โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า รับตัวเลขเงินเฟ้อน้อยกว่าที่คาด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ม.ค. 2567 เวลา 12.08 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2567 เวลา 11.56 น.
FILE PHOTO: REUTERS/Dado Ruvic/

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า รับตัวเลขเงินเฟ้อน้อยกว่าที่คาด ขณะที่ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิตในเดือน ธ.ค. หดตัวอยู่ที่ -0.1% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

วันที่ 15 มกราคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/01) ที่ระดับ 34.88/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/01) ที่ระดับ 35.05/07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง จากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่ออกมาติดลบ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐได้มีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (PPI) ในช่วงคืนวันศุกร์ (12/01) โดย PPI เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ซึ่งหดตัวอยู่ที่ -0.1% ในเดือน ธ.ค.เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 0.1%

ทั้งนี้จากข้อมูลของ CME FED Watch Tool พบว่านักลงทุนให้น้ำหนักกว่า 70% ว่าเฟดจะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนมีนาคม ลดลงจากเดิมที่เคยให้น้ำหนักไว้ที่ 77% แต่ทั้งนี้แรงเข้าซื้อสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงมีอยู่ จากปัญหาทางด้านภูมิศาสตร์ในส่วนของตะวันออกกลางยังคงไม่คลี่คลาย

สำหรับปัจจัยในประเทศ วันนี้นายปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงินและเลขาคณะกรรมการนโยบายการเงิน ได้มีการกล่าวในงาน “BOT Policy Briefing ธปท. แนวคิดนโยบายแบงก์ชาติ” ถึงเรื่องการดำเนินนโยบายการเงิน โดยในขณะนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 2.5% ซึ่งนายปิติกล่าวว่า ถือเป็นระดับที่พอดีแล้วหากเทียบกับอัตราดอกเบี้ยต่างประเทศ และการที่จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้นจำเป็นต้องอาศัยการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้เป็นการลดอัตราดอกเบี้ยที่เร็วเกินไป จนส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจ

ทางด้านของเงินเฟ้อ โดย ณ ขณะนี้อัตราเงินเฟ้อของไทยผ่อนคลายลงมากแล้ว มีการคาดการณ์ว่าในปี 2567 เงินเฟ้อไทยจะอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 1-2% โดยเงินเฟ้อน่าจะติดลบไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งการดำเนินนโยบายการเงินนั้นทางคณะกรรมการนโยบายการเงินจะพิจารณาจาก 3 ส่วนหลัก ๆ คือ 1.การทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างยั่งยืน 2. เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายอย่างยั่งยืน และ 3. เสถียรภาพของการเงิน

ก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า การขึ้นดอกเบี้ยขอให้เป็นหน้าที่ของ ธปท. ทางรัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซง

ทางด้านนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ โดยท่านได้กล่าวว่า การที่เศรษฐกิจไทยไม่ได้เติบโตมากตามที่คาด เนื่องจากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เศรษฐกิจจีนเริ่มชะลอตัวลง ทำให้กำลังซื้อของชาวจีนน้อยลง ซึ่งเป็นผลกระทบมาถึงการท่องเที่ยวไทย

ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวและบริการได้ฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับก่อนโควิด-19 แล้ว แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มที่นอกเหนือจากการท่องเที่ยวยังคงฟื้นตัวได้ช้า ทั้งนี้ในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 34.77-34.94 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.95/96 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/01) ที่ระดับ 1.0956/57 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/01) ที่ระดับ 1.0962/63 ทางด้านนักเศรษฐศาสตร์ของ ECB ได้มีการคาดการณ์ว่า ECB อาจมีการลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือนเมษายน เนื่องจากเงินเฟ้อเริ่มปรับตัวลดลงแล้ว ทั้งนี้ในระหว่างวันยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0940-1.0968 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0941/42 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/01) ที่ระดับ 145.07/08 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/01) ที่ระดับ 145.14/15 ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนจับตาดูตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนธันวาคมของญี่ปุ่นที่จะออกในวันศุกร์ (19/01) นี้ ซึ่งทางธนาคารกลางญี่ปุ่นต้องการให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับมากกว่า 2% อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ทาง BOJ ยังไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินจากนโยบายผ่อนคลายแบบพิเศษ ไปเป็นนโยบายการเงินแบบหดตัว โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 144.94-145.76 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 145.73/74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์กเดือน ม.ค. (16/01), ยอดค้าปลีกเดือน ธ.ค. (17/01), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ธ.ค. (17/01), ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน (18/01), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ม.ค. (19/01), ยอดขายบ้านมือสองเดือน ธ.ค. (19/01)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.6/-9.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศ อยู่ที่ -8.3/-6.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า รับตัวเลขเงินเฟ้อน้อยกว่าที่คาด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...