โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BDMS เปิดตัวแอป BeDee หาหมอออนไลน์เริ่มต้น 299 บาท ปรึกษาเภสัชได้ ส่งยาถึงบ้าน

TODAY

อัพเดต 25 ต.ค. 2566 เวลา 22.52 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2566 เวลา 01.00 น. • workpointTODAY

ยิ่งนับวันดูเหมือนว่าการพบแพทย์ผ่านวิดีโอคอล หรือ Telemedicine รวมถึงการปรึกษาเภสัชกรผ่านช่องทางออนไลน์ ที่รวมๆ แล้วเรียกว่า Digital Healthcare จะเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

เราเริ่มเห็นโรงพยาบาลไปจนถึงร้านขายยา ต่างทำแอปพลิเคชั่นให้ลูกค้าสามารถปรึกษาแพทย์/เภสัชกร/ผู้เชี่ยวชาญ แล้วรับการรักษาเบื้องต้น ส่งยาให้ถึงบ้านได้มากขึ้น

ล่าสุด BDMS หรือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เจ้าของเครือข่ายโรงพยาบาล 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่ม รพ.กรุงเทพ, กลุ่ม รพ.สมิติเวช, กลุ่ม รพ.พญาไท, กลุ่ม รพ.เปาโล, กลุ่ม รพ.รอยัล และคลินิก BDMS Wellness Clinic รวมถึงร้านขายยา Save Drug ได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่น BeDee หรือแพลตฟอร์มดิจิทัลเฮลธ์แคร์ที่มีบริการเพื่อสุขภาพครบครันในแอปเดียว

‘พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ’ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BDMS กล่าวว่า “เทรนด์ดิจิทัลเฮลธ์แคร์ในไทยนั้นเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันคาดว่ามีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มแนวนี้กว่า 22.49 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 28.28 ล้านคนในปี 2028

“ขณะที่ BDMS นั้นมีพร้อมทั้งโรงพยาบาล ร้านขายยา แล็บ เราจึงอยากทำในสิ่งที่ให้ประโยชน์กับผู้คน อยากทำให้เรื่องการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย ในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อให้ทุกคนำได้ดูแลสุขภาพและแข็งแรง”

‘พันตรี สมิทธิ์ ปราสาททองโอสถ’ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เฮลท์ พลาซ่า จำกัด ในเครือ BDMS ผู้พัฒนาแอป BeDee กล่าวว่า แอปพลิเคชั่น BeDee นั้นพัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา และออกแบบโดยยึดความต้องการของผู้ใช้งานเป็นหลัก โดยใช้งบลงทุนพัฒนากว่า 300 ล้านบาท

โดยบริษัทตั้งเป้าว่าจะมีบริการต่างๆ บนแอปถึง 9 บริการ ขณะที่ในช่วงเปิดตัว เริ่มให้บริการ 3 บริการก่อน คือ

1.Teleconsultation บริการปรึกษาอาการป่วยจากทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 สาขาจากเครือ BDMS สามารถปรึกษาเบื้องต้นกับผู้เชี่ยวชาญฟรี

2.Telepharmacy บริการปรึกษาเรื่องยากับเภสัชกรฟรี พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน

3.Health Mall ศูนย์รวมสินค้าทางการแพทย์และสินค้าเพื่อสุขภาพ พร้อมกับสินค้าเฉพาะกลุ่มโรค

‘พันตรี สมิทธิ์’ บอกว่า จุดเด่นของแอป BeDee คือมีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญให้บริการกว่า 600 คน ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวกับโรคและสุขภาพถึง 30 สาขา ซึ่งแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากโรงพยาบาลในเครือ BDMS ทั้ง 58 แห่ง เรียกได้ว่าเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 51 ปี

นอกจากนี้ในเครือยังมีร้านขายยาอีก 80 แห่งทั่วประเทศที่จะเป็นหน่วยจัดส่งยาและสินค้า ทั้งยังมีแล็บอีก 28 แห่งที่สามารถรองรับบริการตรวจผลเลือดบนแอปได้

ในแง่ของราคา TODAY Bizview ลองเข้าไปสำรวจในแอปพลิเคชั่น พบว่า ราคาเริ่มต้นสำหรับการปรึกษาแพทย์ทั่วไปอยู่ที่ 299 บาท/15 นาที พบแพทย์เฉพาะทาง 499 บาท/20 นาที ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นพยาบาล ขณะนี้มีโปรโมชั่น ปรึกษาได้ 15 นาที ไม่มีค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ในช่วงเปิดตัวยังมีโปรโมชั่น ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาได้ฟรีอีกด้วย

เรียกได้ว่าโดยรวม หากเป็นโรคทั่วไป ไม่ได้เจ็บป่วยหนัก การปรึกษาพร้อมรับการรักษาเบื้องต้นผ่านแอป BeDee ก็มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการเดินทางไปรับบริการของโรงพยาบาลในเครือ BDMS อยู่พอสมควร

อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกของการให้บริการนี้ แอป BeDee ยังจัดส่งได้เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น และคาดว่าจะมีการขยายพื้นที่จัดส่งเพิ่มเติมจนครอบคลุมทั่วประเทศในอนาคต

พันตรี สมิทธิ์ กล่าวอีกว่า เป้าหมายของ BeDee คือการขยายการให้บริการครอบคลุมเรื่องสุขภาพครบทุกด้านมากที่สุด ในทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งฐานลูกค้าเครือ BDMS และกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย ประหยัดเวลา ไปจนถึงนักท่องเที่ยวและกลุ่ม expat ด้วย

ส่วนปี 2567 BeDee คาดว่าจะขยายการให้บริการเพิ่มอีก 3 บริการ ได้แก่ Health Content, Health Check up และ Health Package พร้อมขยายตลาดเจาะกลุ่มลูกค้า B2B ที่เป็นบริษัท ห้างร้านต่างๆ ที่ต้องการดูแลสุขภาพพนักงานเพิ่มมากขึ้น

โดยปี 2566 นำร่องที่กลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท ปตท.สผ. เพื่อผลักดันให้ทุกองค์กรดูแลพนักงานแบบครบวงจรได้ง่ายๆ ทุกวันด้วย Ultimate Corporate Check Up ที่เชื่อมโยง Health Records มาไว้ในแอป และการนำเสนอแพ็กสุขภาพที่เหมาะกับพนักงาน

ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีพันธมิตรรายใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสายประกัน สายสุขภาพ และสายเทคโนโลยี เพราะเป้าหมายของ BeDee คือการเปิดกว้างรับพันธมิตรเพิ่มแบบไม่จำกัด เพื่อให้ผู้บริโภค ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเข้าถึง Wellness ได้กว้างขึ้น และง่ายขึ้น ในรูปแบบที่ตัวเองต้องการ

ทั้งนี้ ตั้งเป้าว่าภายในปี 2568 จะมีจำนวนผู้ใช้งานแอป BeDee คิดเป็นสัดส่วน 30% ของจำนวนผู้ใช้งานดิจิทัลเฮลธ์แคร์แพลตฟอร์มในไทยของปีนี้ และคาดว่ากลุ่มผู้ใช้งานจะเป็นคนป่วยในสัดส่วน 40%, คนไม่ป่วย 50% และการดูแลผู้สูงวัยและอื่นๆ อีก 10%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...