้องคุ้นเคยกับสินค้าอุปโภคกันเป็นอย่างดี หรือจะเรียกกันว่าสินค้า FMCG (Fast-Moving Consumer Goods) ที่ครอบคลุมการดูแลร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งในอุตสาหกรรมนี้เรียกว่ามีการแข่งขันดุเดือด และมีผู้เล่นที่หลากหลาย ทั้งผู้เล่นไทยและจากต่างประเทศ
"บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO" ผู้ทำการตลาด ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคชั้นนำของไทย ที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 34 ปี แม้คู่ต่อสู้ในตลาดจะเป็นผู้เล่นจากต่างชาติที่แข็งแกร่ง แต่ NEO ก็สามารถเทียบชั้นก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ของไทยได้ พร้อมเตรียมยุทธศาสตร์สู่การเป็นบริษัท FMCG แห่งนวัตกรรมของเอเชีย ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภค
ตลอด 34 ปีที่ผ่านมา NEO ยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมยังรุกขยายพอร์ตฟอลิโอให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อการดูแลชีวิตประจำวันของผู้บริโภคและยกระดับความสุขของผู้บริโภคให้ทุกวันดียิ่งขึ้น
เมื่อดูเส้นทางธุรกิจของ NEO เรียกว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย บริษัทได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2532 ภายใต้ชื่อ บริษัท ไบโอ คอนซูเมอร์ จำกัด มีปณิธานที่จะพัฒนาและนำเสนอสินค้าอุปโภคที่มีคุณภาพและหลากหลายในราคาที่เหมาะสม เป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภคคนไทย และแข่งขันกับแบรนด์ต่างประเทศได้
ในปีเดียวกันนี้เองก็ได้เปิดตัวสินค้าแรกออกสู่ตลาด ก็คือ ผลิตภัณฑ์โคโลญแบรนด์ "เอเวอร์เซ้นส์ (Eversense)" มีการวางจุดยืนชัดเจนว่าเป็นโคโลญสำหรับวัยรุ่นหญิง จับตลาดได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย แตกต่างจากแบรนด์อื่นในตลาด ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็ได้รับความนิยมอันดับ 1 ในกลุ่มสินค้าโคโลญสำหรับวัยรุ่นหญิง จากนั้นได้ออกสินค้าโคโลญ และโรลออนสำหรับผู้ชายภายใต้แบรนด์ "ทรอส (TROS)" เป็นโคโลญสำหรับผู้ชายแบรนด์แรกของประเทศไทย ประสบความสำเร็จครองอันดับ 1 มาตลอดจนถึงปัจจุบัน
หลังจากนั้นก็ได้แตกไลน์สินค้าเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ทำให้ NEO มีสินค้าอุปโภคครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก 3 กลุ่ม ภายใต้ 8 แบรนด์ ประกอบด้วย

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน(Household Products) ประกอบด้วย 3 แบรนด์ ได้แก่

  • แบรนด์ไฟน์ไลน์ (Fineline) เช่น ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม และผลิตภัณฑ์รีดผ้าเรียบและอัดกลีบผ้า

  • แบรนด์สมาร์ท (Smart) เช่น ผลิตภัณฑ์ซักผ้า และผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม สูตรแอนตี้แบคทีเรีย

  • แบรนด์โทมิ(Tomi) เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ


  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล (Personal Care Products) ประกอบด้วย 4 แบรนด์ ได้แก่

  • แบรนด์บีไนซ์ (BeNice) เช่น ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น

  • แบรนด์ทรอส (TROS) เช่น ผลิตภัณฑ์โคโลญ และผลิตภัณฑ์โรลออนสำหรับผู้ชาย

  • แบรนด์เอเวอร์เซ้นส์ (Eversense) เช่น ผลิตภัณฑ์แป้ง ผลิตภัณฑ์โคโลญ และผลิตภัณฑ์โรลออนสำหรับผู้หญิง

  • แบรนด์วีไวต์ (Vivite) เช่น ผลิตภัณฑ์โรลออนสำหรับผู้หญิง


  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็ก (Baby and Kids Products) ประกอบด้วย 1 แบรนด์ ได้แก่

