โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ย้อนเรื่องราว บัตรร่วมเดอะมอลล์ จาก Citi M-SCB M สู่ Bangkok Bank M

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ต.ค. 2566 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2566 เวลา 08.31 น.

ย้อนเรื่องราว “M Visa” แบรนด์บัตรเครดิต-เดบิต Co-Brand จากเดอะมอลล์ ที่ผ่านมือพาร์ตเนอร์ชั้นนำ ทั้ง Citi-SCB และพาร์ตเนอร์ล่าสุดอย่าง “แบงก์กรุงเทพ”

หากพูดถึง เดอะมอลล์ ภาพจำสำคัญของใครหลาย ๆ คนในยุคนี้ คือการเป็นผู้ดำเนินการศูนย์การค้าที่อยู่บนสนามค้าปลีกมานานกว่า 4 ทศวรรษ และเป็นเจ้าของพื้นที่การค้าหรูใจกลางเมือง ในชื่อ “ดิ เอ็มดิสทริค (The EM District)” ซึ่งมีทั้ง เอ็มโพเรียม (Emporium), เอ็มควอเทียร์ (Emquartier), เอ็มสเฟียร์ (EmSphere) รวมถึง การเป็นผู้ร่วมลงทุนสร้างศูนย์การค้าระดับโลก “สยามพารากอน”

อีกมุมหนึ่ง คือ เรื่องการทำบัตรร่วม หรือบัตร Co-Brand ซึ่งแม้ที่ผ่านมา เดอะมอลล์ จะเคยร่วมกับหลายธนาคารเพื่อทำบัตรร่วมมาแล้ว แต่การร่วมกันทำบัตรร่วมที่หลาย ๆ คนคุ้นเคยมากกว่า คงหนีไม่พ้นการใช้แบรนด์ “เอ็ม วีซ่า (M Visa)” ซึ่งเริ่มมานานถึง 1 ทศวรรษแล้ว

และมีการเปลี่ยนพาร์ตเนอร์ร่วมบริการบัตรมาถึง 3 ครั้งแล้ว ตั้งแต่ ซิตี้แบงก์ (Citibank) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกรุงเทพ (Bangkok Bank) ซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์รายล่าสุดของบัตรร่วมแบรนด์นี้

แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญ ตลอดการสร้างแบรนด์บัตรร่วม “M Visa” ของเดอะมอลล์และพาร์ตเนอร์การเงิน ทั้ง 3 แบรนด์นี้ มีอะไรบ้าง

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนย้อนเส้นทางของบัตรร่วมแบรนด์นี้ ตลอดกว่า 10 ปีไปพร้อมกัน

“Citi” จุดสตาร์ตบัตรร่วม “M Visa”

จุดเริ่มต้นของแบรนด์บัตรร่วม “M Visa” ของเดอะมอลล์นั้น เริ่มตั้งแต่เมื่อปี 2550 โดยเดอะมอลล์ประกาศผนึกกำลังกับสองยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจการเงินอย่าง ธนาคารซิดี้แบงก์ (Citibank) และ วีซ่า (Visa) ออกผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตร่วมในชื่อ “ซิตี้ เอ็ม วีซ่า (Citi M Visa)” โดยใช้งบประมาณลงทุนในการออกบัตรสูงถึง 3,000 ล้านบาท เพื่อร่วมกันพัฒนาด้านสิทธิประโยชน์และประสบการณ์การใช้งานบัตรเครดิต

ภาพของบัตร Co-Brand ในอดีตนั้น หลายคนมักมองว่า ใช้ Co-Brand แบรนด์ไหน มักได้สิทธิพิเศษจากแบรนด์นั้นมากกว่าทั่วไป แต่กับการพัฒนา “Citi M Visa” กลับมองการให้สิทธิพิเศษมากกว่านั้น

