(มีคลิป)พบแล้วหนุ่มกระโดดน้ำใกล้ฝายป่าแดด ว่ายขึ้นฝั่งเอง เหตุเพราะน้อยใจคนที่บ้าน
เชียงใหม่นิวส์
อัพเดต 27 ต.ค. 2566 เวลา 13.58 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2566 เวลา 03.06 น. • Chiang Mai Newsพบแล้วหนุ่มกระโดดน้ำใกล้ฝายป่าแดด เดือดร้อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยพากันมาที่เกิดเหตุ สุดท้ายโอ้ละพ่อ เจ้าตัวว่ายขึ้นฝั่งกลับบ้านปลอดภัย สาเหตุน้อยใจคนที่บ้าน
ความคืบหน้ากรณีเช้านี้ที่ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งเหตุคนกระโดดน้ำ บริเวณใกล้กันกับประตูระบายน้ำป่าแดด ต.ป่าแดด อ.เมืองเชียงใหม่ ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาของวันนี้ (25 ต.ค.66) ภายหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุ จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบ พร้อมกับประสานทางเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำภาค 5 นำกำลังช่วยเหลือ
ขณะที่ต่อมาหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ระดมนำกำลังมายังที่เกิดเหตุ แต่ถึงกับโอ้ละพ่อ เมื่อชายคนที่รับแจ้งกระโดดน้ำนั้น ได้ว่ายน้ำขึ้นมาแล้วกลับบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว ทิ้งทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาที่เกิดเหตุเก้อ และต่างพากันงุน งง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยจากการตรวจสอบชายที่กระโดดน้ำครั้งนี้ ทราบชื่อคือ นายที (สงวนนามสกุล) อายุประมาณ 28 ปี เป็นชาว อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ที่หลังเกิดเหตุชายคนดังกล่าวได้กลับไปนอนอยู่บ้านเป็นที่เรียบร้อย โดยจากการสอบถามสาเหตุที่มาก่อเหตุกระโดดน้ำ เพราะเกิดความน้อยใจทางบ้าน แต่หลังจากตัดสินใจโดดลงไปในน้ำ ก็กลับจม แล้วได้พยายามว่ายน้ำกลับขึ้นฝั่ง โดยเพื่อนที่รู้จักเมื่อทราบเหตุได้ตามมาช่วยและพากลับบ้านได้ปลอดภัย ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะเข้ามายังที่เกิดเหตุ
นายนพดล ผิว เจ้าหน้าที่จากทีมประดาน้ำภาค 5 บอกว่า หลังจากที่รับแจ้ง ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบ หลังจากมาเจอ ก็เห็นชายคนดังกล่าวว่ายน้ำจากกำลังจะข้ามฟากมา โดยในรอบแรกชายคนดังกล่าวว่ายข้ามฟากมาได้สำเร็จ แล้วเพื่อนได้ลงไปช่วยดึงขึ้นมาได้ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็กระโดดลงน้ำอีกรอบ แล้วจะพยายามจะว่ายเข้าฝั่ง แต่หมดแรงไปติดอยู่ตอไม่กลางน้ำ จากนั้นจึงว่ายน้ำขึ้นอีกฝั่งที่อยู่ด้านกำแพงติดกับสำนักงานของชลประทาน ก่อนจะกลับบ้านไป
เจ้าหน้าที่จากทีมประดาน้ำภาค 5 บอกอีกว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย และคนเห็นข่าว ต้องตกใจ แต่ก็ยังดีที่คนกระโดดลงไปปลอดภัยดี แต่ก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ได้รับแจ้งเหตุต้องเข้ามาที่เกิดเหตุ ทำให้เสียทั้งเวลา และเจ้าหน้าที่ยังต้องมาเตรียมอุปกรณ์ในการช่วยเหลือด้วย เพราะเกรงจะเกิดเหตุการณ์หายตัวไปเหมือนเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณสะพานนวรัฐ ที่ตอนนี้ก็ยังตามหาไม่เจอ