  • แบรนด์ดีนี่ (D-nee) เช่น ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มเด็ก และผลิตภัณฑ์อาบน้ำและสระผมเด็ก เป็นต้น


นายสุทธิเดช ถกลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO เปิดเผยว่า "บริษัทเป็นผู้ทำการตลาด ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคชั้นนำของประเทศ ซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำของคนไทยที่มีคุณภาพ และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ภายใต้แบรนด์ผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง และคุณภาพเทียบเท่าระดับสากล ยึดมั่นการพัฒนา และนำเสนอสินค้าอุปโภคที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพ และหลากหลายครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ด้วยราคาที่เหมาะสม พร้อมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในตลาดสินค้าอุปโภคมากว่า 34 ปี โดยมีวิสัยทัศน์มุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัท FMCG แห่งนวัตกรรมของเอเชีย ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภค ส่งมอบนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ช่วยดูแลชีวิตประจำวันของทุกคนให้ได้รับความสะดวกสบาย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น เพื่อเป็นการยกระดับความสุขของผู้บริโภคให้ทุกวันดียิ่งขึ้น (Uplift Essentials for Everyday Betterment)"
โดยจุดแข็งหลักของ NEO ก็คือ การเป็นบริษัทสัญชาติไทย พร้อมกับมีโรงงานผลิตในไทย ทำให้มีความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยได้เป็นอย่างดี จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพ มีนวัตกรรมที่โดดเด่น ตอบสนองผู้บริโภคทุกช่วงวัย และทุกไลฟ์สไตล์
อีกทั้งยังไม่หยุดนิ่งในการมองหาโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ ในการแตกไลน์สินค้าหรือเสริมพอร์ตฟอร์ลิโอให้มีความแข็งแกร่ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา NEO ได้ขยายฐานผู้บริโภคให้กว้างขวางยิ่งขึ้น จากกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่ (Mass Market) ไปยังกลุ่มพรีเมียมแมส (Premium Mass) และกลุ่มพรีเมียม (Premium) อีกทั้งรักษาลูกค้าปัจจุบันให้กลับมาซื้อสินค้าซ้ำได้อย่างต่อเนื่อง (Brand Loyalty) และยังมีการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ 16 ประเทศ โดยมีตลาดหลัก ได้แก่ ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว และประเทศเมียนมาร์
นอกจากนี้ ยังได้มีการคิดค้นพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์แบบใหม่อยู่ตลอดเวลา เพื่อตอบรับกับเทรนด์ของโลก ยกตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้แนวกลิ่น และส่วนผสมหลักจากสารสกัดจากธรรมชาติ (Natural and Organic) รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลปกป้องจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และมลภาวะต่าง ๆ อีกด้วย


เมื่อเดือนตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญของ NEO ที่ได้ทำการยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering: IPO) จำนวนไม่เกิน 78 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 26% ของจำนวนหุ้นสามัญจดทะเบียนของบริษัท
จุดประสงค์หลักในการระดมทุนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น ก็เพื่อนำมาใช้เป็นเงินลงทุนในการขยายธุรกิจ เพื่อติดสปีดในการเติบโตในอนาคต รองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดด
โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี จาก 6,767.54 ล้านบาท ในปี 2563 เป็น 8,300.69 ล้านบาท ในปี 2565 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 10.75% ต่อปี และมีรายได้จากการขายงวด 9 เดือน ปี 2566 อยู่ที่ 7,028.86 ล้านบาท เติบโต 17.58% จากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 5,977.93 ล้านบาท นอกจากนี้ กำไรสุทธิงวด 9 เดือนปี 2566 เพิ่มขึ้น 124.84% จาก 306.56 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็น 689.28 ล้านบาทในงวดนี้
ตลอดระยะเวลา 34 ปีที่ผ่านมา NEO ได้ส่งมอบนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับความสุขของผู้บริโภคให้ทุกวันดียิ่งขึ้น ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายแบรนด์ และไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัท FMCG แห่งนวัตกรรมของเอเชีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...