ศุภลักษณ์ อัมพุช ผู้บริหาร เดอะมอลล์ กรุ๊ป ซึ่งขณะนั้นเป็นรองประธานกรรมการบริหารอาวุโส เปิดเผยถึงสิทธิพิเศษของบัตร Citi M Visa ว่าบัตรดังกล่าว นอกจากการให้สิทธิพิเศษ-ส่วนลดต่าง ๆ ผ่านร้านค้าในศูนย์การค้า และซูเปอร์มาร์เก็ตเครือเดอะมอลล์แล้ว ยังให้สิทธิพิเศษเพิ่มเติมเมื่อใช้บริการโรงแรม, สนามกอล์ฟ, ร้านอาหาร, สปา, โรงพยาบาล และปั๊มน้ำมัน

รวมถึงมีบริการพิเศษสำหรับลูกค้าของ Citi M Visa ภายในศูนย์การค้าฯ เช่น บริการ Platinum Lounge, Service Center, Personal Shopping & Concierge Service, Reserve Parking, Valet Parking เป็นต้น

ขณะที่แง่ของการร่วมมือกับซิตี้แบงก์นั้น วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิต ณ ขณะนั้น เปิดเผยว่า ซิตี้แบงก์เอง เป็นผู้นำโปรแกรมสิทธิประโยชน์ (Loyalty) มาบุกเบิกตลาดบัตรเครดิตเป็นรายแรก และยังเคยออก บัตรเครดิต Co-brand ร่วมกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่มาแล้ว

การร่วมกันทำ Citi M Visa ในครั้งนี้ นับเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของการช้อปปิ้ง ทั้งการมอบสิทธิพิเศษจากเดอะมอลล์ และซิตี้แบงก์ การให้คะแนนสะสม Citi Rewards และนำระบบ Full Scale Loyalty Program มาใช้ในการจัดการ-บันทึกข้อมูลสมาชิกบัตรฯ เพื่อวิเคราะห์ในการสรรหาสิทธิประโยชน์ ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า

โดยความร่วมมือกันของเดอะมอลล์ และธนาคารซิดี้แบงก์ ในการสร้าง “Citi M Visa” กินระยะเวลากว่า 10 ปี ก่อนที่จะเริ่มเปลียนตัวพาร์ตเนอร์ครั้งแรก

ขณะที่ Citi เอง ที่เพิ่งโบกมือลาเพื่อนร่วมทางคนเดิมในตอนนั้น เริ่มเดินเกมใหม่ เปิดตัว “ซิตี้ พรีเมียร์ (Citi Premier)” ทดแทน เพื่อลุยตลาดลูกค้าสายช็อปในห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้าโดยเฉพาะ

แท็กทีม “SCB” สร้างประสบการณ์ยุคไร้เงินสด-เพิ่มโซลูชั่นการเงิน

การเดินทางของบัตรร่วมเดอะมอลล์ ยังคงเดินหน้าต่อ โดยร่วมกับพาร์ตเนอร์คนใหม่ “ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)” เปิดตัวแบรนด์ “SCB M (เอสซีบี เอ็ม)” ซึ่งวาดหมุดหมายให้เป็นมากกว่าบัตรเครดิต เพราะเปิดตัวครบ ตั้งแต่บัตรเครดิต จนถึงบัตรเดบิต บัตรพรีเพด และมองไกลถึงการสร้างโซลูชั่นทางการเงิน และสร้างประสบการณ์การช็อปปิ้งยุคไร้เงินสด

โดยการร่วมมือครั้งนี้ เป็นการร่วมมือต่อเนื่องจากการให้บริการระบบชำระเงินแบบ QR Payment ร่วมกันระหว่าง SCB และเดอะมอลล์ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลของผู้บริโภค และปรับตัวสู่ยุค Retail 4.0

ศุภลักษณ์ อัมพุช เปิดเผยว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้ เป็นการพลิกประสบการณ์ช็อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ นำดิจิทัลเทคโนโลยีเชื่อมต่อโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และทุกรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้า

ขณะที่ อาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า การร่วมมือกันมาจากวิชั่นเดียวกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ เพื่อธุรกิจและการเติบโตในอนาคต การสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มที่เข้ามาเปลี่ยนและเข้ามาเซอร์ไพรส์ตลาด การไดรฟ์ลูกค้าของทั้ง 2 ธุรกิจในทุกแพลตฟอร์ม

