มนพร กดปุ่มธุรกิจใหม่ท่าเรือกรุงเทพ อัพเกรดฟรีโซน-ซูเปอร์พอร์ต-ตู้สินค้าถ่ายลำ
10 มกราคม 2567 ฤกษ์ตัดริบบิ้นเปิดธุรกิจใหม่ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ไฮไลต์มีการลงนามบันทึกข้อตกลงหรือ MOU กับ 2 บริษัทคู่ค้า โดยมี “มนพร เจริญศรี” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิด “ธุรกิจใหม่ท่าเรือกรุงเทพ : New Business Model of Bangkok Port” พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับระบบทางน้ำ และภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
แม่งานหลัก “เกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข” ผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กล่าวว่า ศักราชปี 2567 เริ่มต้นด้วยธุรกิจใหม่ท่าเรือกรุงเทพ ด้วยการจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง กทท. กับบริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อ “การส่งเสริมกิจกรรมการนำเข้าตู้สินค้าขาเข้าผ่านเรือลำเลียงและกิจกรรมส่งเสริมความร่วมมือทางธุรกิจ”
และลงนาม MOU ระหว่าง กทท. กับบริษัท บ็อกซ์แมน จำกัด ผู้กระทำการแทนบริษัท Oknha Mong Port ราชอาณาจักรกัมพูชา ภายใต้ชื่อ “การส่งเสริมการนำเข้าและส่งออก และกิจกรรมการขนส่งตู้สินค้าถ่ายลำ (Transshipment) ผ่านท่าเรือกรุงเทพ เพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่สาม ทั้งทางเรือ และรถไฟ”
เจ้าพระยาซูเปอร์พอร์ต
โดย กทท. มีโครงการต่าง ๆ ที่สามารถทำให้ท่าเรือกรุงเทพพัฒนาเป็น Hub ที่สำคัญของประเทศอย่างยั่งยืน ด้วยการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจกับภาคเอกชน ดังนี้
1.โครงการท่าเรือพันธมิตร (Chao Phraya Super Port Project) เป็นความร่วมมือระหว่าง กทท. กับ บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการนำเข้าตู้สินค้าขาเข้าจากบริษัทสหไทยฯ มาที่ท่าเรือกรุงเทพ โดยเรือชายฝั่ง (Barge)
ตามแผนงานจะเข้าเทียบท่าที่ท่า 20 G เพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ลดปัญหาการจราจรทางบก ลดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งของผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศให้ได้รับสินค้าอย่างรวดเร็ว เพื่อนำไปสู่กระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมต่อไปได้
สำหรับโครงการนี้ คาดว่าจะมีปริมาณตู้สินค้าเพิ่มขึ้น 10,000 TEU (ตู้ 20 ฟุต) ต่อปี คิดเป็นรายได้มูลค่า 35-40 ล้านบาท
ฮับตู้สินค้าถ่ายลำสู่ประเทศที่ 3
2.โครงการส่งเสริมการนำเข้าและส่งออก และกิจกรรมการขนส่งตู้สินค้าถ่ายลำ (Transshipment) ผ่านท่าเรือกรุงเทพ เป็นการส่งเสริมการนำเข้าและส่งออกและกิจกรรมขนส่งตู้สินค้าถ่ายลำผ่านท่าเรือกรุงเทพไปยังประเทศที่สาม ทั้งทางเรือและรถไฟ โครงการความร่วมมือระหว่าง กทท. กับ บริษัท บ็อกซ์แมน จำกัด ซึ่งเป็นผู้กระทำแทน บริษัท Oknha Mong Port ประเทศกัมพูชา
โครงการนี้เพื่อสนับสนุนนโยบายโลจิสติกส์ของประเทศ (Shift Mode) โดยเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าทางน้ำและทางราง ทดแทนการขนส่งทางถนน
การลงนามบันทึกความเข้าใจจะเป็นการส่งเสริมกิจกรรมให้มีความต่อเนื่องของเที่ยวเรือ และเป็นเส้นทางเดินเรือที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการขนส่งตู้สินค้าระหว่างกันมากยิ่งขึ้นในอนาคต และสร้างรายได้เพิ่มให้แก่องค์กรในระยะยาว
เขตปลอดอากรท่าเรือกรุงเทพ
3.โครงการเขตปลอดอากรท่าเรือกรุงเทพ หรือ Bangkok Port Free Zone เป็นบริการใหม่ของท่าเรือกรุงเทพ บนพื้นที่ดำเนินการขนาด 24,000 ตารางเมตร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนในการนำเข้าส่งออก สร้างมูลค่าเพิ่มจากธุรกิจ และดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าได้อย่างสะดวก รวดเร็ว สามารถลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเป็นความร่วมมือ 3 ประสาน ระหว่าง กทท. กรมศุลกากร หน่วยงานเอกชน (บริษัท สปีดิชั่น ซิกม่า จำกัด)
