โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“วัดมเหยงคณ์” ศาสนสถานสำคัญแห่งอยุธยา ที่ได้รับการปฏิสังขรณ์สมัย “พระเจ้าท้ายสระ”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 19 ธ.ค. 2566 เวลา 02.11 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2566 เวลา 08.11 น.
วัดมเหยงคณ์ พระเจ้าท้ายสระ

“วัดมเหยงคณ์”ในปัจจุบัน เป็นศาสนสถานร่มรื่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ทั้งยังเป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมทางศาสนามากมาย และถ้าย้อนไปสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดมเหยงคณ์ ถือเป็นพุทธศาสนสถานสำคัญ โดยเฉพาะในสมัย “พระเจ้าท้ายสระ”

ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าแท้จริงแล้ว“วัดมเหยงคณ์”สร้างขึ้นเมื่อใดกันแน่ เพราะหากอ้างอิงจาก พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา และ พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ จะปรากฏหลักฐานว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า หรือ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) โปรดฯ ให้สร้างวัดมเหยงคณ์ขึ้น แต่ต่างปีกัน โดยฉบับแรกกล่าวว่าสร้างขึ้น พ.ศ. 1967 ศักราช 786 มะโรงศก ส่วนอีกฉบับบันทึกว่า พ.ศ. 1981 ศักราช 800 มะเมียศก

ทว่าหากดูใน พงศาวดารเหนือ กลับกล่าวว่า พระอัครมเหสีของพระเจ้าธรรมราชา เป็นผู้สร้างวัดมเหยงคณ์

แม้ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าวัดมเหยงคณ์สร้างขึ้นในปีไหน แต่ในสมัย “พระเจ้าท้ายสระ” ปรากฏหลักฐานว่าด้วยการปฏิสังขรณ์วัด โปรดให้ปลูกพระตำหนักอยู่ริมวัดเพื่อบัญชาการปฏิสังขรณ์ ทั้งยังมีการทำนุบำรุงวัดมากมาย แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของวัดมเหยงคณ์ในสมัยนั้น

ใน ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 82 เรื่อง พระราชพงศาวดารกรุงสยาม จากต้นฉบับของ บริติชมิวเซียมกรุงลอนดอน หน้า 310-311 ได้กล่าวไว้ว่า

“ในปีฉลู เอกศกนั้น มีพระราชบริหารให้ช่างปฏิสังขรณ์วัดมเหยงคณ์ เสด็จพระราชดำเนินไปให้ช่างกระทำวัดเนือง ๆ บางทีก็เสด็จอยู่ที่พระตำหนักริมวัดมเหยงคณ์ เดือนหนึ่งบ้าง ๒ เดือนบ้าง ว่าราชการอยู่ในที่นั้น ๓ ปีเศษ วัดนั้นจึ่งสำเร็จแล้วบริบูรณ์…

ในปีมะเส็งให้ฉลองวัดมเหยงคณ์ ทรงพระราชศรัทธาบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นอันมาก ทรงพระราชทานเครื่องบริขารและวัตถุทานต่าง ๆ แก่พระสงฆ์ ๑,๐๐๐ ตามราชประเพณีแต่ก่อน มีงานมหรสพสมโภช ๗ วันเสร็จบริบูรณ์การฉลองนั้น ในปีมะเมียฉศก สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินให้ช่างไม้ต่อกำปั่นไตรมุข ยาว ๑๘ วา ๒ ศอก ปากกว้าง ๖ วา ๒ ศอก

ให้ตีสมอใหญ่ที่วัดมเหยงคณ์ ๕ เดือนกำปั่นใหญ่นั้นแล้ว ให้เอาออกไปยังเมืองมะริด บรรทุกช้างได้ ๓๐ ตัวเศษ ให้ไปขายช้าง ณ เมืองเทศโน้น คนทั้งหลายลงกำปั่นใช้ใบไปถึงเมืองเทศแล้วขายช้างนั้นได้เงินและผ้าเป็นอันมาก แล้วกลับคืนมายังเมืองมะริด สิ้น (เวลา) ปีเศษ”

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้วัดมเหยงคณ์รุ่งเรืองตลอดสมัยปลายอยุธยา ก่อนที่วัดแห่งนี้จะกลายเป็นวัดร้าง เนื่องจากเหตุการณ์กรุงแตกในปี 2310

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

www.watmahaeyong.or.th/history/

www.matichonweekly.com/column/article_248973

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 ธันวาคม 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...