โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจเยอรมนีเผยเหตุจับตัวประกันที่สนามบินเมืองฮัมบูร์กยังไม่คลี่คลาย กระทบการบินไม่มีกำหนด

JS100

อัพเดต 05 พ.ย. 2566 เวลา 21.45 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2566 เวลา 10.19 น. • JS100:จส.100
ตำรวจเยอรมนีเผยเหตุจับตัวประกันที่สนามบินเมืองฮัมบูร์กยังไม่คลี่คลาย กระทบการบินไม่มีกำหนด

คืบหน้าเหตุระทึกพ่อวัย 35 ปีคนหนึ่ง บุกจับลูกสาววัย 4 ขวบ เป็นตัวประกันที่สนามบินเมืองฮัมบูร์ก เยอรมนีตั้งแต่เวลา 20.00น.ของวันเสาร์ (4 พ.ย.66)ต่อเนื่องมาจนถึงวันอาทิตย์(5 พ.ย.66)เวลา 16.44น.ตามเวลาของประเทศไทย จากปัญหาพิพาทแย่งสิทธิ์การเลี้ยงดูลูกกับครอบครัว

บีบีซี รายงานว่า สำนักงานตำรวจเยอรมนี ได้โพสต์ข้อความทาง X ว่า เยอรมนีได้ส่งตำรวจชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมส่งนักจิตวิทยาและทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเจรจาไปช่วยพูดคุยกับคนร้ายแล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย พ่อและลูกวัย 4 ขวบยังคงอยู่ในรถยนต์ซึ่งยังคงจอดอยู่ใต้เครื่องบินโดยสารลำหนึ่งของสายการบินตุรกี ส่งผลให้การบินออกและบินเข้าของเครื่องบินโดยสารเลื่อนอย่างไม่มีกำหนด

ซีเอ็นบีซี รายงานอ้างโฆษกสำนักงานตำรวจเมืองฮัมบูร์กว่า ตำรวจได้ติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์กับคนร้ายผ่านล่ามชาวตุรกี เพิ่มเติมว่า แม่ของเด็กหญิงบอกกับตำรวจว่า สามี(คือคนขับรถที่จับลูกสาวเป็นตัวประกัน)ได้โทรศัพท์มาพูดคุยกับเธอเช่นกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่สนามบินเมืองฮัมบูร์ก เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้กระทบเที่ยวบิน 286 เที่ยว พร้อมผู้โดยสาร 34,500 คน ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนเวลาเดินทางใหม่

ก่อนหน้านั้น ชายคนดังกล่าวขับรถฝ่ารั้วกั้นของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปจอดใต้เครื่องบินโดยสารซึ่งจอดรอรับผู้โดยสาร เมื่อเวลา 20.00น.ของวันเสาร์(4 พ.ย.66) ระยะเวลาล่วงมาถึงเที่ยงคืนหลังเที่ยงคืนวันเสาร์ ต่อเนื่องกับเช้าวันอาทิตย์ ชายดังกล่าวยังคงอยู่ภายในรถ หลังจอดรถที่บริเวณลานจอดเครื่องบิน ชายดังกล่าวยิงปืนขึ้นฟ้า 2 นัด ทั้งขว้างระเบิดขวดจากรถ ทำให้เกิดเสียงดังสนั่น แต่ผู้โดยสารทุกคนสามารถลงจากเครื่องบินทางประตูขึ้น-ลง โดยไม่มีใครได้รับอันตราย

#เยอรมนี

#พ่อจับลูกเป็นตัวประกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...