มีรูปแบบการดำเนินงาน คือ กทท. เป็นเจ้าของพื้นที่, บริษัทเอกชนเป็นผู้ลงทุนและบริหารจัดการโครงการ โดยให้บริการคลังสินค้า ลานกองเก็บตู้สินค้า สำนักงานให้เช่า ห้องจัดแสดงสินค้า ห้องควบคุมอุณหภูมิห้องเก็บสินค้าที่มีมูลค่าสูง
สำหรับกิจกรรมในเขตปลอดอากรประกอบด้วย การยกเว้นอากรขาเข้า การซื้อขายแลกเปลี่ยน การคัดแยกประเภทสินค้า การบรรจุหีบห่อและการติดฉลากใหม่ การรวมสินค้า สามารถจัดเก็บสินค้าได้นาน 2 ปี
โครงการนี้จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายสินค้าขาเข้า-ขาออก เพิ่มความสะดวกในการดำเนินพิธีการตรวจปล่อยสินค้า สนับสนุนการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ยกระดับการให้บริการ เพิ่มปริมาณสินค้าผ่านท่า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำของภูมิภาคประเทศจากประเทศคู่ค้าเพื่อกระจายไปยังประเทศต่าง ๆ
ปักหมุดฮับท่าเรือระดับโลก
“ผอ.เกรียงไกร” ระบุด้วยว่า ท่าเรือกรุงเทพยังมีแผนงานที่สำคัญในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางด้านโลจิสติกส์และการขนส่งระหว่างประเทศอีกหลายโครงการ อาทิ โครงการพัฒนาท่าเรือฝั่งตะวันตก เป็นท่าเรือกึ่งอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ ซึ่งได้มีการนำระบบ Semiautomation มาใช้ในการให้บริการขนถ่ายตู้สินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ
โครงการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าอาคารสำนักงาน (Multimodal Transport & Distribution Center) และพื้นที่สนับสนุนท่าเรือกรุงเทพ เพื่อใช้พื้นที่ของท่าเรือกรุงเทพให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังสามารถสร้างกิจกรรมใหม่ในอนาคตเพิ่มมากขึ้นได้ เป็นการยกระดับในการให้บริการ
โครงการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ รหัส S1 ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนงานของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกทางด้านการจราจรของรถบรรทุกในการผ่านท่าเรือกรุงเทพ ในอนาคตจะเป็นทางพิเศษที่เข้ามาเป็นตัวช่วยในการบรรเทาปัญหาการจราจรให้กับกรุงเทพฯ ในอนาคต
นอกจากนี้ยังมีแผนงานด้านการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ ให้ทันสมัยยิ่งขึ้นอีกหลายระบบ โดยเฉพาะระบบหลักในการปฏิบัติงานและให้บริการ เช่น ระบบควบคุมการผ่านเข้า-ออก ประตูตรวจสอบอัตโนมัติ (e-Gate), ระบบ Port Community System, ระบบปฏิบัติการเรือและสินค้าเวอร์ชั่นใหม่และระบบสนับสนุนงานให้บริการอื่น ๆ อีกหลายรายการ อาทิ ระบบอีดีโอ ระบบช่วยค้นหาและแสดงผลตำแหน่งตู้สินค้าอัตโนมัติ ฯลฯ
“กทท. มุ่งเป้าสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง บริหารจัดการท่าเรืออัจฉริยะ ตอบสนองความต้องการนักลงทุน ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก เสริมสร้างขีดความสามารถในการขนส่งและกระจายสินค้าของประเทศ รวมถึงการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบหรือ Multimodal Transport เชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งสินค้าและระบบโลจิสติกส์ทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค เพื่อรองรับต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และความต้องการในอนาคต และองค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน”
- มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ไม่ถือตั๋วใคร แต่อยู่ในสายตาผู้ใหญ่เพื่อไทย
- ป.ป.ช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน “มนพร” รมช.คมนาคม มีเงินฝากไม่ถึง 7 พัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มนพร กดปุ่มธุรกิจใหม่ท่าเรือกรุงเทพ อัพเกรดฟรีโซน-ซูเปอร์พอร์ต-ตู้สินค้าถ่ายลำ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net