ซึ่งเรามีการกำหนดภาพที่ชัดเจน ในสิ่งที่เราจะทำต่อจากนี้ สร้างคอนซูเมอร์เอ็กซ์พีเรียนซ์แบบใหม่ มากกว่าการเป็นโคแบรนด์ เป็นมากกว่าการบริการทางการเงินแบบเดิมในอดีต

การออกผลิตภัณฑ์ SCB M นั้น เรียกว่า ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า ตั้งแต่บัตรเครดิตสำหรับกลุ่มคนทำงาน, บัตรเดบิตสำหรับวัยรุ่น และบัตรพรีเพดสำหรับนักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนี้ยังมีโซลูชั่นต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์ SCB M ทั้งบัตรกดเงินสด และประกันรูปแบบต่าง ๆ

และหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการพัฒนา “SCB M” คือ การช็อปปิ้งแบบไม่ต้องรูดบัตรเครดิต โดยเป็นการชำระเงินในรูปแบบ Virtual Credit Card ผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ดด้วยแอปพลิเคชั่น SCB EASY และระบบ i-Reserved Parking จองที่จอดรถผ่านออนไลน์ สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตกลุ่ม M LUXE และ M LEGEND

ขณะที่สิทธิพิเศษต่าง ๆ ยังคงมีเหมือนเดิม ทั้งส่วนลดและสิทธิพิเศษที่ร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ต เครือเดอะมอลล์ การสะสมคะแนน M Card ทุกครั้งที่ใช้บัตรทั้งในห้างและนอกห้าง การใช้คะแนน M Card แลกสิทธิพิเศษต่าง ๆ รวมถึงสิทธิพิเศษจากพันธมิตรรายอื่น ๆ

และในช่วงนั้นเอง เดอะมอลล์ ได้มีการลงทุนเทคโนโลยีต่าง ๆ ทั้งเอไอ (AI), แชตบอต (Chatbot) และบิ๊กดาต้า เพื่อเสริมเรื่องการให้บริการและการมอบสิทธิพิเศษต่าง ๆ แก่ลูกค้า

แต่แล้วการแยกทางกันเดินก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ SCB ประกาศหมดสัญญาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ SCB M หลัง 31 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ทำให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ SCB M ทั้งบัตรเครดิต-บัตรเดบิต-บัตรกดเงินสด และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จะไม่สามารถใช้ได้หลังวันดังกล่าว

ขณะที่การออกผลิตภัณฑ์ทดแทนให้กับลูกค้าเดิมทุกรายนั้น SCB ระบุไว้ว่า ไม่มีการออกผลิตภัณฑ์อื่นทดแทนให้ลูกค้า เนื่องจากกลุ่มผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตและสินเชื่อ ธนาคารฯ โอนธุรกิจบัตรเครดิตให้อยู่ในการดูแลของ CardX (บริษัทในเครือ SCBX) แล้ว หากต้องการใช้งานต่อ จะต้องสมัครบัตรเครดิตใหม่เท่านั้น

และเช่นเดียวกับบัตรเดบิต หากต้องการใช้งานต่อ จะต้องสมัครบัตรเดบิตใหม่อีกครั้ง ไม่มีการออกผลิตภัณฑ์ทดแทนให้อัตโนมัติ

อ่านเพิ่มเติม : ยกเลิกบัตร “SCB M” ตั้งแต่ 1 ก.พ. 2567 ลูกค้ากระทบอะไรบ้าง ?

เปิดตัว “แบงก์กรุงเทพ” พาร์ตเนอร์ยุคแรกเริ่ม

หลังจากการประกาศหมดสัญญาพัฒนาผลิตภัณฑ์ SCB M หลายคนต่างจับตาว่า พาร์ตเนอร์คนใหม่ที่จะร่วมพัฒนาบัตรร่วมของเดอะมอลล์ จะเป็นใคร

ปริศนาทั้งหมดถูกเฉลย เมื่อเดอะมอลล์ โพสต์ผ่านเว็บไซต์ เผยโฉมบัตรใหม่ “Bangkok Bank M Visa” โดยร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพ ในการให้บริการบัตรร่วมในครั้งนี้

