ร่วมอิสสระ ผุด SASA Hua Hin 1.7 พันล้านบาท ลุยอสังหาเมืองท่องเที่ยว
ร่วมอิสสระ ทุ่ม 1,700 ล้านบาท ปั้น SASA Hua Hin วิวทะเล ปักหมุดชะอำ-หัวหิน จับกลุ่มไทย-ตปท. รับตลาดอสังหาฯ หัวหินโต 100%
นายบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด เปิดเผยว่า 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ร่วมกับชาญอิสสระ พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ทำเลชะอำ-หัวหิน อาทิ ศศรา หัวหิน เมื่อปี 2564 ปัจจุบันมียอดขายไปแล้วกว่า 70% และจะเริ่มทยอยโอนได้ในช่วงเดือนธันวาคม 2566
จากการพัฒนาโครงการร่วมกันมากว่า 10 ปี ทำให้เรามั่นใจว่าเรามีความเชี่ยวชาญ มีศักยภาพในการวิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย นำมาซึ่งการพัฒนาโปรดักส์ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในทุก ๆ เซกเมนต์ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มครอบครัว กลุ่มวัยทำงาน กลุ่มนักท่องเที่ยว กลุ่มวัยเกษียณ ว่ามีพฤติกรรม ความชอบ และกิจกรรมในวันพักผ่อนอย่างไร
นายสงกรานต์ อิสสระ รองประธานกรรมการ บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดชะอำ-หัวหิน เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ส่งผลให้ดีมานด์ที่อยู่อาศัยมีการเติบโตต่อเนื่อง ทั้งซื้อเพื่ออยู่เอง ซื้อเพื่อการลงทุน ซื้อเพื่อเป็นบ้านพักหลังที่สอง เนื่องจาก โซนหัวหินนอกจากจะมีทะเลและหาดทรายสวยแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของสนามกอล์ฟชั้นนำของประเทศไทย เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการใช้เวลาช่วงวันหยุดไปกับการเล่นกอล์ฟท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ
“นอกเหนือจากปัจจัยของหัวหินที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน และสภาพแวดล้อม ยังมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นไปอีก จากโครงการต่างๆ ของภาครัฐที่กำลังพัฒนาขึ้น
อาทิ โครงการผลักดันให้หัวหินเป็นชายทะเลเพื่อการพักผ่อนระดับโลก โครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน โครงการมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ โครงการปรับปรุงและขยายสนามบินหัวหิน เหล่านี้จึงเป็นข้อสรุปได้ว่าหัวหินยังเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงของอสังหาริมทรัพย์ไทย
ล่าสุด บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ “ซาซ่าส์ หัวหิน (SASA Hua Hin)” ตั้งอยู่บนหาดเขาตะเกียบ บนที่ดิน 3 ไร่ 3 งาน 89.4 ตร.ว. เป็นอาคารสูง 7 ชั้น 3 อาคาร จำนวน 254 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 1,700 ล้านบาท วิวทะเลและสนามกอล์ฟ
มีห้องให้เลือกถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน และ 3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 32 -183 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.9 ล้านบาท”
นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร ประธานบริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากข้อมูลของซีบีอาร์อี ประเทศไทย ต่อภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ใจกลางหัวหินที่ผ่านมาถือว่ามีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก ยังคงมีดีมานด์จากกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการบ้านหลังที่สองเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน และดีมานด์จากชาวต่างชาติกลุ่มใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น
ในขณะที่โครงการเปิดตัวใหม่มีจำนวนน้อย เนื่องจากที่ดินชายทะเลที่เหมาะสมในการพัฒนามีจำกัดในปี 2565 มีโครงการใหม่เปิดตัวในหลากหลายเซกเมนต์ ซึ่งแตกต่างจากช่วงปี 2563-2564 หรือช่วงที่เผชิญกับสถานการณ์โควิดที่มีแต่โครงการระดับลักซ์ชัวรี่ริมชายหาดเปิดตัวเท่านั้น ซึ่งโครงการที่สามารถทำยอดขายได้ดีส่วนใหญ่
นอกจากโครงการติดทะเลแล้ว ยังจะรวมถึงโครงการที่อยู่ใกล้ชายหาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่เดินถึงชายหาดในระยะไม่เกิน 300 เมตร เนื่องจาก โครงการประเภทนี้จะมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำกว่าโครงการที่อยู่ติดชายหาดโดยตรง แต่ก็ยังคงได้ไลฟ์สไตล์ไม่ต่างจากโครงการที่ติดชายหาด ทำให้โครงการประเภทนี้มียอดขายสูงถึง 100%
ส่วนภาพรวมตลาดคอนโดใจกลางเมืองหัวหิน พบว่า มีสัญญาณบวกที่ดีเช่นกัน ดูได้จากโครงการที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2560-2565 มียอดขายรวมถึง 85% ซึ่ง ซาซ่าส์ หัวหิน นับเป็นโครงการแรกที่เปิดตัวมาในปี 2566 นี้ และมีจุดเด่นหลักคือที่ตั้งโครงการซึ่งอยู่ห่างจากชายหาดเพียง 250 เมตรเท่านั้น อีกทั้งยังได้วิวทะเล และวิวสนามกอลฟ์อีกด้วย
จากข้อมูลของซีบีอาร์อีซึ่งเน้นตลาดระดับลักซ์ชัวรี่ ในส่วนของกลุ่มผู้ซื้อคอนโดมิเนียมในหัวหิน จากเดิมคนไทยมักจะเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่เลือกซื้อคอนโดมิเนียมที่หัวหินไว้เป็นบ้านหลังที่สอง แต่หลังจากปี 2563 เป็นต้นมา เริ่มมีชาวต่างชาติให้ความสนใจซื้อคอนโดมิเนียมในหัวหินกันมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวยุโรป โดยเฉพาะชาวรัสเซียซึ่งเป็นเชื้อชาติที่มีการซื้อคอนโดมิเนียมในหัวหินเป็นอันดับ 2 รองจากคนไทย และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปีที่ผ่านมา โดยภาพรวมถือว่าตลาดหัวหินนับว่ามีดีมานด์ที่ต่อเนื่องและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืน