โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พบแล้ว รปภ.ท่าเรือ หายตัวปริศนานับเดือน แม่เห็นศพลูก ถึงกับทรุดปล่อยโฮ

Khaosod

อัพเดต 21 พ.ย. 2566 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2566 เวลา 09.23 น.

พบแล้ว รปภ.ท่าเรือ หายตัวปริศนานับเดือน แม่เห็นศพลูกชาย ทรุดปล่อยโฮ เผยก่อนหายตัว โทรแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทในท่าเรือ ตร.ไปกลับไม่เจอเหตุ

เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 21 พ.ย.66 ร.ต.ท.หญิงนิธิมา นนทิสิทธิ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตลอยน้ำ ภายในท่าเรือเอสพี ม.3 ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยพ.ต.อ.นิพล ชาตรี ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กู้ภัยกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานีและแพทย์เวรโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุภายในท่าเรือ พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายสวมใส่เสื้อรปภ.กางเกงขายาวสีดำ ลอยน้ำอยู่ในสภาพขึ้นอืดแขนขาดทั้ง 2 ข้าง จึงนำร่างขึ้นมาจากน้ำและชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น คาดว่าผู้เสียชีวิตคือ นายพชร ไชยประยา อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นรปภ. ที่มาเฝ้ากะลามะพร้าวอยู่ภายในท่าเรือ สูญหายไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมา

เบื้องต้นทางพ่อและแม่ของผู้สูญหาย มายืนยันว่า ศพดังกล่าวเป็นลูกชายของตน เนื่องจากยังสวมใส่เสื้อผ้าชุดเดียวกับตอนที่ออกจากบ้านเมื่อวันที่ 13 ต.ค. โดยข้างนอกเป็นเสื้อรปภ.ส่วนข้างในเป็นเสื้อยืดสีแดง ซึ่งทางญาติแจ้งความคนหายไว้ที่สภ. เมืองสุราษฎร์ธานีตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อแม่ของผู้เสียชีวิตมาเห็นศพลูกชาย ถึงกับร้องไห้โฮ ทางญาติและเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันประคองไปนั่งท้ายรถเพื่อให้สงบสติอารมณ์

รายงานข่าวแจ้งว่า คืนวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคืนเดียวกับที่นายพชรหายตัวไป ช่วงประมาณ 23.00 น. นายพชรโทรศัพท์ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า มีเหตุทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นภายในท่าเรือ

ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะเดินทางมาตรวจสอบ พบว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น มีเพียงนายพชรที่อยู่ในอาการคล้ายคนมึนเมา พูดจาวกวนและชอบเดินพูดคนเดียว เมื่อตรวจสอบแล้วมั่นใจว่า ไม่มีเหตุเกิดขึ้นจริง เจ้าหน้าที่ก็เดินทางกลับ ก่อนที่นายพชรจะหายตัวไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...