การร่วมมือกันในครั้งนี้ของ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และธนาคารกรุงเทพ ไม่ใช่การร่วมมือเชิงธุรกิจที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ความเป็นจริงแล้ว การร่วมมือระหว่างกันเกิดขึ้นมานานกว่า 4 ทศวรรษแล้ว

ศุภลักษณ์ อัมพุช กล่าวบนเวทีเปิดตัว “Bangkok Bank M Visa” เมื่อ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ระบุว่า ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงเทพ สนับสนุนสินเชื่อเพื่อการก่อสร้างโครงการ “เดอะมอลล์ ท่าพระ” เมื่อราว 40 ปีก่อน ในวงเงินราว 350 ล้านบาท และเป็นผู้สนับสนุนสินเชื่อในการพัฒนาโครงการอื่น ๆ มาตลอด เช่น เดอะมอลล์ บางกะปิ, เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน

ศุภลักษณ์ ยังย้ำด้วยว่า การเปิดตัวเป็นพาร์ตเนอร์ของ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และแบงก์กรุงเทพ ในครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ได้อยู่เพียงแค่การเป็นเบื้องหลังอีกต่อไป และความร่วมมือระหว่างกันจะยังคงมีต่อไป

ในแง่ของความร่วมมือ ปั้น “Bangkok Bank M Visa” ในครั้งนี้ ศุภลักษณ์ เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันเดอะมอลล์ กรุ๊ป มีสมาชิก M card ทั้งสิ้น 5.3 ล้านราย และลูกค้ากว่า 50% ชำระผ่าน Digital Payment อาทิ บัตรเครดิต บัตรเดบิต QR Code เป็นต้น เนื่องจากความปลอดภัย สะดวก และคุ้มค่า

นอกจากนี้ ลูกค้าบัตร Co-Brand มีการใช้จ่ายสูงกว่าบัตรเครดิตทั่วไปถึง 4.5 เท่า เนื่องจากการให้คะแนนและสิทธิประโยชน์ ส่วนลดต่าง ๆ ที่ได้รับทำให้ลูกค้านำบัตรไปใช้นอกห้าง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ความบันเทิง รวมไปถึงต่างประเทศ

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะให้บริการภายใต้แบรนด์ “Bangkok Bank M” มีตั้งแต่บัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa ซึ่งมี 3 ระดับ คือ M LIVE, MLUXE, M LEGEND และบัตรเดบิต Bangkok Bank M Visa ซึ่งมีทั้งแบบบัตรชิปการ์ด และบัตรดิจิทัลสำหรับใช้ผ่านโมบายแบงกิ้ง หรือเลือกสมัครทั้ง 2 แบบไว้ใช้คู่กันก็ได้ โดยจะเปิดให้สมัครเป็นทางการตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป

จากนั้นภายในปี 2567 จะทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ภายใต้แบรนด์ “Bangkok Bank M” ทั้งบัตรพรีเพด บัตรของขวัญ และบัตรกดเงินสด

โดยความร่วมมือกันในการพัฒนาบัตร “Bangkok Bank M Visa” ครั้งนี้ เป็นการเซ็นสัญญานานถึง 10 ปี และตั้งเป้า 5 ปีแรกของการเปิดตัว จะมีจำนวนบัตรเครดิตและบัตรเดบิต Bangkok Bank M Visa จำนวน 1.5 ล้านใบ

ขณะที่สิทธิประโยชน์ของบัตร Bangkok Bank M Visa ยังคงมีเหมือนเดิม อาทิ ส่วนลดสูงสุด 10% และส่วนลด 5% เมื่อใช้จ่ายที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต รับคะแนน M Point สูงสุด 4 เท่า และสามารถนำคะแนนมาแลกรับสินค้าได้ทุกชิ้นทั้งห้าง

ต้องจับตาดูต่อไปว่า การร่วมเดินทางในครั้งนี้ของ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และพาร์ตเนอร์คนสำคัญของธุรกิจอย่าง “ธนาคารกรุงเทพ” ตลอด 10 ปีข้างหน้านี้ จะเป็นอย่างไร และจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ให้กับโลกการเงินและโลกค้าปลีกอย่างไรบ้าง

ข้อมูลอ้างอิงจาก RYT9.com, Brand Inside

youtube
youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...